075--=ช่วยกลางอากาศ ตอนที่ 9

......... ทีมกู้ภัยทหารช่างราชบุรี กระโดดตามไปไม่ชักช้าเพื่อสำรวจว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง สิ่งที่พวกเขาพบเป็นไปตามจ่าทั้งสองแจ้ง คือพบกิ่งไม้ท่อนใหญ่น้อยและอื่นๆ กองทับถมเป็นกองใหญ่อยู่กองหนึ่ง จากช่องที่ถูกแหวกกว้างพอตัวคนลอดเข้าไปมองข้างในได้บ้างเล็กน้อยนั้น เป็นเครื่องร่มบิน 2 เครื่องอยู่ติดกันปักแน่นลงไปในโคลนเลนใต้พื้นน้ำ ข้าง ๆ กันเป็นร่างนักบิน 2 ร่างสั่นไหวไปมาตามแรงกระเพิ่มของน้ำ มีฝูงปลาน้อยใหญ่ว่ายไปมา ณ บริเวณนั้น ที่พากันแตกกระจายไปเมื่อคณะทำงานโผล่หน้าเข้าไปให้เห็น คณะทำงานตกลงช่วยกันรื้อกิ่งไม้ที่ทับถมด้านบนและด้านข้างออกพร้อมกัน งานไม่ได้ง่ายอย่างคิด เพราะบางกิ่งไม้เป็นกิ่งใหญ่มีกิ่งก้านสาขายื่นไปขัดกับกิ่งอื่นทำให้บางครั้งต้องใช้เชือกมัดให้เรือท้องแบนทหารช่างช่วยฉุดลาก จึงเอาออกได้อย่างทุลักทุเล กว่าจะเอากิ่งไม้ออกได้ทั้งหมดก็กินเวลานับชั่วโมง จากนั้นจึงถึงขั้นตอนตัดสายยึดร่างนักบินทั้งสองออกจากตัวเครื่องร่มบินนำทั้งร่างที่อยู่ในเสื้อผ้าที่ห่อหุ้มอยู่และกระโหลกศรีษะที่ลอยติดแง่ไม้อยู่ใกล้ ๆ ไปเก็บไว้ที่เรือยางทหาช่างก่อน จากนั้นจึงเป็นการขุดโคลนเลนรอบ ๆ เครื่องร่มบินทั้งสองออก แล้วช่วยกันดึง แต่ดึงไม่ขึ้นเพราะติดสายระย้าจากร่มที่รวมตัวกันมายึดกับตัวเครื่องร่มบิน จึงต้องตัดสายเหล่านี้ที่มีรวมกันหลายสิบสาย ออกก่อน แม้กระนั้นก็ยังต้องอาศัยเรือยางทหารช่วยดึงอีกครั้ง เครื่องร่มบินทั้งสองที่ปักอยู่ในโคลนตมนั้นจึงค่อย ๆ หลุดขึ้นมาอย่างช้า ๆเหมือนไม่เต็มใจ กว่างานสุดท้ายนี้จะลุล่วงก็ตกเที่ยงวันพอดี พร้อม ๆกับท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้มลมแรงพัดมารอบทิศทางเป็นไปตามที่พยากรณ์อากาศทำนายไว้ไม่มีผิด ผู้ปฏิบัติงานทุกคนเปียกมะรอก,มะแร็กหนาวสท้านไปตามๆกัน ก่อนจะเคลื่อนย้ายศพนักบินทั้งสองและซากเครื่องร่มบินจากจุดที่ตกกลับค่ายพัก ทุกคนต่างจุดธูปเทียนขอขมาเจ้าที่เจ้าป่าขอนำร่างนักบินทั้งสองกลับบ้านไปทำบุญบำเพ็ญกุศลตามความเชื่อถือของชาวพุทธ ขออย่าได้มีเหตุร้ายใด ๆ ระหว่างการเดินทางกลับแต่อย่างใดเลย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน คงคานที80ปีในหลวง



ความเห็น (0)