ช่วงไปประชุมคณะทำงานของ PMAC 2018 ที่วอชิงตัน ดีซี ทาง NIH ของสหรัฐอเมริกาเขาจัด การประชุมวิชาการ เพื่อแสดงความชื่นชม Dr. Francis Collins ผู้อำนวยการ NIH ที่ดำรงตำแหน่งจะครบ ๘ ปี ได้พัฒนาทิศทางการทำงานของ NIH ก้าวหน้าไปกว่าเดิมอย่างมากมาย หัวเรือใหญ่คือ Prof. Roger Glass, Director, Fogarty International Center ของ NIH สนิทกับพวกเรา จึงแจ้งเชิญมาล่วงหน้านาน และผมตอบรับว่าไป
การประชุมจัดบ่ายวันที่ ๑๔ ต.ค. ๕๙ ซึ่งเราสะดวกที่จะไปร่วม เพราะการประชุมคณะทำงานของ PMAC 2018 เลิกตอนเที่ยง
การประชุมนี้จัดง่ายๆ ที่ห้องประชุมใหญ่ของอาคาร Lister Hill Center, Building 38A, Main Campus ซึ่งอยู่ที่ Bethesda, Maryland ห่างโรงแรมที่เราพัก ๙ สถานีรถไฟ (สายแดง) แต่ขาไปเราตัดสินใจนั่งแท็กซี่ไป เพราะไปกัน ๔ คน คิดว่าประหยัดกว่า จ่ายค่าแท็กซี่ไป ๕๒ เหรียญ แพงกว่านั่งรถไฟเยอะ เพราะขากลับเราพบว่าค่าตั๋วรถไฟเพียงคนละ ๓.๗๕ เหรียญ แถมเร็วกว่าด้วย ที่ร้ายคือแท็กซี่พาเราไปผิดประตู ๒ ครั้ง ทำให้เราไปถึงช้ากว่าครึ่งชั่วโมง คือ NIH Main Campus นี้กว้างมาก และมีหลายประตู วิธีไปดีที่สุดคือนั่ง Metro สายแดง ทางขึ้นจ่อหน้า NIH เลย สะดวกมาก
การประชุมนี้ชื่อ Expanding the Scope of Research in Global Health : A Symposium Honoring the Leadership of Dr. Francis Collins. ชื่อหัวข้อการประชุมคือ Highlighting the Work of Exceptional NIH-Funded Investigators in Global Health จัดโดย The Global Health Research Working Group and the Fogarty International Center at NIH
ข้อเรียนรู้ที่ผมได้คือ วิธีทำวิจัยด้าน Global Health ที่เขาใช้ความร่วมมือระหว่างโลกที่ ๑ กับโลกที่ ๓ ในการทำวิจัยสองโลก เพื่อทำความเข้าใจธรรมชาติที่ซับซ้อนของโรค ที่มีมิติของวัฒนธรรมและพฤติกรรม ซ่อนอยู่ด้วย เป็นมิติใหม่ของ biomedical research ในสายตาของผม ที่ทำเฉพาะในสังคมโลกตะวันตก ทำไม่ได้
ดังนั้น เป้าหมายของการให้ทุนด้าน Global Health ของ NIH จึงพุ่งเป้าไปที่ความร่วมมือกับประเทศใน อัฟริกาโดยเฉพาะอัฟริกาใต้ทะเลทรายซาฮารา ซึ่งยากจนมาก
มีการนำเสนอผลงาน ๗ เรื่อง ที่ถือได้ว่าเป็นผลงานระดับเปิด “ขอบฟ้าใหม่” (Blue Sky) ในแนวใหม่ ที่ไม่ใช่แค่วิจัยด้าน “วิจัยพื้นฐาน” แต่เป็นงานวิจัยพหุสาขา โดยที่นักวิจัยยังทำงานอยู่ในสาขา หรือสร้างสาขาของตนขึ้นมา
ข้อเรียนรู้ ข้อที่ ๒ ของผมคืองานวิจัยด้านสุขภาพสมัยใหม่ ต้องตั้งโจทย์และกำหนดวิธีวิทยาแบบ สหสาขา เพื่อทำงานวิจัยบนฐานความเป็นจริงที่ซับซ้อน ที่เขาทำวิจัยแบบ Global Health ก็เพื่อใช้ฐาน ความซับซ้อนเป็นสภาพความเป็นจริงของการวิจัย ไม่ใช่ทำงานวิจัยแบบเลี่ยงความซับซ้อน อย่างในอดีต
เรื่องที่ผมชอบมากที่สุด ผู้เสนอเป็นผู้หญิงและอายุยังน้อย เรื่อง Global Mental Health in the 21st Century : Building Evidence and the Road Ahead โดย Judith K. Bass, PhD, MPH, Associate Professor, Applied Mental Health Research Group, Dept. of Mental Health, Johns Hopkind Bloomberg School of Public Health ที่ผมชอบก็เพราะผู้นำเสนอเล่าเรื่องความฝันขอบฟ้าใหม่ของโจทย์วิจัยสมัย ๑๖ ปีก่อนของตน ที่แหวกแนว สำหรับสมัยนั้น แต่เมื่อทำไปเรื่องๆ ก็เริ่มเห็นชัดขึ้นเรื่อยๆ ว่าเป็นแนวทางสร้างความรู้ใหม่ด้านสุขภาวะทางจิต
เรื่องที่ผมชอบที่ ๒ คือเรื่อง The Global Network : Pregnancy Outcomes in Low-Income Countries เสนอโดย Robert L. Goldenberg, MD, Columbia University and Global Network of Women and Children’s Health Researchที่ผมคิดว่าผู้นำเสนอมีทักษะการนำเสนอดีที่สุด เข้าใจง่าย และมีผลการวิจัยที่สั่นสะเทือน วงการสูติศาสตร์ ในการดูแลทารกคลอดก่อนกำหนด ที่มีการใช้ สเตียรอยด์ ฉีดให้แม่เพื่อป้องกันโรคแทรกซ้อน ในทารก ผลการวิจัยของเครือข่ายนี้บอกว่า การใช้สเตรียรอยด์ ไม่ได้ลดอัตราตายของทารกคลอดก่อนกำหนด แต่กลับเพิ่ม และผมชอบข้อสรุปว่า การดูแลหญิงตั้งครรภ์ต้องตั้งเป้าดูแลภาพรวม ไม่ใช่ตั้งเป้าดำเนินการ ลดปัญหาเป็นเรื่องๆ เช่น ลดอัตราทารกตายคลอด ลดภาวะเลือดออกในการคลอด ฯลฯ
กลับมาค้นที่โรงแรม ผมได้รู้จัก Global Network of Women and Children’s Researchที่สะท้อนความร่วมมือของหลายสถาบันลูกของ NIH ในการพัฒนาโจทย์วิจัยและโครงสร้าง (platform) การสนับสนุนการวิจัย ที่ซับซ้อนและยาก ทำให้นักวิจัยได้รับการชักจูงทิศทางและจุดเน้น ไปยังประเด็น ที่มีความสำคัญทั้งด้านความรู้ใหม่ และด้านการประยุกต์ความรู้ให้เกิดผลดีต่อสุขภาวะของผู้คน ผมฝันอยากเห็น วงการสนับสนุนการวิจัยของประเทศมีขีดความสามารถในการทำงานแนวนี้ ซึ่งจะทำให้เงินทุนวิจัยก่อผล เป็นชิ้นเป็นอัน ไม่เป็นการสนับสนุนการวิจัยแบบกระจัดกระจาย หรือเบี้ยหัวแตก นี่คือ ข้อเรียนรู้ที่ ๓ ของผม
เรื่องที่สะเทือนใจที่สุดเป็นเรื่องของหน่วยงานดูแลสุขภาพของคนสลัม ๑.๒ ล้านคนในประเทศเฮติ เรื่อง The Haiti Research-Based Model of International Public Health Collaboration : The GHESKIO Centersโดย Jean William Pape, MD, Weill Cornell Medical College and GHESKIO ที่น่าสงสารคนยากจนของประเทศนี้ ที่โดยภัยธรรมชาติทั้งแผ่นดินไหว และพายุเฮอริเคน เขาเล่าวิธีสู้โรค AIDS, MDR TB, และอหิวาต์ ฟังเรื่องนี้ จบคุณหมอภูษิต ประคองสาย วิจารณ์ว่า เขามุ่งแก้ปัญหาอหิวาต์ด้วยการฉีดวัคซีน ซึ่งจะไม่มีวันได้ผลยั่งยืน วิธีที่จะได้ผลยั่งยืนต่อสุขภาพคนคือการสร้างระบบสุขาภิบาลด้านน้ำและความสะอาด
Dr. Francis Collins เพิ่งมาเยี่ยมประเทศไทย และมีโอกาสเข้าเฝ้าสมเด็จพระเทพรัตน์ฯ ผมเล่าไว้ใน บันทึกนี้
วิจารณ์ พานิช
๑๕ ต.ค. ๕๙
ห้อง ๕๔๘ โรงแรม Washington Marriott at Metro Center, วอชิงตัน ดีซี