พรรษาที่ ๓๒

  ติดต่อ


พรรษาที่ ๓๒

อีกพรรษาหนึ่งกำลังจะผ่านไป รอบปีที่ผ่านมา ในฐานะสมภารก็ได้สร้างกุฏีใต้ร่มเงาจันทน์เแล้วเสร็จ หมดปัญหาเรื่องกุฏีไม่พอ ยิ่งตอนนี้ พระในวัดมีเพียง ๖-๗ รูป เรื่องที่อยู่จะไม่พอ จึงหมดปัญหาไป...

กุฏีหลังใหม่ อยู่ใกล้ต้นจันทน์ ซึ่งต้นจันทน์ก็ชราภาพมากแล้ว ดังนั้น ในวันนี้ สมภารจึงจัดหาพันธุ์ต้นจันทน์มาปลูกเพิ่ม ๒ ต้นชิดกัน เพื่อจะได้มีต้นจันทน์สืบต่อไป เผื่อว่าต้นเก่ามีอันต้องล้มหายตายจากไป...

หลังคาโบสถ์ที่รั่วก็ได้จัดการซ่อมเรียบร้อย... ยังเหลือแต่ปัญหานกพิราบซึ่งยังต้องหาทางแก้อยู่ โครงตาข่ายเหล็กที่หุ้มซุ้มประตูหน้าต่างก็เริ่มผุพังตามกาลเวลา นกพิราบจึงเข้าไปทำรัง ถ่ายมูลไว้ สกปรกอย่างยิ่ง ต้องล้างทุกครั้งเมื่อมีงานสำคัญในวัด ทอดกฐินเสร็จ ตั้งใจว่าจะต้องแก้ไขเรื่องปัญหานกพิราบต่อไป... คัซซีรถ ซึ่งได้มาตั้งแต่ช่วงเข้าพรรษาปีแล้ว ปีนี้ก็ยังไม่ได้ลงมือทำเรือพระ คงต้องรอปีต่อไป...

ภายในพรรษาปีนี้ ญาติโยมก็มาร่วมสวดมนต์ฟังเทศน์ทุกคืน จำนวนสมาชิกก็ ๑๐ คนกว่าๆ บางคืนก็ถึง ๒๐... มีเพียงบางคืนเท่านั้นที่ไม่ถึง ๑๐ เช่นช่วงที่มีงานแต่งงาน เป็นต้น... ส่วนการเลี้ยงประจำคืนในปีนี้นั้น เกือบจะไม่มีเลย เพราะสมาชิกเกือบทั้งหมด เป็นผู้สูงอายุ ต้องการรักษาสุขภาพมากกว่าจะทานอาหารตามในปาก...

ปีนี้ มีเรื่องที่มักจะพูดหรือบ่นเสมอก็คือเรื่องบุคลากรของวัด วัดยางทองไม่ขาดอะไร ยกเว้นคน ขาดทั้งพระหนุ่ม/เณรน้อยที่จะช่วยยกโต๊ะขนของคราวมีงาน และญาติโยมที่จะร่วมช่วยเหลือกิจกรรมของวัด ขาดพิธีการนำสวดมนต์ ขาดโฆษกประจำวัด ขาดผู้รู้และผู้ชำนาญมีประสบการณ์ในหลายๆ ด้าน ดังนั้น เรื่องต่างๆ จึงมาลงที่สมภารเจ้าวัด... ในวัดมีพระไม่กิ่รูป ล้วนแต่เป็นผู้สูงอายุ เจ็ดสิบกว่าใกล้แปดสิบสองรูป รองสมภารก็หกสิบกว่าแล้ว อีกรูปก็ใกล้หกสิบ สมภารเองก็ห้าสิบกว่า มีพระหนุ่มอยู่รูปเดียวเท่านั้นที่อายุเพียงสามสิบกว่า...

ตัวเมืองสงขลาแม้จะเล็ก แต่ก็มีวัดถึง ๑๘ วัด... วัดยางทอง แม้จะเล็ก และไม่ค่อยมีใครบวช แต่มีพระอยู่ประจำเกิน ๕ รูปตลอด ซึ่งเป็นอย่างนี้มาตลอดเกือบสามสิบปีที่ได้อยู่มา... บางวัดนั้น มีพระใหม่บวชสม่ำเสมอทั้งปี แม้ว่าจะเป็นภาระของสมภารที่ต้องดูแลแนะนำ แต่พระใหม่ หนุ่มๆ แม้จะบวชไม่กิ่วัน แต่ก็เป็นกำลังช่วยทำโน้นทำนี้ได้... วัดยางทอง ขาดแรงงานพระใหม่ เพราะมีคนบวชน้อย แต่ก็ไม่ยุ่งยากในการต้องคอยดูแลแนะนำ... คิดๆ ดู เรื่องนี้ ก็เป็นประเด็นขัดแย้ง ไม่แน่ใจว่าประเด็นใดควรจะเลือกกว่ากัน ถ้าจำเป็นต้องเลือก...


อนึ่ง ปีนี้ นับว่าเป็นปีมหาวิปโยคของปวงพสกนิกรชาวไทย ที่ต้องถวายความอาลัยต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งทางวัดก็ได้จัดโต๊ะหมู่ถวายความอาลัยแด่พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย บอกญาติโยมว่าจะวางไว้เพื่อถวายความอาลัยเป็นเวลา ๑ ปี...

เห็นคำสั่งจากสื่อว่า มหาเถรสมาคมให้ทุกวัดจัดสวดพระอภิธรรมทุกวัน และจัดทำบุญ ๕๐ วัน ๑๐๐ วัน ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ... แต่ก็ไม่ได้มีคำสั่งจากเจ้าคณะปกครอง สอบถามไปดู ท่านก็บอกว่ายังไม่มีคำสั่งมา จึงบอกญาติโยมว่า ในตัวเมืองสงขลาวัดมาก ใครต้องการไปร่วมสวดพระอภิธรรมเพื่ออุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ก็ให้ไปร่วมวัดใกล้ๆ ซึ่งบางวัดก็จัด ส่วนทางวัดค่อยเป็นเจ้าภาพทำบุญ ๕๐ วัน ๑๐๐ วัน ซึ่งญาติโยมก็เห็นด้วย ไม่มีใครคัดค้าน เพราะวัดยางทองเป็นวัดเล็กๆ พระก็น้อย และเป็นพระสูงอายุเกือบทั้งนั้น จึงไม่ค่อยจะสะดวกในเรื่องนี้...

ก็เขียนบ่นเขียนเล่าประจำพรรษามาตั้งแต่ พรรษาที่ ๒๓ ตอนยังไม่ได้เป็นสมภาร จนปีนี้ พรรษา ๓๒ จะล่วงแล้ว จึงถือว่า บันทึกชุดนี้ มาถึงลำดับที่ ๑๐ คือผ่านมา ๑๐ ปีแล้วนั่นเอง... ปีหน้า ถ้ายังอยู่ ไม่มรณภาพเสียก่อน และสุขภาพยังพอควรแก่งาน จะมาบ่นมาเล่าต่อ....

(สำหรับปีที่แล้ว และปีก่อนๆ ผู้สนใจเชิญคลิกที่นี้...)



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ปรัชญาและศาสนา

หมายเลขบันทึก: 617100, เขียน: , แก้ไข, 2016-10-17 01:17:41+07:00 +07 Asia/Bangkok, สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, ดอกไม้: 1, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #วัดยางทอง#พรรษาที่ ๓๒#กุฏีใต้ร่มเงาจันทน์

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (0)