บินลาเดนอยู่ทุกๆที่ (Bin Laden was everywhere)

ฉันอยู่ที่ปัตตานีตั้งแต่ปี 1999 (2542) ฉันเคยเป็นนักศึกษาระดับปริญญาของ Academy of Malay Studies มหาวิทยาลัยมาเลย์ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ตอนนั้นฉันกำลังทำงานวิจัยเรื่องการศึกษาเปรียบเทียบระห่างภาษาพูดมาเลย์ท้องถิ่นกับมาเลย์พื้นฐาน

ตอนแรกฉันดูข่าวเรื่องการโจมตี 11 กันยายน ที่ร้านเล็กๆแห่งหนึ่ง ซึ่งมีชื่อเสียงในอาหารข้าวมันไก่ บนถนนไปสู่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ฉันมาร้านนี้บ่อยพอสมควร จนกระทั่งเจ้าของย้ายไปอยู่ที่ภาคอื่น ตอนนี้ถนนสายนี้คือเจริญประดิษฐ์ ตอนนี้ถนนนี้คลาคล้ำไปด้วยผู้คน แต่เมื่อก่อนมีแต่ความเงียบสงบ ในขณะที่ฉันกำลังอร่อยอยู่กับมื้ออาหาร เจ้าของภัตตาคาร ซึ่งเป็นผู้บรรยายในมหาวิทยาลัยด้วย เดินเข้ามา และนั่งข้างๆฉัน ชี้ไปที่ทีวี และอธิบายนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในนครนิวยอร์ก บนจอโทรทัศน์ จะมีภาพที่มีตึกระฟ้า 2 ตึก ตึกหนึ่งเต็มไปด้วยควันสีดำ เจ้าของอธิบายว่าตึกนี้โดนเครื่องบินชน หลังจากนั้น เราก็ได้เห็นการโจมตีครั้งที่ 2 เรื่องนี้ไม่เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบที่ฉันเคยเจอเลย

ในช่วงนั้น ถึงแม้จะมีอาชญากรรมเล็กๆน้อย แต่เมืองก็มีความปลอดภัยพอสมควร ความขัดแย้งอันน่ากลัวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังไม่เกิดขึ้น การโจมตีเมื่อ 11 กันยายน ทำให้ฉันตระหนกจนอดคิดไม่ได้ว่าบางสิ่งที่เลวกำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต

หลังจากการโจมตี สื่อเริ่มต้นการโจมตีอัลเคดาห์ (Al-Qaeda) โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้นำที่มีเสียงกระฉ่อนและมากบารมีชื่อ บิน ลาเดน แตกต่างจากโลกตะวันตก หรือบางส่วนที่เป็นตะวันตกไปเรียบร้อยแล้ว ต่างกล่าวหาบิน ลาเดนว่าเป็นผู้ก่อการร้ายที่สามารถกินเลือดกินเนื้อคนได้ แต่ประชากรมุสลิมท้องถิ่นในปาตานีดูเหมือนจะรับรู้เรื่องนี้ต่างไปจากโลกตะวันตก หลังจาการโจมตีไม่นานนัก ฉันเริ่มที่จะเห็นบินลาเดนทุกๆที่ แต่ทั้งนี้ไม่ใช่ตัวตน แต่เป็นรูปภาพ ใน T-Shirt ก็มีหน้าบินลาเดน ซึ่งมีการขายในตลาดและแม้แต่แผงลอยเล็กๆตามถนน สติ๊กเกอร์รูปบินลาเดนติดอยู่ตามรถ และโปสเตอร์ก็เห็นตามร้านขายกาแฟ

ฉันเคยถามเพื่อนๆว่าเหตุใดจึงชอบบินลาเดน เห็นอย่างได้ชัดว่าพวกเขาสรรเสริญเขาในการกระทำเยี่ยงวีรบุรุษต่อสู้มหาอำนาจอย่างสหรัฐด้วยมือเปล่า นอกจากนี้บินลาเดนยังประสบความสำเร็จในการหลบองค์กรอย่าง CIA ได้ แต่ฉันมองว่านี่เป็นการเตือน ก่อนหน้านั้นฉันคิดว่าพวกเขาเป็นคนหัวอ่อนต่อสู้โดยสันติวิธี แต่หลังจากการโจมตี พวกเขาเปิดเผยให้เห็นด้านก้าวร้าวรุนแรง โดยการสนับสนุนผู้ก่อการร้ายที่มีชื่อเสียง นี่เป็นการพัฒนาครั้งล่าสุดโดยประชาชนท้องถิ่นเอง

ฉันกำลังทำงานวิจัยในสาขาสังคมวิทยาภาษาศาสตร์ และไม่เคยได้สนใจเกี่ยวกับเรื่องทางการเมืองเท่าใดนัก ดังนั้นเมื่อคนนำรูปบินลาเดนไปทุกที่ ฉันตีความว่าปรากฏการณ์นี้เป็นสัญญะว่าพวกเขาอาจอยู่ภายใต้อิทธิพลขององค์กรผู้ก่อการร้ายระดับโลก เช่น อัลเคดาห์ (Al-Qaeda) หรือเป็นพันธมิตรกับผู้ก่อการร้ายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น เจมาห์ อิสลามิยห์ (Jemaah Islamiah หรือ JI) เมื่อความขัดแย้งในภูมิภาคนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 มกราคม ปี 2004 (2547) ฉันคิดว่าการตีความของฉันมีความถูกต้อง นั่นคือ พื้นที่ตรงนี้เคยเป็นที่ของเครือข่ายผู้ก่อการร้ายอิสลามระดับโลก

ความขัดแย้ง ซึ่งเติบโตมาจนถึงตอนนี้ เป็นเรื่องที่โชคร้ายสำหรับฉัน เพราะเมื่อฉันจะต้องตัดสินใจว่าจะเอาพื้นที่ไหนเป็นสนามดีในปี 1998 (2541) คำตอบแรกเป็นอินโดนีเซีย อย่างไรก็ตาม อาจารย์ที่ปรึกษาให้เหตุผลกับฉันว่าให้หลีกเลี่ยงประเทศที่กำลังมีความขัดแย้งทางการเมือง หลังจากมีการไล่ซูฮาร์โต ที่ปรึกษาแนะนำว่าควรจะเป็นที่ที่มีความปลอดภัย ดังนั้นฉันจึงเลือกเอาปาตานี ฉันไม่เคยคิดเลยว่าที่ที่ฉันใช้เป็นสนาม เมื่อก่อนนี้มีความปลอดภัยพอสมควร ต่อมาจะกลายเป็นที่ที่มีความขัดแย้งอย่างมากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เมื่อคลื่นของความรุนแรงปรากฏขึ้นในปี 2004 (2547) ฉันมีภาพประทับว่าทุกๆคนมึนงงอย่างถึงที่สุด เพราะว่าไม่มีใครสามารถอธิบายสิ่งพื้นฐานของความขัดแย้งได้ ใครเป็นผู้กระทำผิด? ทำไมพวกเขาจึงทำสิ่งที่น่ากลัว? อะไรคือแรงจูงใจ? ใครจะเป็นเหยื่อรายต่อไป? พวกเราจะปลอดภัยขนาดไหนเมื่ออยู่ที่นั่น? พวกเขามีการติดต่อกับอัลเคดาห์หรือไม่? หรือองค์กรอื่นๆที่คล้ายกัน? รายการคำถามเหมือนจะไม่มีจุบจบ

สิ่งที่น่าขัดใจมิใช่จำนวนข้อของคำถาม แต่เป็นคำตอบต่อปัญหาเหล่านั้นต่างหาก ลองมาดูที่ผู้กระทำผิดกันหน่อย บางคนกล่าวว่าพวกเขาเป็นพวกแยกดินแดน ในขณะที่บางคนกล่าวว่าพวกเขาเชื่อมโยงกับองค์กรการก่อการร้ายของโลก บางคนกล่าวว่าพวกเขาเป็นมาเฟียยาเสพติด ซึ่งถูกไล่ออกมาจากพื้นที่ และบางคนก็กล่าวว่าพวกเขาเป็นผู้ลักลอบนำของผิดกฎหมายเข้ามาตามชายแดน ซึ่งห่างจากการก่อการร้ายมากๆ มาเฟียท้องถิ่น (ผู้มีอิทธิพล หรือเจ้าพ่อ) ก็อยู่ในกลุ่มนี้ด้วย

การที่มีผู้กระทำผิดจำนวนมาก แรงจูงใจของการก่อการร้ายจึงไม่ถูกตีความ ดังนั้นพวกเราจึงไม่มีความคิดว่าเหยื่อต่อไปจะเป็นใคร ในขณะที่การฆ่าและการก่อการร้ายเริ่มเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ในเวลาเดียวกัน ในช่วงต้นของความขัดแย้ง ผู้กระทำผิดต้องการทำให้สังคมกลัว โดยการใช้ความโหดร้าย เช่นตัดหัว, เผาร่าง และอื่นๆ พวกเราเจอข่าวที่รุนแรงอย่างนี้เกือบทุกวัน

ตราบเท่าที่คุณอาศัยอยู่ในพื้นที่ความขัดแย้ง (conflict zone) จะไม่มีขณะใดเลยที่คุณรู้สึกปลอดภัยในพื้นที่แบบนี้ได้ อย่างไรก็ตาม ความกลัวที่ฉันรู้สึกในช่วงแรกกับตอนนี้มีความแตกต่างกันทั้งความรุนแรง และคุณภาพ นอกเหนือจากการก่อการร้ายในทุกวันแล้ว ก็ยังมีวิธีการที่เจ้าหน้าที่จัดการกับสถานการณ์ ซึ่งก่อให้เกิดบรรยากาศแห่งความรุนแรงมากๆ ปฏิกิริยาแบบเข้มงวดก็ให้เกิดโศกนาฏกรรมที่น่าเศร้ามากๆ 2 เหตุการณ์ในปี 2004 (2547) หนึ่งก็คือกรณีมัสยิดกรีเซะ และที่อื่นๆในวันที่ 28 เมษายน ซึ่งทำให้คนมากกว่า 100 คนถูกสังหารหมู่ และกรณีตากใบ ซึ่งเป็นการประท้วงในวันที่ 25 ตุลาคม และการประท้วงที่ถูกนำโดยรถทหาร เหมือนกับท่อนซุง ก่อให้เกิดการขาดอากาศหายใจ และทำให้คนเสียชีวิตถึง 87 คน

ในท่ามกลางสถานการณ์ที่สับสนนี้ ฉันใจหายอย่างรุนแรง ไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อไป ในเวลาเดียวกัน ฉันจะใช้จักรยานไปในที่ต่างๆในเมืองปาตานี ความรู้สึกใจหายนี้มาตอนกลางคืนเสมอๆ ในขณะที่ปั่นจักรยานคนเดียวบนถนนใกล้กับเพื่อนบ้านตอนกลางคืน โดยความคิดที่เจือด้วยการหลงผิด ฉันจะกังวลว่าอาจมีการก่อการร้ายอยู่ตรงไหนสักแห่ง และพวกเขาอาจออกมาเมื่อไรก็ได้ เพื่อที่จะฆ่าฉัน จักรยายยนต์ที่สวนหน้าฉันไปเป็นแหล่งที่ทำให้ฉันกลัว ในแง่ที่ว่าพาหนะคันนี้อาจทำมือปืนที่พร้อมที่ฆ่าใครก็ได้ ระหว่างช่วงนี้ ฉันมักจะประหวั่นพรั่นพรึงตอนที่ฉันอยู่ข้างนอกเมือง หากจะออกไป ก็ต้องมีธุระด่วนจริงๆ ฉันจะจำกัดการเคลื่อนไหวโดยไม่รู้ตัวเพื่อให้มีความปลอดภัย


การอยู่ท่ามกลางการก่อการร้าย และการได้รับข่าวสารในเรื่องความโหดร้ายมากขึ้นทุกๆวัน ฉันจะคิดคำนึงถึงสิ่งที่เกิดขึ้นที่ปาตานี โดยการเชื่อมโยงกับองค์กรผู้ก่อการร้ายที่เป็นชาวมุสลิมเสมอๆ อย่างไรก็ตาม เมื่อตอนเริ่มต้นความขัดแย้งนั้น บิน ลาเดนที่เป็นที่รู้จักของคนแถบนี้นั้นหายไปจนเกือบจะหมด ในที่สุด โอซามะ บิน ลาเดนถูกฆ่าในปี 2011 (2554) แต่การก่อการร้ายในแถบนี้ยังไม่หยุด ฉันเริ่มสงสัยในเรื่องสมมติฐานข้อแรกของฉันเสียแล้ว

ตั้งแต่การเริ่มต้นของข้อขัดแย้ง ไม่เคยมีการแถลงการณ์ใดๆของผู้กระทำความรุนแรงในเรื่องความรับผิดชอบ แต่ภายหลังจากประสบพบกับความงุนงงในช่วงการเริ่มต้นของความขัดแย้ง นักวิจัย, นักวิชาการ, นักหนังสือพิมพ์, และพวกทหารเริ่มเข้าใจสถานการณ์มากขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก

เป็นที่ชัดเจนมากขึ้นในเรื่องผู้ที่กระทำความรุนแรงในพื้นที่นี้แทบจะไม่เคยมีอะไรร่วมกันในแง่อุดมการณ์กับองค์กรการก่อการร้ายในระดับโลกเลย ทั้งผู้กระทำในปาตานี และองค์กรการก่อการร้ายระดับโลกเป็นมุสลิม, ใช้ความรุนแรง, และนิยามการต่อสู้ของตนเองว่า ญิฮาด (jihad) แต่นอกเหนือจากความเหมือนกันดังกล่าวแล้ว ก็ไม่มีหลักฐานอันใดที่ผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่จะมีนแนวคิดแบบการสร้างรัฐอิสลามเหมือนกับองค์กรการก่อการร้ายระดับชาติ

สำหรับผู้ก่อความไม่สงบนั้น การต่อสู้ของพวกเขาดำรงอยู่ในคำ 3 คำ ที่เริ่มเป็นตัวอักษร 3 ตัวในภาษาอารบิค คือ alif, ba, ta เหตุผลที่ทำไมพวกเขาใช้ภาษาอารบิค ก็เพราะคนมาเลย์ในภาคนี้จะใช้ระบบการเขียนยาวี (jawi) อย่างกว้างขวาง และนิยมใช้ในชีวิตประจำวัน คำว่ายาวี มีที่มาจากภาษาอารบิค ซึ่งมีเสียงเพิ่มมา 5 เสียง และไม่ปรากฏในภาษาอารบิค

คำว่า Alif หมายถึง มาเลย์ และagama ซึ่งหมายถึง ศาสนา ซึ่งหมายถึงอิสลามในบริบทในพื้นที่ คำว่า Ba คือคำว่า bangsa ซึ่งเป็นคำที่ยากที่จะแปลในภาษาอังกฤษ คำนี้สามารถแปลว่า ชาติ, ท้องถิ่น, ประชาชน, เชื้อชาติ, และกลุ่มชาติพันธุ์ ฯลฯ คำนี้มีนัยถึงประชาชนที่มีประวัติศาสตร์แบบเดียวกัน, วัฒนธรรม, และอัตลักษณ์ หนึ่งในบรรดาตัวบ่งชี้ทางวัฒนธรรมของมุสลิมมาเลย์ปาตานีก็คือภาษาของพวกเขา สำนวนพูดมาเลย์ ซึ่งบางครั้งจะเข้าใจผิดว่าคือภาษายาวี (Yawi) (คำว่ายาวี (Yawi) ก่อเกิดมาจากยาวี (jawi) ซึ่งเป็นระบบการเขียนอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น) ถึงแม้ว่าคุณจะพูดมาเลย์ ผู้คนจะไม่เข้าใจว่าคุณนับถือศาสนาอะไร เป็นมุสลิมหรือไม่ อย่างไรก็ตามในปัตตานี เมื่อคุณพูดภาษามาเลย์แล้วหละก็ ในทันทีทันใดนั้นผู้คนจะถามคุณว่า คุณเป็นมุสลิมหรือไม่ แต่เมื่อคุณพูดภาษามาเลย์ที่อื่นๆแล้วหละก็ คุณจะไม่เจอการถามด้วยคำถามแบบนี้

การเชื่อมโยงระหว่างภาษาและอิสลามเป็นอย่างมากนี้มีความสำคัญต่อความเข้าใจถึงสถานะของศาสนาในการต่อสู้ กลุ่มผู้คนที่เรียกกันว่ากบฏไม่ได้ต่อสู้เพื่อศาสนาโดยตัวของมันเอง พวกเขาเป็นชาตินิยมโดยเนื้อแท้ สำหรับเขา สังกัป (concept)ของคำว่ามาเลย์ และมุสลิมนั้นไม่สามารถแยกจากกันได้ การต่อสู้เพื่อสิ่งหนึ่งไม่มีความหมายในการปลดปล่อยปาตานี (สิ่งนี้เป็นสิ่งที่พวกเขาบอก) ศาสนาและกลุ่มชาติพันธุ์เป็นเหมือนสองด้านของเหรียญอันเดียวกัน

อักษรสุดท้ายคือคำว่า Ta ซึ่งย่อมาจาก tanah air มีความหมายถึงแผ่นดินแม่ (แผ่นดินพ่อ หรือบ้านเกิด) ซึ่งทำให้คุณลักษณะชาตินิยมของพวกเขาเข็มแข็งเข้าไปอีก พวกเขาไม่เคยอ้างถึงพื้นที่เป็นของประเทศไทยโดยถูกกฎหมาย เช่นไม่เคยกล่าวอ้างว่าภูเก็ต หรือแม้แต่กรุงเทพฯด้วย ในทางตรงกันข้าม พวกเขาถือว่าปาตานี (นิยามในเชิงภูมิศาสตร์ยังคงถกเถียงกันอยู่ แต่ตามที่ข้อตกลงเบื้องต้น 5 ประการของ BRN ปัตตานีคือชายแดน 3จังหวัดภาคใต้ และ 4 อำเภอของสงขลา) ไม่เคยเป็นของอาณาจักร แต่เป็นพื้นที่ของคนมาเลย์ ซึ่งถูกผนวกเป็นอาณานิคมของสยาม (หรือประเทศไทย) ดังนั้น BRN จึงเรียกรัฐไทยว่า penjajah Siam ซึ่งแปลว่า อาณานิคมของสยามนั่นเอง

สำหรับผู้ที่ใช้วาทกรรมเรื่องมาลย์ศึกษา สิ่งนั้นย่อมมิใช่เรื่องใหม่ในการกำหนดว่าปาตานีเป็นอาณานิคมสยาม-ไทย เช่นเดียวกับอาณานิคมอื่นๆที่เคยยึดครองมาเลย์มาในอดีต เช่น โปรตุเกส, สเปน, ดัชต์, อังกฤษ และอื่นๆ ดังนั้นในบริบทของชาตินิยมของพวกเขาแล้ว การต่อสู้กับอาณานิคมเหล่านี้ก็คือการปลดปล่อยประเทศของตนให้เป็นอิสระ ซึ่งนับว่าเป็นการกระทำที่ชอบธรรม บางประเทศ เช่น มาเลเซีย, สิงคโปร์, และบรูไน ได้รับอิสรภาพ โดยปราศจากการกระทำทางทหาร แต่ชาวอินโดนีเซียจำเป็นต้องใช้กำลังกับชาวดัชต์เพื่อประกาศปลดการเป็นอาณานิคม หลังจากที่วันประกาศอิสรภาพในวันที่ 17 กันยายน 1943 (2488) ด้วยเหตุผลนี้ มันจึงไม่แปลกอะไรที่การพูดของกลุ่มที่ติดอาวุธที่ไม่ใช่รัฐบาลในปาตานี (โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่ม BRN) จะเลียนแบบอิทธิพลจากการต่อสู้เพื่ออิสรภาพอย่างประเทศอินโดนีเซียไม่ได้ นี่รวมทั้งภาษาที่ใช้ด้วย

ในตอนนั้นการเกิดขึ้นของขบวนการไอซิส (ISIS) แต่เราต้องรู้ว่ากลุ่มติดอาวุธนี้เป็นชาตินิยมโดยไม่ต้องสงสัย และพวกสนับสนุนกลุ่มนี้ด้วย เมื่อตราของไอซิส หรือรูปที่เกี่ยวข้องกับขบวนการไอซิส เริ่มที่จะปรากฏในรูปโปรไฟล์ในสื่อสังคม หรือเฟซบุ๊ค โดยหนุ่มสาวชาวปัตตานี แต่เราไม่สามารถจะกล่าวอ้างได้กว่าปรากฏการณ์นี้เกี่ยวข้องกับหรือได้รับอิทธิพลมาโดยตรงจากไอซิส ภาพเหล่านี้เป็นเพียงความคิดที่เกิดขึ้นจากการโจมตีอย่างรุนแรงกับขุมอำนาจใหญ่ในตะวันตกโดยตรง บินลาเดน หรือไอซิสอาจถูกถือว่าเป็นบางอย่างที่คนท้องถิ่นเห็นว่าเจ๋ง และไม่เกี่ยวข้องกับจุดยืนทางอุดมการณ์แต่อย่างใด หรือเราอาจรวบรัดได้ว่าทั้งบินลาเดนและไอซิสคือกลุ่มพลังที่ต่อต้านสหรัฐและชาติตะวันตกอื่นๆอย่างเปิดเผย อย่างที่ฉันเคยคาดหวังไว้ก่อนแล้วว่า ไอซิสก็อยู่ไม่นานนัก และหายไปในเวลาสัก 2-3 เดือน

แม้กระนั้น แฟชั่นแบบนี้ยังไม่สมควรถูกทิ้งอย่างง่ายๆได้ จะมี 2 เหตุผลที่สำคัญ ประการที่หนึ่ง ทั้งบินลาเดน และไอซิสเป็นสิ่งที่ถือว่าเจ๋งสำหรับพวกเขา เห็นได้ชัดเจนว่าอย่างน้อยสิ่งนี้ส่งผลทางบวกต่อคนท้องถิ่นปาตานี การต่อสู้ของพวกเขาต่อสหรัฐ และชาติตะวันตกอื่นๆสามารถที่จะดึงการช่วยเหลือทางอารมณ์จากคนในปัตตานี ถึงแม้ว่าพวกเขาจะวิจารณ์การใช้ความรุนแรงก็ตาม ประการที่ 2 คนในปัตตานีสนับสนุนพวกนี้อย่างไร ในที่นี่ เราต้องไม่ลืมว่าการต่อสู้ของนักสู้ปลดปล่อยปาตานีไม่ใช่วางอยู่บนชาตินิยมเพียงอย่างเดียว แต่คำว่าชาตินิยมถูกตัดสินว่าชอบธรรมโดยแนวคิดญิฮาด (jihadism)

ดังที่กล่าวไว้ข้างต้น การต่อสู้ย่อมมาจากชาตินิยมโดยพื้นฐาน อย่างไรก็ตาม ตามที่ความเชื่อของกลุ่มติดอาวุธที่ไม่ใช่รัฐ การต่อสู้คือการปลดปล่อยภาระผูกพันทางศาสนาของมาเลย์ทุกคน ดังนั้นเลยใช้คำว่าญิฮาด ดังนั้นการทำญิฮาดจึงกลายเป็นหนึ่งในกุญแจที่สำคัญในการบรรจุเข้าเป็นนักรบคนใหม่เพื่อการต่อสู้ นักวิจัยบางคนรายงานว่า จนกระทั่งถึงตอนนี้ กลุ่มที่อาวุธที่เป็นกองกำลังหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มที่อยู่ระดับต่ำ ก็ไม่รู้ว่าพวกตนสังกัดอยู่องค์กรไหนกันแน่ ในภาษาท้องถิ่น จะมีคำว่า จูแวร์ (juwae) อยู่ (คำนี้ในภาษามาเลย์เกิดจากคำว่า juaug ที่แปลว่าการต่อสู้) หลังจากการเซ็นเรื่องข้อตกลงทั่วไปเรื่องการพูดเพื่อสันติวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ปี 2013 (2556) นั้นหรอกที่จูแวร์ถึงได้รู้จักว่าตนเองสังกัดองค์กร BRN เพื่อรักษาความลับของเรื่องเหล่านี้ จึงเป็นเรื่องที่เข้าใจได้

กองกำลัง (cell) ทางการทหารของ BRN ที่เล็กๆที่สุดเรียกว่า RKK ซึ่งย่อมาจากภาษามาเลย์ว่า Ronda Kumpulan Kecil (กลุ่มลาดตระเวนขนาดเล็ก) ประกอบด้วยนักต่อสู้สัก 6 คน นักต่อสู้เหล่านี้จะรู้จักแค่ผู้บังคับการโดยตรงของตนเท่านั้น เพื่อที่จะได้ไม่ต้องรู้จักกับผู้บังคับการที่อยู่เหนือตนเองขึ้นไปเป็นลำดับ ตามงานวิจัยโดยกองทัพไทยระบุว่า BRN จะมีการสายการควบคุมบัญชาคล้ายๆกับสายการปกครองระดับประเทศ จากหมู่บ้าน ไปยังตำบล จากตำบลไปยังอำเภอ และจากอำเภอไปยังจังหวัด ในแต่ละกลุ่มรู้แต่ผู้บังคับบัญชาโดยตรงของตนเท่านั้น ทหารในระดับต่ำที่สุด กับผู้บังคับการในระดับสูงกว่าย่อมไม่รู้จักกัน แน่นอนว่าจะมีความตึงเครียดมาพอดูที่การรับนักสู้คนใหม่ และการฝึกหัดต้องอยู่ในสภาพอย่างนี้ตลอด

อย่างที่เราเคยรู้กันมาดีแล้วว่า คนที่อยู่ในผู้บังคับบัญชาในระดับสูง ซึ่งคือ อุซตาส ฮัสสัน ทาลิบ เป็นคนที่รู้เรื่องการเมืองมาอย่างดี มาราปัตตานี ประกาศว่าตนเองเป็นขั้วทางการเมืองของผู้ต่อสู้เพื่ออิสรภาพของปัตตานี อย่างไรก็ตามขั้วทางการเมืองก็ไม่ได้รู้เรื่องราวของทหารในภาคสนาม อย่างไรก็ตามสิ่งนี้ไม่ได้หมายความว่าทหารในภาคสนามจะไม่มีจุดหมายทางการเมือง แต่จะเป็นที่โรแมนติคมากหากทหารจะมีผู้นำที่มีลักษณะทางการเมืองอยู่

ในกระบวนการของการสมัครสมาชิกใหม่ พวกเขามักเล่าว่านี่คือการต่อสู้ระหว่างคนมาเลย์เพื่อศาสนาและดินแดน ดังนั้นจุดมุ่งหมายประการเดียวก็คือการต่อสู้เพื่ออิสรภาพของปาตานี และหากเขาสูญเสียชีวิตเพื่อการนี้ เขาจะได้รับการสรรเสริญเป็นเหมือนผู้ไถ่ (martyrs) เลยทีเดียว สิ่งนี้เป็นสิ่งเข้าใจได้ เพราะเป็นไปได้ยากที่เราจะกระตุ้นให้เยาวชนเข้าร่วมกองกำลังติดอาวุธ ซึ่งมีแต่ความเสี่ยง และเผลอๆอาจเสียชีวิตได้โดยง่าย เมื่อเปรียบเทียบกับผู้นำทางการเมือง ส่วนใหญ่จะห่างไกลจากการต่อสู้ภาคสนาม และทหารตัวน้อยๆจะมีความคุ้นเคยกับแนวคิดญิฮาดมากกว่าพวกผู้นำทางการเมือง พวกทหารเสี่ยงทั้งชีวิต, ครอบครัว, และความปลอดภัยเพื่อที่จะได้เอกราชที่ดูโรแมนติคและได้รับการสรรเสริญเยินยอมากกว่า มีครอบครัวของ RKK แห่งหนึ่ง ที่ทหารได้ถูกฆ่ากับการปะทะกับกองทหารในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ปี 2013 (2556) กล่าวถึงตามที่หลานชายว่า “ถึงแม้ว่าพวกเราจะได้รับอิสรภาพแม้เพียงชั่ววินาทีหนึ่ง ก่อนวันตัดสินหรือพิพากษาครั้งสุดท้าย คือการประสบความสำเร็จแล้ว”

จะมีช่องว่างทางอุดมการณ์บางอย่างที่อธิบายได้ว่าเหตุใดทีม A ซึ่งเป็นผู้ที่มีทัศนคติที่แตกต่างจากรัฐ พยายามที่จะมีการสนทนากับทีม B ซึ่งตัวรัฐเอง ในเรื่องทีม A สามารถที่จะควบคุมทหารตัวเล็กๆนี้ได้หรือไม่ โดยพื้นฐานแล้ว ทหารตัวเล็กๆก็มีจุดประสงค์พื้นฐานเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม จะมีความแตกต่างที่เห็นได้ชัดเจนในเรื่องจะควบคุมทหารตัวเล็กๆนี้อย่างไร บทสนทนาและการต่อรองดูเหมือนจะประนีประนอมกับทหารในสนามมากเกินไป ตามทัศนะของผู้ต่อต้าน สยามจอมอาณานิคมต้องถูกขับไล่อย่างสิ้นเชิงเพื่ออิสรภาพ

จากสถานการณ์นี้ เป็นไปได้ยากที่จะมีบทสนทนาที่มีประสิทธิภาพ (effective dialogue) หรือการเจรจาต่อรองเพื่อได้รับสันติภาพในปัตตานี อย่างไรก็ตาม เราไม่ควรจะพลาดโอกาส ถึงแม้ว่าทหารตัวเล็กๆจะมุ่งมาดปรารถนาอิสรภาพก็ตาม ซึ่งหมายความว่าพวกเขาเป็นชาตินิยมเกินไป ด้วยเหตุผลนี้ เมื่อพวกเขาหยุดได้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง (สิ่งนี้ไม่ใช่กระบวนการที่ง่ายๆเลย) การสนทนาที่มีประสิทธิภาพ และการต่อรองยังมีโอกาสเป็นไปได้ และสิ่งนี้ย่อมสามารถถูกทำได้ หากพวกเขายอมรับการแก้ปัญหาโดยการพูดคุย ข้อเท็จจริงจะอยู่ที่หากมีการก่อวินาศกรรมที่น้อยที่สุดระหว่างกระบวนการพูดคุยถือเป็นสัญญาณเชิงบวก

ในทางตรงกันข้าม หากกองทัพพยายามที่ใช้วิธีแบบตาต่อตาฟันต่อฟันเพื่อกดดันผู้ก่อความไม่สงบ ผลของมันก็อาจเป็นความหายนะ จากประสบการณ์ใน 12 ปีที่ผ่านมา อาจสรุปได้อย่างง่ายๆว่า จะไม่มีผู้ชนะจริงๆในข้อขัดแย้ง ด้วยแหล่งข้อมูลที่มีมาอย่างต่อเนื่อง กองทัพไทยง่ายที่จะสูญเสีย แต่ข้อเท็จจริงทำให้เรารู้ว่ากองทัพพยายามจะต่อสู้กับผู้ก่อความไม่สงบซึ่งเป็นคนท้องถิ่น โดยนัยยะเดียวกัน ผู้ก่อความไม่สงบไม่มีทางที่ได้รับอิสรภาพหากต้องใช้กองกำลังแบบทหาร เห็นได้ชัดเจนแล้วว่าข้อขัดแย้งนี้แทบจะหาทางลงไม่ได้

ฉันเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่าการเจรจาต่อรองเพื่อสันติภาพนั้นเป็นวิธีการเดียวที่จะมีเพื่อปาตานีจากความขัดแย้งที่ผ่านมาซึ่งทำให้คน 6,000 คนเสียชีวิต ตอนนี้ภาพบินลาเดนและตราไอซิสคือคำเตือนที่ต้องระวังไว้ให้มาก เมื่อผู้ก่อความไม่สงบ รวมทั้งผู้สนับสนุนพวกเขาด้วย วันใดที่หมดหวังถึงอนาคต และไม่พอใจกับสถานการณ์ปัจจุบัน หรือแม้แต่การต่อสู้ ก็มีทางเป็นไปได้ที่พวกเขาก็จะหันไปหาอุดมการณ์ที่สุดขั้วมากยิ่งขึ้น และองค์กรผู้ก่อการร้ายอิสลามระดับโลกจะอยู่ที่ตรงนั้นเพื่อแนะนำอุดมการณ์ที่สุดขั้วให้แก่พวกเขา

เมื่อภาพบินลาเดน และตราไอซิสเริ่มเป็นที่นิยมโดยคนท้องถิ่น นั่นเป็นเพียงภาพหรือตราเฉยๆ เมื่อคนท้องถิ่นใช้ตรานั้น ในไม่ช้าก็จะเป็นแฟชั่น แต่ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจใช้ตราหรือภาพนั้นเป็นผู้นำที่แท้จริงของตนก็ได้

ดังนั้นคำเตือนของฉันต่อทางการก็คือ “ต่อรองกับทีม B ตราบเท่าที่ยังต่อรองด้วยกันได้ ก่อนที่พวกเขาจะรับอุดมการณ์ที่สุดขั้วนี้

หมายเหตุ คำว่า ปัตตานี (Pattani) หมายถึง จังหวัดที่อยู่ในภาคใต้ของไทย แต่ ปาตานี (Patani) หมายถึงพื้นที่ที่มีข้อขัดแย้งในจังหวัดปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส และ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา

แปลและเรียบเรียงจาก

Hara Shintaro. Bin Laden was everywhere.

http://www.prachatai.com/english/node/5957

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การวิจารณ์เพลง หนัง หนังสือ และสังคมร่วมสมัย



ความเห็น (0)