โครงการ "ขวดเก่าเหลือใช้เป็นถังขยะใหม่ชุมชนบ้านเขวากลาง ต.เขวาใหญ่ อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม" เป็นกิจกรรมในรายวิชาภาวะผู้นำ ซึ่งกลุ่มของพวกเราได้เลือกที่จะจัดกิจกรรมเรียนรู้คู่บริการเกี่ยวกับเรื่องการจัดทำถังขยะจากขวดพลาสติกเหลือใช้
เหตุที่เลือกหมู่บ้านนี้ เพราะจากการลงพื้นที่สำรวจชุมชนรอบมหาวิทยาลัย หมู่บ้านเขวากลาง เป็นหมู่บ้านที่นิสิตยังไม่ค่อยคุ้นเคยและยังไม่ค่อยได้ไปจัดกิจกรรมกันที่นั่นและที่สำคัญคือเป็นหมู่บ้านที่มีการจัดการขยะอยู่แล้ว โดยเริ่มมาได้เกือบๆ จะ 1 ปี จึงเป็นโอกาสที่ดีที่นิสิตจะได้ไปเรียนรู้การจัดการขยะในหมู่บ้าน
สุดาพร โบราณมูล :
กลุ่มพวกเรามีสมาชิกจากหลายคณะ เช่น คณะสาธารณสุขศาสตร์ คณะการบัญชีและการจัดการ วิทยาลัยการเมืองการปกครอง น้อยมากที่จะได้เรียนในเรื่องการจัดการขยะโดยตรง แต่ก็พอมีความรู้กันอยู่บ้าง และคิดว่าวิชาชีพทุกคนก็เกี่ยวกับเรื่องที่ทำอยู่ดี เพราะเป็นการการจัดการขยะ การบริหารกลุ่ม หรือกองทุนขยะในชุมชน
ก่อนที่จะถึงวันจัดกิจกรรมจริง พวกเราลงหมู่บ้านเพื่อสำรวจความต้องการของชาวบ้าน 2 ครั้ง ยิ่งเห็นได้ชัดว่าชาวบ้านกำลังทำเรื่องการจัดการขยะในชุมชน ทำเป็นกองทุนร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลเขวาใหญ่และกองทุนหลักประกันสุขภาพฯ โดยหลายต่อหลายคนเริ่มมีเงินสะสมในครัวเรือนมากขึ้นๆ ในชุมชนน้อยนักที่จะเอาขยะมาทิ้งหน้าบ้าน หรือทิ้งในถังขยะรวม เพราะส่วนใหญ่เริ่มที่จะจัดการขยะในครัวเรือนด้วยตนเองให้ได้มากที่สุด ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นกติกาที่ชุมชนได้ตกลงร่วมกัน และรณรงค์ร่วมกัน
พวกเราแบ่งหน้าที่กันเป็นฝ่ายๆ ส่วนตัวของหนูตอนปฏิบัติการจริงได้รับมอบหมายให้ดูแลจัดการเรื่อง ‘เจาะขวดและร้อยขวด’ ก่อนหน้านี้ก็ช่วยกันจัดหาขวดพลาสติกใสจากหอพักและภายในมหาวิทยาลัย ค้นหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตและเอกสารอันเป็นความรู้ในเรื่องการจัดการขยะ รูปแบบของถังขยะ พอได้มาก็มาดูช่วยกัน นำความรู้ไปทำเป็นแผ่นพับและนิทรรศการ มอบหมายคนบรรยาย
เดิมพวกเรารับสมัครว่าใครจะทำหน้าที่เป็นวิทยากร แต่ก็ไม่มีใคร ‘ออกตัว’ จนเพื่อนในกลุ่มที่เรียนวิทยาลัยการเมืองการปกครองขันอาสารับที่จะเป็นผู้บรรยายให้ความรู้เรื่องการคัดแยกขยะ
โครงการครั้งนี้ได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง เช่น บริบท/ประวัติศาสตร์ชุมชนที่ราษฎรส่วนใหญ่อพยพมาจากจังหวัดร้อยเอ็ด มาตั้งภูมิลำเนาอยู่ที่เนินดินแห่งนี้ ซึ่งในพื้นที่ดังกล่าวมีต้นเขวาขึ้นเป็นจำนวนมาก กระจายอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ จึงเป็นที่มาของชื่อหมู่บ้าน
ส่วนเหตุผลที่เลือกพื้นที่ตรงนี้ก็เพราะว่ามีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์เหมาะสมแก่การเกษตรกรรม สำหรับอาชีพหลักของคนที่นี่คือการทำนา อาชีพเสริมจะเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือน เช่น ทอผ้า จักสาน เเละเครื่องปั้นดินเผา
นอกจากนี้ก็ได้สัมผัสกับชีวิตที่เรียบง่ายของชาวบ้าน เป็นสังคมขนาดกลาง มีน้ำใจ พึ่งพาอาทรกัน และมีน้ำใจต่อลูกๆ นิสิต ทั้งเรื่องความรู้และข้อมูล รวมถึงกิจกรรม ซึ่งครั้งนี้หนูได้เห็นวิถีชีวิตการกินอยู่ของชาวบ้าน ความเชื่อ อื่นๆ อีกหลายอย่างผ่านการสังเกตการณ์ รวมถึงการสอบถามพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการ และการปฏิบัติจริงผ่านการทำอาหารในครัวของชาวบ้าน ซึ่งทำให้หนูมองเห็นวัฒนธรรมการกินอยู่ของชาวบ้านไปด้วย
ส่วนปัญหาก็มีบ้างเป็นธรรมดา เช่น สมาชิกว่างไม่ตรงกัน เพราะเรียนกันคนละสาขา คนละคณะ พอทำกิจกรรมอุปกรณ์ที่เตรียมไปก็ไม่เพียงพอ ถึงแม้จะเป็นช่วงการเก็บเกี่ยวผลผลิตและมีงานบุญในชุมชน ชาวบ้านก็ให้ความร่วมมือมาร่วมกันพอสมควร มีทั้งแกนนำหมู่บ้าน ชาวบ้านทั่วๆ ไป เด็กๆ ซึ่งชาวบ้านเองก็มีส่วนร่วมทั้งสนับสนุนอุปกรณ์เพิ่มเติมที่เป็นไม้ไผ่ รวมถึงการ ‘พาทำ’ ถังขยะ กลายเป็นต่างฝ่ายต่างเรียนรู้ร่วมกัน ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้บรรยายฝ่ายเดียว
การได้จัดกิจกรรมโครงการนี้ หนูได้เรียนรู้ความเป็นผู้นำหลายเรื่อง เช่น กระบวนการทำงานกลุ่ม การติดต่อประสานงานและทำงานกับชุมชน ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชนและภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งเป็นประสบการณ์ใหม่ที่หนูไม่เคยรู้มาก่อน ได้เรียนรู้การ ‘เข้าหาผู้ใหญ่’ ได้เรียนรู้การปรับแผนให้เข้ากับบริบทของชุมชน เช่น เราว่างแต่ชาวบ้านไม่ว่าง เราอยากทำแต่ชอบบ้านไม่อยากได้ ฯลฯ
ที่สำคัญมากๆ คือ กิจกรรมครั้งนี้สอนให้หนูเป็น ‘ผู้นำ’ ที่มีจิตอาสา และกรกล้าที่จะตัดสินใจในใจบางเรื่องเพื่อนำเพื่อนไปสู่ ‘เป้าหมาย’ ที่ตั้งไว้ให้ได้ตามเวลากำหนดและให้มีประสิทธิภาพให้มากที่สุด ได้รู้ว่าความสำเร็จต้องมาจากผู้นำที่ดีและผู้ตามที่ดี ไม่ใช่แค่เรื่องคนใดคนหนึ่งทำเองคนเดียว
และอยากยืนยันว่ากิจกรรมนี้ไม่ใช่เรื่อง ‘คะแนน’ แต่เป็นการ ‘ช่วยเหลือชุมชนด้วยใจ’ ทำแล้วรู้สึกมีความสุข เพราะได้เรียนรู้ผ่านการทำจริงในหลายๆ เรื่อง
เรื่อง : สุดาพร โบราณมูล ปี2 สาขารัฐศาสตร์ วิทยาลัยการเมืองการปกครอง
ภาพ : เยาวภา ปรีวาสนา / นิสิตวิชาภาวะผู้นำ
วันที่ 6 พ.ย.2559



