๒ วิถี ๓ โลก

๒ วิถี ๓ โลก กับความหมายสั้นๆ ที่ครอบครัวเล็ก ๆ ของเราได้รับจากอาจารย์บางทราย ในคราวนั้น ช่วยเพิ่มพลังกาย+พลังใจ ให้เราได้ก้าวเดินต่อไป สิ่งต่างๆ ที่ได้ลงมือทำไปมิได้หวังให้ใครต่อใครมาชื่นชมยินดีเป็นประสงค์หลัก หากแต่มันคือการสร้างความสุขในช่วงที่ยังมีลมหายใจอยู่ก็เท่านั้น การได้แบ่งปันเรื่องราวต่างๆ ลงบนสมุดออนไลน์เล่มนี้ถือเป็นสิ่งที่ตัวผมเองรู้สึกยินดีและสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นใจในทุกๆ ครั้งที่ได้กลับเข้ามาทบทวนชีวิตและช่วย"พรวนใจ"ให้เข้มแข็ง...พร้อมก้าวเดินและสานฝันต่อไป ณ ที่แห่งนี้"บ้านของฉัน"

-ตั้งใจว่าจะนำเอาเรื่องราวของ "๒ วิถี ๓ โลก" มาบันทึกเอาไว้บนสมุดออนไลน์เล่มนี้ของผมเพื่อเก็บเอาไว้เป็นพลังใจในการก้าวเดินต่อไปครับ..."๒ วิถี ๓ โลก"ที่ว่านี้ได้วลีเด็ดมาจาก"อาจารย์บางทราย"กัลยาณมิตรจาก G2K ได้บอกกับผมเอาไว้เมื่อคราวได้มาเยี่ยมครอบครัวเล็ก ๆ ของผม ซึ่งผมได้เขียนบันทึกเอาไว้ที่นี่ ตะค้อ...หมอเจ๊..บางเวลา..กับ"บางทราย" และเพื่อเป็นการส่งต่อเรื่องราวดี ดี วันนี้จึงถือโอกาสบอกเล่าถึงการดำรงชีพแบบ "๒ วิถี ๓ โลก"ของผมครับ...



1.ภาพแห่งความประทับใจเมื่อคราวที่"อาจารย์บางทราย"มาเยี่ยมครอบครัวเล็ก ๆ ของผม พร้อมกับบอกเล่าถึงความประทับใจและคำแนะนำในการดำเนินชีวิตแบบ ๒ วิถี ๓ โลก กับครอบครัวเล็ก ๆของผม โดยบอกเอาไว้ว่า

๒ วิถี คือ การได้อาศัยอยู่ในวิถีแบบ"วิถีสังคมเมือง และ วิถีชนบท"

๓ โลก คือ การได้ใช้ชีวิตแบบ"๑.โลกของสังคมเมือง ๒.โลกของสังคมชนบท ๓.โลกของความฝัน"

ได้อ่านความหมาย ๒ วิถี ๓ โลก ของ "อาจารย์บางทราย"พร้อมกับคำชี้แนวทางการก้าวเดินของชีวิตแล้ว ทำให้ผมปลื้มใจและรู้สึกขอบคุณสำหรับคำนิยาม"สั้น ๆ"ที่มีความหมายอย่างมากกับครอบครัวเล็ก ๆของผมครับ....





2.การดำเนินชีวิตของครอบครัวเล็ก ๆ ของเรา ไม่ได้ผิดแปลกหรือแต่งเติมให้มากไปกว่าวิถีชีวิตแบบเก่าๆ ของสังคมที่เป็นรากเหง้าของเราเองครับ เพียงแต่ว่าหากใครต่อใครในสังคมเมืองยุคสมัยนี้มองเข้ามาก็อาจจะเห็นว่าไม่คุ้นชินกับสายตามากนัก แต่ผมเชื่อว่าวิถีชีวิตแบบนี้ยังมีให้เห็นและสัมผัสได้ตามเขตรอบนอกของสังคมเมือง ซึ่งหลายคนมักจะใช้คำว่า"สังคมชนบท"ซึ่งตัวผมเองก็ชื่นชอบและพร้อมรับต่อการดำรงชีพแบบวิถีชีวิตเช่นนี้มากๆ เลยล่ะครับ......





3.วันหยุดที่ผ่านมา(3-4 ธันวาคม)ครอบครัวเล็ก ๆ ของเราได้ต้อนรับญาติๆ จากจังหวัดเชียงใหม่ตระกูลใหญ่"เทพรังษี" นำทีมโดย"ลุงบุญเลิศ/แม่นันทา/น้านิภา/พี่จุก/พี่จิ๋ว/พี่หน่อง/พี่อ๋อย"ซึ่งถือโอกาสมาเยี่ยมและสัมผัสถึงวิถีชีวิตชนบท ณ ที่แห่งนี้ครับ....จากเมืองใหญ่มาสู่เมืองที่ซ่อนอยู่ในอำเภอหนึ่งของจังหวัดที่ไม่ใหญ่โตมากนัก เช่นนี้ทำให้ได้สัมผัสถึงความเงียบ สงบ และสัมผัสได้ถึงการใช้ชีวิตแบบเนิบช้า หรือสมัยนี้มักจะใช้คำว่า Slow Life ซึ่งผมเชื่อว่าใครต่อหลายคนคงจะอยากหันกลับมาใช้วิถีชีวิตแบบนี้บ้าง...เราสองคนรู้สึกอบอุ่นใจทุกครั้งที่ได้ต้อนรับผู้คนที่ผ่านเข้ามา ณ ที่แห่งนี้เพราะที่นี่เราตั้งใจเอาไว้ว่ามันคือ "บ้านฉันก็บ้านเธอ"ครับ...


4.กิจกรรม"การเผาข้าวหลาม"คือกิจกรรมที่ชาวบ้านหนองราง อำเภอพรานกระต่าย ได้นำเอามาต้อนรับผู้มาเยือนครับ "ข้าวใหม่หอมๆ"กับเมนูง่ายๆ แบบนี้แม้ไม่มากนัก แต่เราก็ยินดีที่ได้ร่วมต้อนรับอย่างอบอุ่นใจครับ...


5.ขอขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมยามครอบครัวเล็ก ๆ ของเรา ๒ วิถี ๓ โลก ณ ที่แห่งนีิ้ ยินดีต้อนรับทุกท่านครับ....

สวัสดีครับ

เพชรน้ำหนึ่ง+มดตะนอย

06/12/2559

Hi Hug House

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เกษตรบ้านพราน



ความเห็น (6)

เขียนเมื่อ 

ชอบใจบันทึก

ข้่วหลามน่ากินมากๆครับ

เขียนเมื่อ 

การสามารถยึดโยงโลกแห่งฝัน -ในฝัน มาสู่ความจริงและดำเนินคู่กันไป ถือว่าคือความสำเร็จของการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง...

ชื่นชมมากๆ ครับ


เขียนเมื่อ 

ของพี่มะเดื่อ เป็นคน ๓ ยุคนะ

๑. ยุคใบตอง

๒. ยุคถุงกระดาษ

๓. ยุคถุงพลาสติก

-สวัสดีครับอาจารย์ขจิต

-เป็นบันทึกเรื่องราวที่ภูมิใจที่จะบอกเล่าต่อครับ

-ขอบคุณอาจารย์ที่มาเยี่ยมและให้กำลังใจบันทึกนี้นะครับ

-ว่างเมื่อไหร่ก็แวะมานะคร้าบ

-สวัสดีครับอาจารย์แผ่นดิน

-เป็นการเริ่มต้นและพยายามที่จะสานต่อความฝันและดำรงชีพตามวิถีแบบนี้ต่อไปครับ

-ความฝันสร้างได้ด้วยตัวเรานะครับ

-ขอบคุณที่มาเยี่ยมและให้กำลังใจครอบครัวเล็ก ๆของผมนะครับ

-สวัสดีครับพี่ครูมะเดื่อ

-คน 3 ยุคนะครับ 55

-ต่อไปจะเข้ายุคที่ 4 แล้วนะครับนี่

-ว่าแต่จะเป็นยุคอะไรก็ต้องตามดูกันต่อไปครับ

-ขอบคุณพี่ครูที่มาเยี่ยมและให้กำลังใจครับ