ร่วมแรงร่วมใจ กันเล่นดนตรี จนมีพี่ป้าน้าอาเอ็นดู บอกเด็กๆ ไม่ต้องลงไปที่ซุ้มอาหาร น้ำหวาน ข้าวมันไก่ ข้าวผัดกระเพรา และกระเพาะปลา...เสิร์ฟถึงวง ทำเอานักเรียนงุนงง ปกติต้องดูแลช่วยเหลือตนเองตลอด..เห็นไหม..ดนตรีสร้างคุณค่า..ยกระดับขึ้นมาทันตาเห็น

ถือเป็นงานสัมพันธ์ชุมชนที่หนักและยาวนาน..แต่ก็สนุกทั้งครูและนักเรียน สำหรับครูแล้ว มองยิ่งกว่า..สัมพันธ์ชุมชน..เป็นเวทีที่สร้างโอกาสแก่นักเรียน ได้ฝึกประสบการณ์การเรียนรู้ ในสถานการณ์จริง ที่นักเรียนเป็นผู้เล่น..เป็นบรรยากาศแบบผู้ใหญ่ แต่สวมใส่หัวใจเด็กเข้าไป ดูอย่างไร...ก็น่ารัก...

สังเกตจากท่วงทำนองการตีกลองยาวของนักเรียนวันนี้..ที่มีไมโครโฟน เป็นตัวช่วย กึกก้องกังวานไปทั้งงาน พิธีการยังไม่เริ่มขึ้น..จึงได้สลับสับเปลี่ยนกับดุริยางค์ ทำให้คึกคักไปทั้งศาลาการเปรียญ

พิธีกร..ก็ช่วยประชาสัมพันธ์ว่ามาจากหนองผือ..ที่ยึดถือและอนุรักษ์ศิลปะการละเล่นแบบไทยๆ..จะด้วยเหตุผลนี้หรืออื่นใด มิอาจทราบได้ ปรากฏว่ามีคนเฒ่าคนแก่ มายืนดูและยิ้มให้นักเรียน..สงสัยว่า..น่าจะแปลกใจมากกว่า ที่ได้ยินเสียงดังออกไป ฟังแล้วเหมือนผู้ใหญ่ตี...หรืออาจคิดว่าโรงเรียนเล็กๆเอง..ทำได้ไง....

บางคนบอก..ตีดี ฟังเพราะ..ดี จะขอให้ไปเล่นงานบวชลูกชายช่วงปีใหม่..ผมยิ้มให้และนึกในใจ..จะเอาอย่างนั้นเลยรึ.......

ร่วมแรงร่วมใจ กันเล่นดนตรี จนมีพี่ป้าน้าอาเอ็นดู บอกเด็กๆ ไม่ต้องลงไปที่ซุ้มอาหาร น้ำหวาน ข้าวมันไก่ ข้าวผัดกระเพรา และกระเพาะปลา...เสิร์ฟถึงวง ทำเอานักเรียนงุนงง ปกติต้องดูแลช่วยเหลือตนเองตลอด..เห็นไหม..ดนตรีสร้างคุณค่า..ยกระดับขึ้นมาทันตาเห็น

บรรเลงคั่นจังหวะและต่อเนื่องไปจนถึงช่วงแห่รอบพระอุโบสถ..ก่อนมาจบที่พิธีการถวายผ้าพระกฐิน..ระหว่างที่ญาติโยมกำลังนับเงินจตุปัจจัยไทยทาน..ก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาในวงกลองยาว..ยื่นเงินให้ผม ๑,๐๐๐ บาท บอกว่า..”.ให้เป็นค่าขนมเด็กครับ....”

บ่ายโมง...ร่ำลาพระคุณเจ้าและกรรมการวัด..เจ้าอาวาส..ท่านเดินเข้ามาทักทาย ”..เหนื่อยกันหน่อยนะโยม..เด็กๆอ่อนล้ากันเลยสิ...เห็นตีไม่ได้หยุด...” ผมยิ้มให้ท่านเจ้าอาวาส ..พอดีกับที่ประชาสัมพันธ์ประกาศเงินทำบุญกฐินที่ได้ทั้งหมดสี่แสนห้าหมื่นบาท...

“โยม..เดี๋ยวพรุ่งนี้..จะเข้าไปที่โรงเรียน จะเอาข้าวสารไปให้ ๒ กระสอบ พัดลม ๖ ตัว ทุนการศึกษา ๑๕,๐๐๐ บาท นะ...” “ครับ”

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๙