Incredible India ตอนที่ 2 เที่ยวชมมนต์เสน่ห์ของเมืองแห่งความรัก "อักรา"

TheTraveller
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

พบกับตอนที่ 2 นะครับ วันนี้ผมจะพาไปชมเมืองอักรา หรือ Agra ซึ่งเป็นเมืองที่มีความสวยงามมาก และมี 7 Wonders of the World นั่นก็คือ "ทัชมาฮาล"

วันนี้เราตื่นเช้ามากก เพื่อให้ได้เวลาและแสงที่ดีสำหรับการถ่ายรูป Taj Mahal เราออกจากโรงแรม Mansingh ประมาณตีห้าครึ่ง เพื่อไป Taj Mahal


คนที่ใส่เสื้อสีชมพูนั่นคือ Local Guide ของเรา ซึ่งทริปนี้จะมีการเปลี่ยนไกด์ 3 คน ที่เมืองอักรา, ชัยปุระ และนิวเดลี แต่เราจำชื่อไกด์ไม่ได้สักคน.... แหะๆ ที่เห็นในรูปภาพคือทางเข้า West Gate ของ Taj Mahal

ตรงประตูทางเข้าเค้าจะไม่ให้ถาสยรูปครับ เพราะมีทหารเต็มเลยยย แลดูน่ากลัว เค้าจะค้นตัว ค้นกระเป๋าเรานะครับ ไม่ต้องตกใจ แต่ต้องใช้เวลานิดหน่อย เพราะคนเยอะมาก ช่วงเวลาที่คนน้อยก็จะเป็นช่วงเช้า ช่วงเย็นๆนี่สุดยอดครับ คนเยอะแน่นอน เพราะเป็นช่วงเวลาที่สวยที่สุดของ Taj Mahal


อันนี้เป็นทางเข้า West Gate ครับ

นี่ไงงง เห็น Taj Mahal แล้ว


และนี่คือ Top View ของ Taj Mahal ที่ถ่ายสวยที่สุด


เสียดายมากก ที่กำลังบูรณะ....

สำหรับ Taj Mahal นี้ถูกสร้างขึ้นโดยกษัตริย์ชาห์ชะฮานแห่งราชวงศ์โมกุล เป็นผู้สร้างขึ้นเพื่อบรรจุศพของมเหสีสุดที่รัก ชื่อ มุมทัชมาฮาล ตามประวัติเล่าว่า มุมทัชมาฮาล เป็นผู้หญิงที่งดงามมีเสห่น์ที่สุดในโลก นามเดิมว่า อรชุมันต์ภานุเบคุม เป็นบุตรของท่านอสัฟข่าน มารดาชื่อ ทิจันเบคุม อสัฟข่าน มุมทัชมาฮาล เกิดเมื่อ ค.ศ. 1592 เธอสนใจวิชาวรรณคดี ถนัดวิชาวาดเขียนและดนตรีมาก ได้สมรสกับชาห์ชะฮาน รวมระยะเวลาก่อสร้างทั้งหมด 22 ปี เธอถึงแก่กรรมลงขณะคลอดลูกสาวคนสุดท้องชื่อ เกาษะนารา

วัสดุที่ใช้ก่อสร้าง มาจากหลายๆที่ ตามนี้...

1. หินอ่อน ได้จากเมืองชัยปุระ
2. ศิลาแลง จากฟาเตปุรริขรี
3. พลอยสีฟ้า จากธิเบต
4. พลอยสีเขียว จากอียิปต์
5. หินสีฟ้า จากคัมภัย
6. โมรา จากคัมภัย
7. เพชร จากเมืองฟันนา
8. หินทองแดง จากรัสเซีย
9. หินทราย จากแบกแดด

พอเราขึ้นไปที่บ้างบน Taj Mahal เค้าจะให้ใส่ที่คลุมรองเท้าสีขาวๆ เพื่อเคารพพระศพของกษัตรริย์และพระมเหสี ที่เราเข้าไปแล้วเห็นโลงศพคือของปลอมนะครับ เพราะของจริงอยู่ในห้องลับใต้ดิน ข้างในเค้าห้ามถ่ายรูป จริงๆมันร้อนนะครับ อากาศ แต่พอเข้าไป กลับรู้สึกถึงความเย็น สบาย...

ตรงนี้คือทางเข้า Taj Mahal ครับ


หินอ่อนและแร่ต่างๆ




อันนี้คือแม่น้ำยมุนา Yamuna หรือที่คนไทยรู้จักกันในนาม "ยมนา" ที่เห็นเป็นเสาๆอีกฝั่ง คือกษัตริย์ชาห์ชะฮาน จะสร้างให้พระโอรสและสูกสาว แต่ยังไม่ได้สร้าง เพราะพระโอรสปฏิเสธ เพราะอยากอยู่กับพ่อ แสดงถึงความรักของลูกๆที่มีต่อกษัตริย์ชาห์ชะฮาน

เราออกมาและกลับโรงแรมเพื่อไปกินข้าวเช้าที่โรงแรม Mansingh Palace กินเสร็จแล้วก็จะไปดูการทำหินอ่อนของคนอินเดียที่มีการทำที่สวยงามที่สุดในโลก


นี่คือการทำหินอ่อน คือจะเอาแรงธาติต่างๆมาทำให้เป็นรูปที่ต้องการและใส่ลงไปในแผ่นหินอ่อนให้มีลวดลายที่สวยงามทีละเล็กทีละน้อย เค้าชวนให้ผมไปทำ จริงๆก็อยากทำนะ แต่มันดูยาก และผมกลัวทำของเค้าเสีย 5555


หลังจากดูเสร็จก็ที่ Baby Taj หรือ ทัชมาฮาลน้อย ถูกสร้างมาก่อน Taj Mahal และเป็นต้นแบบของ Taj Mahal


นี่คือทางเข้า Baby Taj ครับ ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ Taj Mahal เลยย...


นี่แหละครับ.... Baby Taj...

Baby Taj เป็นหลุมฝังศพที่เป็นต้นแบบของ Taj Mahal ที่สร้างขึ้นเพื่อฝังพระศพของพระบรมวงศานุวงศ์ของกษัตริย์ชาห์ชะฮาน


สวยไม่แพ้ Taj Mahal เลย...


อันนี้เป็นหลุมฝังพระศพของแท้นะครับ ของพระบิดาและมารดาของกษัตริย์ชาห์ชะฮาน



อักสักเซ็ตก่อนกลับ...



เรากลลับมากินข้าวกลางวันที่โรงแรม ไม่มีคนกินเลยยย เพราะเค้าออกไปเที่ยวกันหมด.. 555555

ไปต่อภาคบ่ายกันที่ Agra Fort หรือ ป้อมอักรา


เดิมทีป้อมอัครานั้นเป็นเพียงป้อมปราการที่สร้างขึ้นด้วยอิฐ โดยราชบุตรแห่งวงศ์ศิกวะ (Sikarwar) โดยหลักฐานแรกที่พบนั้นย้อนกลับไปในปีค.ศ. 1080 จากการยึดครองของกองทัพของวงศ์กัสนาวิท (Ghaznavide) ต่อมาสุลต่านแห่งเดลี องค์ที่ 1 "สิกันดร โลดิ" (Sikandar Lodi) ได้ย้ายมาประทับและปกครองแคว้นที่ป้อมแห่งนี้แทนกรุงเดลี และเปรียบอัคราดั่งเมืองหลวงแห่งที่สอง พระองค์สิ้นพระชนม์ลงในปีค.ศ. 1517 โดยมีรัชทายาท คือ อิบราฮิม โลดี (Ibrahim Lodi) เป็นผู้ครองนครต่อ โดยยังประทับอยู่ที่ป้อมนี้เป็นเวลาถึง 9 ปีจนกระทั่งสิ้นพระชนม์ในยุทธการแห่งปณิปัต (Battle of Panipat) ในรัชสมัยของพระองค์ ได้มีการก่อสร้างพระราชวังภายในป้อมหลายแห่ง รวมทั้งบ่อน้ำต่างๆ และมัสยิดด้วย



คนเยอะมากกกกก.... 55555555


ส่วนของ ดิวัน-อิ-อัม (Diwan-i-Am) หรือท้องพระโรง สำหรับใช้ออกว่าราชการทั่วไป ในท้องพระโรงแห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งของบัลลังก์นกยูงทอง (Peacock Throne) และเอาไว้ให้ประชาชนทั่วไปร้องทุกข์


และตรงนี้คือ ดิวัน-อิ-กัส (Diwan-i-Khas) หรือท้องพระโรงส่วนพระองค์ สำหรับใช้เพื่อต้อนรับกษัตริย์ คณะทูตานุทูต และแขกสำคัญเป็นการส่วนพระองค์ โดยพระจักรพรรดิจะประทับบนบัลลังก์สีดำแห่งสมเด็จพระจักรพรรดิชะฮันคีร์

และส่วนนี้เป็น Harem และที่ๆกษัตริย์ชาห์ชะฮาน ถูกขังโดยพระโอรสของตัวเองเพื่อหวังชิงราชบัลลังก์ และที่นี่แหละครับ ที่กษัตริย์ชาห์ชะฮานสิ้นพระชนม์


ตรงนี้ที่กษัตริย์ชาห์ชะฮานถูกขังจะเห็น Taj Mahal ด้วย เพราะเป็นพระประสงค์ของกษัตริย์ชาห์ชะฮานก่อนจะถูกขัง


ช่างน่าเศร้า.......

พอเที่ยวเสร็จแล้วเราก็จะออกเดินทางไปเมือง ชัยปุระ หรือ Jaipur "เมืองสีชมพู" กัน.....


เหตุผลที่ทำไมถึงเป็นสีชมพู.... เพราะในปีค.ศ. 1876 ในรัชสมัยของมหาราชาสวาอี ราม สิงห์ (Sawai Ram Singh) ได้มีพระบัญชาให้ทาสีอาคารบ้านเรือนต่างๆในเมืองเป็นสีชมพูเพื่อเป็นการต้อนรับเจ้าชายเอ็ดเวิร์ด เจ้าชายแห่งเวลส์ในคราที่เสด็จเยือนชัยปุระอย่างเป็นทางการ ซึ่งสีชมพูนั้นก็ยังคงไว้จนถึงปัจจุบันและได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่นของชัยปุระจนทุกวันนี้

เราถึงเมืองชัยปุระแล้ว แต่ยังไม่ค่ำมาก เราเลยบอกคุณลุงคนขับรถให้พาไปขับรถชมเมือง


ชมพูจริงๆ


นี่แหละครับ คือ Hawa Mahal หรือพระราชวังสายลม.... ซึ่งพรุ่งนี้เราจะพาไปสำผัสกับ พระราชวังซิตี้พาเลส (City Palace), ฮาวา มาฮาล (Hawa Mahal), จันตาร์ มันตาร์ (Juntar Muntar), และป้อมแอมแมร์ (Amer Fort)

วันนี้ขอลาไปด้วยภาพ Hawa Mahal นะครับบบบ






บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Roaming Around



ความเห็น (1)

Jjang
IP: xxx.158.166.148
เขียนเมื่อ 

ข้อมูลแน่นมากกก หาจากไหนเนี่ยยย ถ้าไปเที่ยวกับซันแล้วข้อมูลแน่นแบบนี้ ไม่ต้องใช้ไกด์ก็ได้มั้งง ^^