772. Appreciative Inquiry สำหรับ "อินทรี"

เส้นทางการเรียนรู้ AI ของอินทรี

ระยะนี้อยู่ในช่วงปลายปี ผมมาเริ่ม Reflection นั่งประเมินงานตนเอง ...แน่นอนครับ ผมศึกษา สอน Appreciative Inquiry (AI) ที่พยายามค้นหาสิ่งดีๆที่ซ่อนเร้น อยู่ในตัวคนในองค์กร เพื่อนำมาขยายผล ระยะนี้ผมเริ่มตามสัมภาษณ์ ลูกศิษย์ที่สามารถเรียนรู้ไปได้ไกลมากๆ ในระยะเวลาเท่ากัน ดูจากไหนครับ ดูจาก Bloom Taxonomy ที่ผมเชื่อว่าน่าจะเป็นวิธีการประเมินที่ดีวิธีหนึ่ง


จากแผนภาพ ผมลองมาเทียบกับ AI ได้ดังนี้

ขั้นต่ำสุดคือ

Remeber จำเนื้อหา แนวคิดคร่าวๆ จำได้ว่า AI คืออะไร วงจร 4D คืออะไร

สูงขึ้นมาคือ

Understand มองออกว่าจะทำ AI อย่างไรให้สำเร็จ มันต้องถามอย่างไร ขยายผลอย่างไรในบริบทของตนเอง

Apply ประยุกต์ AI ตั้งแต่ถามจนขยาลผลในงานของตนเองได้

Analyse วิเคราะห์ผล เชื่อมโยงทฤษฎีได้

Evaluate รู้ว่างาน AI แบบไหนดีไม่ดี สอนคนอื่นต่อได้

Create สามารถออกแบบ Model ใหม่ได้ เป็น Moel ที่นำมาขยายผลใช้ได้ดีกว่า Model เดิมๆ

ผมเลือกลูกศิษย์ที่ก้าวไปถึงขั้น Create ได้ มาสัมภาษณ์ โดยผมเองก็สนใจศาสตร์สัตว์สี่ทิศด้วย สัตว์สี่ทิศมองคนเป็นสี่บุคลิกคือกระทิง (ขาลุย) อินทรี (คิดต่าง) หมี (มีระบบ) หนู (เน้นความสัมพันธ์) ผมเลือกลูกศิษย์แต่ละทิศมาสัมภาษณ์ วันนี้อยากเจาะกลุ่มอินทรีที่ก้าวล้ำนำคนอื่น

วันนี้ผมเลือกมาสามคนคนแรกเพิ่มจบ คนสองจบมา 5-6 ปี คนที่สามเพิ่งจบเช่นกัน

Case 1:

ขั้นต่ำสุดคือ

Remeber (จำเนื้อหา แนวคิดคร่าวๆ จำได้ว่า AI คืออะไร วงจร 4D คืออะไร) ตอนที่จำตัวทฤษฎีได้จากการฟังซ้ำๆ ต้องผ่านการอธิบายเป็น Case อาจารย์เล่าให้ฟังหนึ่งรอบ ลงไปถามเจอประเด็นนี้แล้วขยายต่อ หลาย case คุยเสร็จเนื้อหาลืม จะจำโครงสร้างได้ อาจารย์ไม่ได้แบ่ง เป็น phase แต่เล่ามาจะบอกได้เอง ว่าตัวไหนเป็น Discovery Dream Design Destiny

Understand (มองออกว่าจะทำ AI อย่างไรให้สำเร็จ มันต้องถามอย่างไร ขยายผลอย่างไรในบริบทของตนเอง) หลังฟังมาเรื่อยๆ นึกภาพตามได้ เวลามองงานตัวเอง จะเห็นว่าถ้าส่วนนี้ทำแค่นี้พอ มันคาบเกี่ยวกันกับ Remember เข้าใจมากๆ ช่วงเรียน มานั่งฟังเรื่อยๆ ก็จะจับจุดได้ เพราะเพื่อน มีมีคนท้วงว่าไม่ Focus มันจะได้เหรือ. ไม่ใช่ครับ จริงๆ AI เข้าในปัญหาอีกที แล้วหาสิ่งดีๆในปัญหา จากดึงส่วนดีมาแก้ปัญหาอีกที แทนที่จะหาปัญหา แล้วไปหาวิธีจากข้างนอกเข้ามาแก้

Analyse มันเกิดจากการสังเกต ดูการเปลี่ยนแปลง “ตีเนียน” ไปสังเกต ไปชวนคุย ดึงประเด็นให้เห็นว่ากำลังพูดอะไรอยู่ เกิดจากการไป Followup ก็จะเห็น

Evalaute พอคนมาถาม เล่า case ให้ฟังมากขึ้น คนมาคุยหลายคนมาคุย เกิดหลาย case เลยเห็นจุดร่วม เกิดจากผมสอนเพื่อน เหมือนช่วยกันมอง

Create เกิดขึ้นตอนที่อยู่คนเดียว เกิดช่วงขับรถ นึกเชื่อมไปทฤษฎีอื่น มาประเมินแล้วมันขัดหูขัดตา มาเชื่อมกันอย่างนี้ดีกว่า ... ทำไม Model นี้มันคุ้นๆ เชื่อมกับอริยสัจสี่ เราใช้เครื่องมือแล้วมันไม่ถนัด เลยพยายามดัดแปลง เปลี่ยนแปลงให้มันราบรื่นมากขึ้น

Remember to Apply 2-3 weeks

ทั้งหมด ไม่น่าเกิน 1 เดือน ...

“ผมอยู่ทั้งวันทั้งคืนไม่น้อยกว่า 10 ชั่วโมง “

เนื้อหาตอนที่เรียนใน Workshop ชอบตอนไหน ชอบสัตว์สี่ทิศ ทำให้เห็นคนแต่ละคนคิดอย่างไร มันจะได้มุมมองดีกว่า เรื่องนี้กระทิงคิดอย่างไร ทุกวันนี้ยังอิงกับสัตว์สี่ทิศอยู่เลย มันมีผลพอสมควร มันพูดถึงการปรับตัวของคนในองค์กรได้ดี

Style เปิดโอกาสให้คิดเอง ไม่ชอบตีกรอบว่าคิดแบบนี้ถึงจะถูก .. ถ้าผิดคุณมีเหตุผลอะไร วิขาอาจารย์ไม่มีคำตอบตายตัว ทุกคนหาจุดร่วมด้วยกัน แล้วออกมาเป็นคำตอบ ทำให้ได้เห็นอะไรได้มากขึ้น

ทีม ชอบตรงที่เวลามีปัญหา ทุกคนโยนเข้ามา ถามหาความเห็น แม้ได้คำตอบไม่ชัด แต่ก็เป็นแนวทางได้ มันสนุกตรงที่เวลาเล่าไป แล้วเขา Feedback กลับมา หรือเวลาให้คำปรึกษาเราก็เจอช่องโหว่... เป็นกระบวนการกลุ่ม สถานที่เช่นสโมเป็นศูนย์รวมการเรียนรู้ ...พวกเราหิ้วกันไปตลอด ใช้เวลาอยู่รวมกัน มากกว่า 10 ชั่วโมงต่อวัน มีอะไรถามกันได้ทันที ไปไหนไปด้วยกัน

Case Study ที่ทำให้เข้าใจมากขึ้น ไม่มี แต่เกิดจากการฟังอาจารย์ ฟังเพื่อน ฟังลูกค้าก็จะเชื่อมโยงได้เอง ..

Case ที่ 2

ขั้นต่ำสุดคือ

Remember รู้จักจากแฟนมาก่อน พาไปหารุ่นพี่ รู้จักคร่าวๆ ไม่ได้มีใครยก case ใหเ้ดูจริงๆ

Unstand จำเนื้อหา แนวคิดคร่าวๆ จำได้ว่า AI คืออะไร วงจร 4D คืออะไร วันนั้นผมอยากรู้ว่า AI คืออะไร ผมไปหาอาจารย์ อาจารย์ตั้งคำถามว่าใน MBA มีที่ไหนคุยแล้วสะดวกใจที่สุด แล้วผมก็พาผมไปที่ห้องสมุด ...แล้วจุดไหนที่คุณสบายใจจะคุยมากที่สุด ....นี่ไงตัวอย่าง AI นี่ไง อาจารย์จับมือผมไปทำ AI ง่ายๆให้ดูเลย อันดับที่สอง.. เอ๊าผมโชวอีกตัวอย่าง MBA ตรงไหนสะอาดสุด...งั๊นไปหาแม่บ้านเลย ถามแม่บ้าน..ทั้งึกตรงไหนสะอาดสุด แม่บ้านบอกชั้นสอง แล้วชั้นสองต่างจากชั้นหนึ่งอย่างไร... ชั้นสองมีถังขยะหน้าห้อง คนเดินผ่านไปมาก็ทิ้งให้ตรงนั้น.. ห้องอื่นไม่มี จำได้เลยว่าทำอย่างไร ...ผมชอบคำว่า How to...

Analyse จาก IS ที่ผมทำนี่เลย.. เรียน AI เรียน Qualitative Research หลายๆตัว .. ผมทึ่งมากที่อาจารย์อธิบายว่าการพัฒนาแต่ละยุคมาเป็นอย่างไร ... “ม่อนก็เปิดบริษัทสิ แล้วเอาบริษัทมาทำ IS ...เราเรื่องกลยุทธ์แห่งความภักดีมาจับ ...เอาว่าแต่ละขั้นทำแต่ละเดือน ..พัฒนาลูกค้าไปถึงไหน เอาวิธีที่ดีที่สุด มาหาวิธีและวัดผลไปด้วย ตรงนี้เข้าใจว่าเอาไปใช้ได้หลายทาง ...สามารถวัดผลเป็นรอบๆได้ .. ปัจจุบันผมยังใช้ปิรามิดแห่งความภักดี ปัจจุบันทำตามขั้นตอนนี้โดยอัตโนมัติไปเลย

Evaluate รู้ว่างาน AI แบบไหนดีไม่ดี สอนคนอื่นต่อได้ ทำไปสักพักหนึ่ง คือสอนบ่อยๆ มันมี case เข้ามาเรื่อยๆ มีคำถามเข้ามามากๆ เช่นทำไมต้อง AI มี case แปลกๆ ... บางคนก็กลับมา บางคนก็ไม่กลับมา ทั้งดีไม่ดี เราก็ feedback ... ย่ิงต้อง feedback ย่ิงต้องศึกษา ยิ่งต้อง Sharp

Create สามารถออกแบบ Model ใหม่ได้ อาจารย์โยนงานให้ทำ World Cafe Workshop เป็นการทำงานร่วมกันกับเพื่อน และเกิดจากการสังเกตลูก เลยพัฒนาเกมส์ขึ้นมา

ใน AI Workshop ของผม คุณชอบเนื้อหาอะไรมากที่สุด

“World Cafe และเรื่อง AI ผสมสัตว์สี่ทิศ”

Style การสอน อาจารย์ Simplicity มากๆ อาจารย์ Simple แต่อาจารย์ปรับ adpat ได้ทุก platform อาจารย์เปิดโอกาส Open มากๆ ตอนนั้น 3-4 ทุ่ม ก็โทรปรึกษาได้

ทีม AI Research ชอบตรงไหน Moment ที่พวกเราไปเชียงใหม่ ไม่หลับไม่นอน สนุกมาก เรา Active กันมาก พยายามลองอะไรใหม่ๆ ลองผิดลองถูกกัน

Case study เคสเช่น case ล้งกุ้ง ไม่ใช่เด็กวิศวะ แต่ทำ QMได้

ระยะเวลาบ่มเพาะตัวเองจาก

Remember มา Evaluate น่าจะประมาณ 3-5 เดือน

Remember มา Create ประมาณ 5 ปี

Case 3:

Remeber จำเนื้อหา แนวคิดคร่าวๆ จำได้ว่า AI คืออะไร วงจร 4D คืออะไร

ตอนที่พบผมและทำมาเรื่อยๆ ผมเรียนรู้กับพี่ๆ ผมมองเห็นภาพว่าเราทำไปเพื่ออะไร อาจารย์ให้กรอบตั้งต้นทางปลายทาง ไปดูงานของวิภาภรณ์ดู ผมไม่ชอบอ่านรายละเอียด ผมไปคุยกับวิภาภรณ์ได้ เขาก็อธิบายในภาพรวมได้ เลยจำได้

Understand มองออกว่าจะทำ AI อย่างไรให้สำเร็จ มันต้องถามอย่างไร ขยายผลอย่างไรในบริบทของตนเอง

หลังจากเห็นภาพก็ศึกษาด้วยตนเอง พยายามอ่านและดูคำถาม มีต้นแบบนิดหนึ่งแล้วเอาไปลองทำดู ลองไปถามสองสามคนได้แค่ข้อสรุป ยังไม่เห็นคำตอบชัด ต้องลองฝึก ปรับเปลี่ยนลองผิดลองถูก

Apply ประยุกต์ AI ตั้งแต่ถามจนขยายผลในงานของตนเองได้ หลังสัมภาษณ์กับกลุ่มคนที่สนิทกันก่อน พอปรับไปปรับมาก็ลองไปขยายกับกลุ่มคนไม่สนิท

Analyse วิเคราะห์ผล เชื่อมโยงทฤษฎีได้ ผมศึกษาทฤษฎีลงลึก และพยายามเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันในไทย ผมเองคลุกคลีอยู่ที่นี่พอควร (ที่ที่ไปทำ AI) ผมมีประสบการณ์ สังเกตแล้ว ...พอไปอ่านก็ “อ๋อ เป็นอย่างนี้เอง..”

Evaluate รู้ว่างาน AI แบบไหนดีไม่ดี สอนคนอื่นต่อได้ ... ตั้งแต่วงจร 4D แราต้องเข้าใจงานผมให้ดีพอ ...ผมทำจริงจัง เราวางแผนที่จะทำต่อยอดเสมอ คิดว่าจะให้คนอื่นต่อยอดได้ ผมไปสัมภาษณ์จริงก็เลยรู้ ...จะดูออกว่าจริงไม่จริง เราจะดูก็รู้

Create สามารถออกแบบ Model ใหม่ได้ เป็น Moel ที่นำมาขยายผลใช้ได้ดีกว่า Model เดิมๆ

เกิดจากการไปสังเกตปรากฏการณ์ผ่าน Flow Theory

ระยะเวลาที่บ่มเพาะตัวเองจาก Rememeber จนมาถึง Create ประมาณ 1-3 เดือน

Workshop ชอบตอนไหน ขอบ Theory U มากที่สุด เพราะว่าทำผมเลิกคาใจ มันเป็นตัวขับเคลื่อนสังคม ก็มันตอบโจทย์ว่าเราฟังไม่นาน การเรียนรู้ภายใน มันไม่มีการเติบโต ทุกคนถูกครอบงำในความคิด

Style ชอบตรงไหน ชอบเป็นคนที่ไม่สอนเหมือนคนอื่น ที่สอนให้เดินตามกรอบ ผมชอบที่อาจารย์สอนให้เชื่อมโยงกับความเป็นจริง เอาไปทำได้เลย ถ้ามีประสบการณ์สักนิดใช้เชื่อมได้เลย

ทีม ชอบตรงที่เป็นกลุ่ม ตรงมีพื้นฐานที่มีความคิดบวก ทำงานด้วยกันง่ายๆ ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทำให้เห็นวิธีการที่ต่าง ชอบพวกพี่ๆ ไป KM กันแลกเปลี่ยนกันตลอด ทำวิจัยคุยแต่งานวิจัย

Case Study ชอบของวิภาภรณ์ เป็นแนวองค์กรตรงจุด อ่านแล้วใช่ไกล้เคียงกับที่ทำ Concept เป้าหมายเดียวกัน เน้นสร้างคนไม่ใช่ยอดขาย

Remember มา Create น่าจะประมาณ 1 เดือนแต่รายนี้ลงลึกพื้นที่มาตั้งแต่เด็ก



วิเคราะห์เส้นทางการเรียนรู้ Appreciative Inquiry ของ “อินทรี”

1.ช่วง Remember ถึงช่ว Understand นี่เกิดจากการที่มาฟัง Stroytelling เรื่องเล่าจากผม จะมีพิเศษคือคนที่สองผมใช้ Role Play คือไปทำให้ดู นี่น่าสนใจครับ ต่อไปผมจะเอา Role Play กลับมาใช้อีก คือไปทำให้ดูจริงๆ เลย

2.ช่วง Analysis เกิดจากช่วงที่มีการพยายามนำเอา AI ไปใช้ในงานของตัวเองอย่างจริงจัง เป็นการวางแผนร่วมกัน

3. Evaluate เกิดจากการไป “สอนคนอื่น” แล้วเจอ Feedback กลับมา อีกคนจะประมาณไปทำจริงจัง จะรู้ขึ้นมาเอง ประเมินออก

4. Create ขั้น Create จะเกิดจากการลงไปสังเกตปรากฏการณ์ แล้วค่อยๆ เชื่อมโยงเป็น Model .. พูดง่ายๆคือไปลงลึกเยอะๆ

5. ระยะเวลาบ่มเพาะอินทรี สั้นสุด 1 เดือน สองท่านนี้อยู่กับ AI เรียกว่าอินมาก สองท่านแล้วเรียนกับผมมาเป็นสิบรอบ ส่วนคนที่สองช่วงที่ทำงานด้วยกันเคยมานั่งเรียนกับผมครั้งเดียว.. และตอนไปสร้าง Model ได้ไปเรียนกับอีกท่านหนึ่ง น่าจะพออนุมานได้ว่าถ้าไกล้ชิดกันมากน่าจะราวๆ 1-3 เดือนถึงขั้น Create ถ้าไม่ได้เรียนด้วยกันมากพอ แต่เท่าที่ดูท่านที่สองก็มีการสร้าง Model ใหม่ตอนทำงานกับผมไปสองสามเดือนเช่นกัน .. แต่ที่ชัดมากคือ 5ปี

6. Workshop ที่อินทรีชอบ World Cafe, สัตว์สี่ทิศ, Theory U (ผมเชื่อว่าอินทรีชอบ เพราะจะเห็นความคิดสร้างสรรค์มากๆ)

7. Style ชอบตรงที่ที่ไม่มีกรอบให้เดินตาม ตั้งเป้าหมายกว้างๆเท่านั้น

8. ทีม ...บรรยากาศในทีม AI ดีมากๆ ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ส่งเสริมกัน

9. Case Study มีชอบล้งกุ้ง และ งานคุณวิภาภรณ์

10. ดูเหมือนเส้นทางการเรียนรู้ของอินทรีสามท่านนี้จะสอดคล้องกับระบบการเรียนรู้ของอินทรีที่ผมถามมาจากคนอื่นในระดับหนึ่ง..น่าสนใจเลยครับ .. ดูคล้ายๆกับพวกเขาต้องเห็นก่อนว่าในภาพรวมเป็นอย่างไร ...เขาจะลงไปเรียนจากของจริง


ที่ผมจะทำต่อในโอกาสต่อไป

1.ผมเองจะเน้นการเล่าเรื่องให้เห็นภาพรวม

2. ใช้ Role Play

3. ให้เชื่อมโยงกับโลกรอบตัว ให้ไปสังเกตของจริง ทำจริง

4. สุดท้ายให้เข้าอยู่ในกลุ่ม AI ที่มักจะมีบรรยากาศอย่างนี้มาสัก 10 ปีแล้ว มีผลมากๆ ต่อทุกทิศ

5. แนะนำ Case วิภาภรณ์ และโรงงานล้งกุ้งให้

6. ใช้กระบวนการ World Cafe Theory U และสัตว์สี่ทิศ

7. เน้นให้เห็นว่า Timeline 3 เดือนทุกอย่างเป็นไปได้

8. อาจสอนเรื่องการทำงานกลุ่มเพิ่มเติม

ทั้งสามท่านทำให้ผมเห็นอะไรบางอย่าง ขอบคุณมากครับ

ผมจะได้เอาไปพัฒนาการสอนผมให้ดีขึ้น

ส่วนท่านเองถ้าเป็นครู/ Consutl/Coach บทความนี้จะมีประโยชน์ต่อท่านครับ อินทรีเป็นอะไรที่มีความเก่งคือคิดต่างครับ แต่ติดปัญหาคือไม่ค่อยทำ ...บทความนี้แสดงถึงวิธีการพัฒนาอินทรีไปถึงขีดสุด .. ไม่เปลี่ยนใจโลเลจนทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน

วันนี้พอเท่านี้ เพียงเล่าให้ฟัง ลองเอาไปพิจารณาดูนะครับ


Note:

1. ดูงานของทั้งสามท่านได้ที่นี่

โค้ชเวช .. ทำเรื่อง Appreciative Women Coaching https://www.gotoknow.org/posts/617378

อ.ม่อน ก่อตั้งบริษัทที่ปรึกษาด้าน AI https://www.gotoknow.org/posts/617609

ขุนพล ทำ Learning Organisation https://www.gotoknow.org/posts/617381

2. Credit รูปภาพ

อินทรี https://image.freepik.com/free-vector/eagle-logos_23-2147515736.jpg

3. ส่วน Workshop และงานวิจัยที่อินทรีสามท่านพูดถึงอยู่ข้างล่างนี้ครับ (ทั้งหมอผสม AI เข้าไปพัฒนาเป็นสูตรเฉพาะของกลุ่ม AI Thailand)

World Cafe https://www.gotoknow.org/posts/347138

Theory U https://www.gotoknow.org/posts/536169

สัตว์สี่ทิศ https://www.gotoknow.org/posts/617368

งานคุณวิภาภรณ์เรื่อง Happy Workplace (รองานจากเจ้าตัวนิดครับ)

งานเรื่องโรงงานล้งกุ้ง https://www.gotoknow.org/posts/617398


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Appreciative Inquiry



ความเห็น (0)