แก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กแบบหลงเป้า


เช้าวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๕๙ ผมไปร่วมประชุมคณะกรรมการ steering โครงการจักตั้งสถาบันวิจัย ระบบการศึกษา ที่ TDRI วันนี้ประชุมเรื่อง การควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก ในญี่ปุ่นและฟินแลนด์ : บทเรียนสำหรับไทย เสนอโดยคุณศุภณัฏฐ์ ศศิวุฒิวัฒน์ เป็นผลการวิจัยเพื่อคิดหา แนวทางแก้ปัญหาโรงเรียน ขนาดเล็ก ซึ่งข้อมูลบอกชัด ว่าทั้งแพงและทั้งผลลัพธ์การเรียนรู้ของเด็กต่ำ และหากไม่แก้ปัญหาให้ได้ผล ยิ่งปล่อยไว้ปัญหาจะยิ่งพอกพูน


TDRI เสนอแนวทางแก้ไข ๓ แนวทางคือ (๑) เพิ่มครู ซึ่งจะต้องว่าจ้างครูเพิ่มอีกร้อยละ ๓๐ ของที่มีอยู่แล้ว คือเพิ่มอีกเกือบสองแสนคน ซึ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะรัฐไม่มีเงิน (๒) ลงทุนโรงเรียนแม่เหล็ก เพื่อดึงดูดนักเรียนออกจากโรงเรียนขนาดเล็ก แล้วยุบโรงเรียนขนาดเล็ก หรือเอาไปใช้งานอื่น (๓) จัดการสอนคละชั้น เห็นชัดว่าต้องใช้วิธีที่ ๒ และ ๓ ควบคู่กัน คำถามคือจะดำเนินการอย่างไร เพราะที่ผ่านมา แม้จะมีความสำเร็จในการควบรวมโดยแก่นจันทร์โมเดล และความสำเร็จที่เขตการศึกษาที่ ๑ อุบลราชธานี แต่โดยภาพรวมในระดับประเทศ การควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กได้รับการต่อต้าน


คุณศุภณัฏฐ์ เดินทางไปทำวิจัยที่ญี่ปุ่นถึง ๓ เดือน เพื่อเรียนรู้ว่าญี่ปุ่นเคยเผชิญปัญหานี้มาก่อน และเขาทำสำเร็จได้อย่างไร


ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจว่าโรงเรียนขนาดเล็กเป็นชั้นประถม และในญี่ปุ่นดูแลโดยท้องถิ่น และ สภาพในปัจจุบันคือไม่ว่าโรงเรียนขนาดใด ผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียนเท่าเทียมกัน แต่ก็ต้องหาทางควบรวม โรงเรียนขนาดเล็กเพื่อประสิทธิภาพในการใช้เงิน รัฐบาลกลางใช้วิธีทั้งบีบทั้งเอื้อให้ท้องถิ่นหาทางสร้าง ประสิทธิภาพในการใช้เงิน โดยกลไกทางการเงินคือจำกัดเงินอุดหนุน แต่ให้อิสระในการใช้เงิน หากประหยัดเงินด้านการศึกษาลงได้


ที่ประเทศฟินแลนด์ก็คล้ายคลึงกัน โดยวิกฤตเศรษฐกิจในปี ค.ศ. 1990 ช่วยกระตุ้นให้พร้อมใจกัน สร้างประสิทธิภาพในการใช้เงินด้านการศึกษา


คุณทนง โชติสรยุทธ กรรมการผู้จัดการบริษัทซีเอ็ด และเจ้าของโรงเรียนเพลินพัฒนา ในฐานะ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในการแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก เสนอ โครงการโรงเรียนดี ใกล้บ้าน โดยสร้างโรงเรียนแม่เหล็กดูดนักเรียนออกไปจากโรงเรียนขนาดเล็ก คิดโครงการโดยใช้ computer algorithm ใช้ GPS จับสถานที่ตั้งโรงเรียนที่มีอยู่ ใช้เกณฑ์กำหนดโรงเรียนแม่เหล็ก ให้คอมพิวเตอร์ คิดวางแผนภาพรวมทั้งประเทศได้ เป็นวิธีวางแผนภาพรวมที่น่าตื่นเต้นมาก และน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี


ผมชี้ให้เห็นว่า ที่กระทรวงศึกษาธิการพยายามดำเนินการ “แก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก” หรือ “ควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก” นั้น เป็นการกำหนดเป้าหมายที่ผิด เป้าหมายที่ถูกต้องคือ “แก้ปัญหาคุณภาพการศึกษาในชนบทและพื้นที่ห่างไกล” ในประเทศไทย การพัฒนาระบบการศึกษา หากไม่ระบุผลลัพธ์ที่นักเรียน ไม่ระบุเป้าหมายที่ผลลัพธ์การเรียนรู้ของเด็กอย่างชัดเจน จะเกิดการ “หลงเป้า” อยู่เสมอ การหลงเป้านี่แหละ คือสาเหตุหลักของความด้อยคุณภาพของ การศึกษาไทย ทั้งๆ ที่ลงทุนมาก


การวางแผนด้วยวิธี School Mapping ตามที่คุณทนงเสนอ และมอบอำนาจให้ อปท. ดูแลโรงเรียน ระดับประถม น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แล้วต้องจัดระบบให้แต่ละพื้นที่มีการเรียนรู้ และพัฒนาระบบของตน โดยมีเป้าหมายหลักคือผลลัพธ์การเรียนรู้ของเด็ก ทั้งด้านวิชาและด้านพัฒนาลักษณะนิสัย แล้วมีระบบ empower อปท. โดยจัดวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างพื้นที่


ในเบื้องแรก กระทรวงศึกษาธิการ (สพฐ.) คงต้อง “ปลดปล่อย” โรงเรียนเหล่านี้ออกจากอำนาจ บังคับบัญชาของส่วนกลาง รวมทั้งต้องขจัดมาเฟียในท้องถิ่นที่คอยขัดขวางเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง ของตน


วิจารณ์ พานิช

๑๒ ก.ย. ๒๕๕๙

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สภามหาวิทยาลัย



ความเห็น (0)