พระอภัยให้ข้อคิด 4

ยูมิ
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
มาพบลาภหลุมทองต้องตำรา จะหลับตาเสียไม่ขุดก็สุดอาย

กล่าวถึงบุตรีเมื่อนอนหลับฝันว่างูรัดตกใจตื่นเล่าความฝันให้สี่พี่เลี้ยงฟังจึงอ่านคำทำนายว่าจะได้คู่ครอง พอรุ่งสางสี่พี่เลี้ยงก็ออกอุบายไปเที่ยวสวนซึ่ง มากล่าวถึงสี่หนุ่มอยู่กับตายายในสวนหลวงถูกบังคับให้ถางหญ้าแม้ไม่ชอบก็ต้องทำ เพราะว่า...ธรรมดามาเที่ยวเกี้ยวผู้หญิง ต้องอ้อยอิ่งอดเปรี้ยวไว้กินหวาน เราอุตส่าห์พยายามตามโบราณ คงเป็นการมั่นคงอย่าสงกา. ( น. 137 ) พอสี่นางเข้าสวนมาตามหาสามเกลอเจอแล้วก็คุยกันเพื่อให้รู้ว่าเป็นใครมาจากไหนแล้วจะให้ผู้น้องได้เจอลูกสาวเจ้าเมืองพรุ่งนี้ที่สี่นางจะพามาชมสวนก่อนสี่นางจะอำลา...เจ้าพราหมณ์เด็ดดอกรักหักเต่าร้าง ให้สี่นางแจ้งจิตเป็นปริศนา ทั้งสองข้างต่างชม้ายชายหางตา แล้วลุกมาจากที่ทั้งสี่นาง. ( น.142 )

หลังจากสี่นางไปแล้วสามเกลอก็มาคุยกับผู้น้องและชวนเกี้ยวสาวดูสักตั้ง องค์ชายสี่จึงว่า...เห็นจะเป็นเช่นกระต่ายที่หมายจันทร์ เมื่อตัวต่ำน้ำใจจะใฝ่สูง เหมือนนกยุงมุ่งเมฆเมืองสวรรค์ ต้องซูบผอมกรอมใจด้วยไกลกัน ด้วยหมายมั่นมุ่งมิตรให้ผิดทาง เรายากจนคนจรเที่ยวร่อนเร่ นึกเสน่ห์นางกษัตริย์เห็นขัดขวาง. ( น. 144 ) เออน่า ไม่รักไม่ว่าเพราะไหน ๆ เราก็...มาพบลาภหลุมทองต้องตำรา จะหลับตาเสียไม่ขุดก็สุดอาย.( น.144 ) เมื่อสามเกลอหยอดให้ฟังดังนั้นก็พากันนอนในสวนหลวงอีกคืน

ฝ่ายพี่เลี้ยงกลับไปแล้วยังคิดถึงสามเกลอด้วยรักว่า...แต่พราหมณ์น้อยนุชน้องเป็นของหลวง ย่อมทราบทรวงสุดสิ้นไม่กินแหนง. ( น. 145 ) แล้วได้เวลาพาลูกสาวเจ้าเมืองไปชมสวนดอกไม้มีดอกพิกุล ดอกพะยอม ดอกสาวหยุด ดอกโสก ดอกรัก กอดช่อชุมแสง เป็นต้น...พระบุตรีกรีดเล็บเก็บกาหลง บรรจงทรงแซมเกล้าให้สาวสวรรค์ นางข้าหลวงน้อยน้อยสอยลูกจันทร์ ต่างชวนกันเก็บอึงคะนึงไป. ( น. 148 )

ฝ่ายสามเกลอก็ชวนผู้น้องออกไปชมสาวชาวเมืองกว่าร้อยชีวิตที่มาเที่ยวสวนนั้น แล้วสามเกลอว่า...พอเห็นสี่พี่เลี้ยงเคียงซ้ายขวา พระธิดาเดินกลางดังนางสวรรค์ ตะลึงหลงงงงวยไปด้วยกัน ดูผิวพรรณผ่องเหมือนดังเดือนเพ็ญ. ( น. 148 ) ต่อมาพี่เลี้ยงและสามเกลอหาทางให้เขาทั้งสองได้พบกัน พอชายหนุ่มได้พบนางนั้น...ด้วยคู่สร้างปางหลังแล้วอย่างนั้น พอเห็นกันก็ให้คิดพิสมัย จนลืมองค์หลงแลตะลึงไป เหมือนนางในดุสิตาลงมาดิน ดูจิ้มลิ้มพริ้มเพราดังเหลาหล่อ พระทรวงศอสองขนงดังวงศิลป์ นวลละอองสองปรางอย่างลูกอิน ช่างงามสิ้นสารพางค์สำอางองค์ ยิ่งพินิจพิศเพ่งให้เปล่งปลั่ง ใจกำลังรุ่นหนุ่มให้ลุ่มหลง. ( น. 149 )

ดูฝ่ายหญิงบ้างว่า...พอเนตรน้องต้องเนตรหน่อกษัตริย์ หวนประหวัดหวาดจิตคิดสงสัย องค์ระทวยขวยเขินสะเทิ้นใจ แฝงต้นไม้เมียงชม้อยคอยชายตา ทั้งสี่นางต่างเมินทำเดินเฉย แกล้งแหงนเงยดูดวงพวงบุปผา พราหมณ์พี่เลี้ยงเมียงมองเห็นสองรา ต่างก็ว่าเข้าช่องแล้วน้องเรา. ( น. 149 ) ด้วยพิษรักของหนุ่มสาวคราวแรกรักนี้มันร้อนใจบอกไม่ถูกเมื่อขบวนสาวเจ้ากลับไปแล้วฝ่ายหนุ่มก็อาลัยว่า...พระกอดเข่าเศร้าสร้อยละห้อยหวน จนหลงครวญขับลำเป็นคำหวาน โอ้เจ้าแก้วเกษรายุพาพาล ไม่สงสารพี่บ้างหรืออย่างไร. ( น. 150 ) ทีนี้คงรอว่าเมื่อไหรจะได้พบกันอีกแล.

................................................

บรรณานุกรม

สุนทรโวหาร ( ภู่ ),พระ,2329-2398. ( 2555 ). พระอภัยมณี.

กรุงเทพ ฯ : ไทยควอลิตี้บุ๊คส์ ( 2006 ).

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน วัฒนธรรมท้องถิ่น



ความเห็น (0)