ครูปฐมวัย...แบบที่ควรเป็น

“ครูที่ดีนั้นจะต้องเป็นผู้กระทำแต่ความดี ต้องขยันหมั่นเพียรและอุตสาหะพากเพียร ต้องเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เสียสละ ต้องหนักแน่น อดกลั้นและอดทน ต้องรักษาวินัยสำรวมระวังความประพฤติของตนให้อยู่ในระเบียบแบบแผนอันดีงาม ต้องปลีกตัวปลีกใจจากความสะดวกสบายและความสนุกรื่นเริงที่ไม่สมควรแก่เกียรติภูมิของคน ต้องตั้งใจให้มั่นคงและแน่วแน่ ต้องซื่อสัตย์รักษาความจริงใจ ต้องมีเมตตาหวังดี ต้องวางใจเป็นกลาง ไม่ปล่อยไปตามอำนาจอคติ ต้องอบรมปัญญาให้เพิ่มพูนสมบูรณ์ขึ้นทั้งในด้านวิทยาการ และความฉลาดรอบรู้ในเหตุและผล...”

จากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานแก่ครูอาวุโสในโอกาสเข้าเฝ้าฯ เมื่อวันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม 2521 เราสามารถนำคำสอนจากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมาสรุปลักษณะของครูปฐมวัยที่ดี ( มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. 2538 : 387-390, 399-400 อ้างถึงใน ครูเปีย, 2553 : ออนไลน์) ได้ดังนี้

1. รักเด็ก ถ้าครูอนุบาลมีนิสัยรักเด็กอย่างแท้จริงแล้ว จะทำให้อยู่กับเด็กได้อย่างมีความสุขและเต็มใจที่จะทำงานต่างๆอย่างเต็มกำลังความสามารถ

2. ให้ความอบอุ่นแก่เด็ก เนื่องจากเด็กวัยนี้ต้องการความอบอุ่น ซึ่งถ้าหากเด็กได้รับความอบอุ่นเหมือนอยู่ที่บ้านแล้ว จะทำให้เด็กเกิดความไว้วางใจและอยากมาโรงเรียน

3. เมตตากรุณา บุคคลที่อยู่กับเด็กควรเป็นผู้ที่มีจิตใจรักและเอ็นดูเด็ก ปรารถนา ให้เด็กมีความสุข และถ้าหากครูอนุบาลได้อบรมเด็กในสิ่งเหล่านี้ ก็จะทำให้เด็กมีจิตใจที่อ่อนโยนมีความเมตตากรุณาต่อผู้อื่นเช่นเดียวกัน

4. อารมณ์ดี ครูอนุบาลควรมีอารมณ์ดี และควบคุมอารมณ์ตนเองได้

5. ใจเย็น ครูอนุบาลต้องเป็นคนใจเย็น เนื่องจากเด็กๆมักจะมีปัญหาให้ช่วยอยู่เสมอๆ บางครั้งอาจเกี่ยวโยงถึงผู้ใหญ่ด้วย อาจได้รับการต่อว่า หรือกล่าวร้ายต่างๆ ดังนั้นจึงต้องเป็นผู้มีความใจเย็น

6. อดทน ครูอนุบาลต้องมีความอดทน เนื่องจากต้องทำหน้าที่ในการอบรมเลี้ยงดูเด็ก ซึ่งเด็กในวัยนี้ยังเป็นเด็กเล็ก ไม่สามารถเข้าใจหรือทำอะไรได้เหมือนผู้ใหญ่ จึงต้องใช้เวลาและความอดทน

7. ขยัน เป็นผู้ที่เอาใจใส่ต่อหน้าที่ ปฏิบัติงานอย่างสม่ำเสมอและรับผิดชอบงานในหน้าที่

8. ยุติธรรม ครูอนุบาลต้องมีความยุติธรรมและวางตัวเป็นกลาง

9. ซื่อสัตย์ เนื่องจากครูอนุบาลต้องปฏิบัติงานร่วมกับบุคคลหลายฝ่าย และต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็กๆด้วย

10. ยิ้มแย้มแจ่มใส ครูอนุบาลต้องเป็นผู้ยิ้มแย้มแจ่มใส ดูแล้วน่าคบหาสมาคมด้วยทำให้ผู้ใกล้ชิดรู้สึกอบอุ่น

11. แคล่วคล่องว่องไว ครูอนุบาลต้องเป็นผู้ที่แคล่วคล่องว่องไว กระฉับกระเฉง เนื่องจากต้องดูแลเด็กที่อยู่ในวัยไม่อยู่นิ่ง ซุกซน

12. หน้าตา ทรวดทรวงและท่าทางดี ครูอนุบาลควรฝึกการนั่ง การเดิน การยืน ให้ถูกต้อง น่าดู เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่เด็ก หน้าตาควรแต่งพองาม ทรงผมเหมาะสมกับวัย

13. สุขภาพดี ครูอนุบาลต้องรักษาสุขภาพให้แข็งแรง เนื่องจากต้องทำกิจกรรมร่วมกับเด็กด้วย

14. การแต่งกายดี ครูอนุบาลควรแต่งกายให้น่าดู สะอาด เรียบร้อยเหมาะสมกับวัย

15. วาจาสุภาพไพเราะ ครูอนุบาลจะต้องรู้จักใช้คำพูด ควรใช้คำพูดที่เด็กสามารถเข้าใจความหมายได้ พูดจาสุภาพ อ่อนหวานและไพเราะ เนื่องจากเด็กอนุบาลเป็นวัยที่อยู่ในระหว่างการเรียนรู้ภาษาจะจดจำสิ่งที่ได้ยินและจะพูดตาม

16. กิริยามารยาทดี ครูอนุบาลควรมีกิริยามารยาทงาม รู้จักกาลเทศะ รู้จักมารยาทต่างๆในสังคม เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่เด็ก

17. ตรงต่อเวลาและหน้าที่ ครูอนุบาลต้องตรงเวลาและหน้าที่เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เพื่อนร่วมงาน อีกทั้งควบคุมดูแลการจัดกิจกรรมต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ

18. มีมนุษยสัมพันธ์ดี เนื่องจากครูอนุบาลต้องปฏิบัติร่วมกับบุคลากรหลายฝ่ายจึงต้องสามารถปฏิบัติงานร่วมกับผู้อื่นได้ดี

19. เข้าใจธรรมชาติและความต้องการของเด็ก ครูอนุบาลต้องมีความรู้เกี่ยวกับพัฒนาการของเด็ก และสามารถส่งเสริมพัฒนาการด้านต่างๆให้กับเด็กได้

20. ชอบศิลปะ ครูอนุบาลควรจะวาดภาพระบายสีได้ อย่างน้อยวาดภาพลายเส้นบนกระดานดำได้ ร้องเพลงได้ ทำท่าประกอบเพลงได้ สามารถเล่นดนตรีได้ สิ่งเหล่านี้จะทำให้การสอนน่าสนใจสำหรับเด็กยิ่งขึ้น

21. รับฟังคำพูดและตอบคำถามเด็ก เนื่องจากเด็กวัยนี้มีความอยากรู้ อยากเห็น ชอบถามถึงสิ่งต่างๆที่อยากรู้และมีความสงสัยอยู่เสมอ ดังนั้นครูอนุบาลจะต้องเป็นผู้ที่สามารถตอบคำถามเด็กได้ตรงกับความจริงเท่าที่เด็กจะเข้าใจความหมายได้

22. ให้ความร่วมมือกับพ่อแม่ ผู้ปกครองเด็ก ครูอนุบาลควรสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างบ้านกับโรงเรียน ควรปฏิบัติตนเป็นมิตรที่ดีต่อพ่อแม่และผู้ปกครองเด็ก ยินดีให้ความร่วมมือและช่วยเหลือแนะนำ เพื่อแก้ปัญหาเด็ก

23. ประเมินผลการปฏิบัติงานตนเอง ครูอนุบาลควรประเมินผลการปฏิบัติงานของตนเองในทุกๆด้าน ด้วยความเที่ยงตรง ได้แก่ ด้านการสอน การเรียนของเด็ก การผลิตและใช้สื่อการสอน การปรับตัวของเด็ก การส่งเสริมพัฒนาการ การอบรมเลี้ยงดู ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมงาน พ่อแม่ผู้ปกครอง และงานธุรการประจำชั้น

ซึ่งสามารถเปรียบเทียบครูปฐมวัยกับสัตว์ที่มีลักษณะพิเศษ (รุ่งทิวา ประสงค์, 2552 : ออนไลน์) ได้ดังนี้

1. ครูปฐมวัยต้องเป็นเหมือน “ผึ้ง” ซึ่งมีคุณลักษณะที่ขยัน เพราะครูปฐมวัยจะต้องขยันพัฒนาตนเอง พัฒนานวัตกรรม พัฒนาเทคนิค วิธีการ ทำงานเป็นทีมอย่างมีระบบ

2. ครูปฐมวัยต้องเป็นเหมือน “เหยี่ยว” ซึ่งมีสายตาที่กว้างไกล มีกรงเล็บที่แข็งแรง มีทวงท่าในการกางปีกโบยบินที่โฉบเฉี่ยวที่สง่างาม มั่นคง ซึ่งเป็นบ่งบอกของความเป็นครูมืออาชีพ

3. ครูปฐมวัยต้องเป็นเหมือน “นกฮูก” ที่มีความสุขุมลุ่มลึก สงบ เยือกเย็น รอบคอบ

4. ครูปฐมวัยต้องเป็นเหมือน “แรด” ที่มีความอดทน แข็งแรง บากบั่น ไม่ท้อถอย

สรุปว่า ครูปฐมวัย ต้องเป็นผู้ที่ขยัน อดทน อดกลั้น สงบ มีสมาธิดี รักและเอื้ออาทร ไม่ท้อแท้ มั่งมั่น บากบั่น ช่วยเหลือตนเองและพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ทันสมัยอยู่เสมอ และที่สำคัญต้องเชื่อมั่นว่า “เด็กทุกคนสามารถพัฒนาได้”

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ครูปฐมวัย...แบบที่ควรเป็น



ความเห็น (0)