การลงชุมชนของนักศึกษากิจกรรมบำบัด ณ อ.ลำสนธิ จ.ลพบุรี

สวัสดีค่ะ

พวกเรานักศึกษากิจกรรมบำบัดชั้นปีที่ 4 ได้มีโอกาสได้ลงชุมชนที่ อ. ลำสนธิ จ.ลพบุรี

ระหว่างวันที่ 23-24 กันยายน ที่ผ่านมา เพื่อศึกษาระบบสุขภาพชุมชน, บทบาทและการทำงานของทีมสหวิชาชีพในการให้บริการชุมชนค่ะ ซึ่งเรียกว่า ลำสนธิ Model จึงขอบันทึกสิ่งที่ได้เรียนรู้ไว้ที่นี่ค่ะ

พวกเรามีกันสองทีม ทีมที่รับหน้าที่ลงชุมชนรอบๆโรงพยาบาล ขอเรียกว่า “ทีมใกล้”

และอีกทีมเดินทางห่างไปอีกหน่อย ถึง ตำบล กุดตาเพชร ขอเรียกว่า “ทีมไกล” นะคะ

เราจับคู่และแบ่งเคสกันในช่วงเช้า

พี่ๆทีมโรงพยาบาลลำสนธิเล่าเคสให้ฟัง

อาจารย์คอยแนะนำและเน้นย้ำประเด็นที่สำคัญในแต่ละเคส

ทั้งหมดใช้วลาสั้นๆ และทีมไกลก็เริ่มออกเดินทางค่ะ

โดยในบ้านของเราจะเป็นบ้านหลังที่ 3 ที่ได้มาเยี่ยมเยือนนะค่ะ

บันทึกจากทีมไกล

บ้านคุณป้ารำพึง (นามสมมติ)

โดย นางสาวณัฐสุดา นวลสำลีและนายชนกชนม์ เกียรติวุฒิ

คุณป้ารำพึง (นามสมมติ) อายุ 55 ปี

การวินิจฉัย : Basal ganglion stroke with Rt. Hemiparesis (>4 ปี)

U/D : HT, DM, Gout

Family : อาศัยอยู่กับสามี ลูกชาย ลูกสะใภ้ และหลานสองคน โดยลูกสะใภ้จะเป็นคนดูแลหลักค่ะ

Work : ในอดีตทำไร่

โดยปัญหาหลักๆของคุณป้ารำพึงก็คือ การพูดสื่อสาร(Motor aphasia) ไม่สามารถพูดเป็นคำ มีปัญหาในการเริ่มต้นพูด สามารถออกเสียงได้ชัดเป็นบางคำ เช่น เดี๋ยวๆ, ไม่ จนเกิดเป็นความอัดอั้น และนำไปสู่ความเครียด หงุดหงิดมากเมื่อไม่สามารถสื่อสารได้ตรงความต้องการ, มีความบกพร่องด้านการรับรู้เกี่ยวกับโครงสร้างร่างกาย(Somatognosia) คือ ไม่สามารถแยกซ้ายขวา และชี้บอกอวัยวะได้ตามคำสั่งได้

Systems Thinking


Personal Mastery : แต่เดิมญาติของผู้รับบริการจะใช้วิธีถามสุ่มไปเรื่อยๆจนกว่าจะเจอสิ่งที่ผู้รับบริการต้องการ หลายครั้งจึงทำให้ผู้รับบริการเกิดความหงุดหงิดโมโหที่ไม่สามารถพูดสื่อสารได้เหมือนเดิม จึงได้แนะนำวิธีผ่อนคลายอารมณ์(Relaxation techniques) แก่ผู้รับบริการและทีมฝึก 3 วิธี ดังนี้

วิธีที่ 1 ให้หลับตาเมื่อรู้สึกหงุดหงิดหรือเริ่มขาดสมาธิขณะฝึก แล้วหายใจเข้ายาวๆ ผ่อนลมหายใจออกเต็มที่ ให้รู้สึกปลดปล่อย ทำต่อเนื่องกัน 3 ครั้ง

วิธีที่ 2 ให้พูดออกเสียงอา อี อู ยาวๆเสียงดัง ทำต่อเนื่องกัน 3 ครั้งเช่นกัน

การฝึกการสื่อสาร หลังจากประเมินการรับรู้สิ่งของจากการสัมผัส(Stereognosis) เมื่อให้เลือกสิ่งของในชีวิตประจำ เช่น แก้ว หวี ช้อน โดยการคลำหาโดยไม่ใช้สายตาดู ผู้รับบริการสามารถตอบได้ถูกต้อง จึงแนะนำการฝึกการเรียกชื่อสิ่งของต่างๆ โดยการให้ผู้ฝึกพูดชื่อสิ่งของนั้นๆ เมื่อผู้รับบริการได้ฟัง ให้หลับตานึกถึงคำที่จะพูดและคลำสิ่งของนั้นๆไปด้วย แล้วจึงพูดชื่อสิ่งของนั้นๆออกมา โดยการฝึกต้องให้เวลา ไม่กดดันเร่งรีบ และสลับกับการใช้เทคนิคผ่อนคลายเป็นระยะๆค่ะ


ส่วนการบอกชื่ออวัยวะต่างๆให้เริ่มจากการเคลื่อนไหวเลียนแบบผู้ฝึก ชี้ตา จมูก ปาก หู โดยไม่ใช้เสียง เมื่อทำได้ถูกต้องทั้งหมดแล้ว เริ่มให้เรียกชื่อตาม โดยฝึกเรียกทีละอย่าง เช่น ชี้ที่ตา ออกเสียงว่า “ตา”

นอกจากนี้ผู้รับบริการมีอาการอ่อนแรงของแขนข้างขวา และมีอาการเกร็งบริเวณมือ จึงแนะนำการจัดท่าลงน้ำหนักแขนขวาเพื่อลดอาการเกร็งของมือ, กระตุ้นความตึงตัวของกล้ามเนื้อที่อ่อนแรง และท่าออกกำลังกาย (Auto passive exercise) ให้ผู้รับบริการใช้มือข้างดีประสานกับข้างที่อ่อนแรงแล้วเคลื่อนไหวในทิศทางต่างๆ เพื่อป้องกันการเกิดข้อติด


Mental Models : ใช้ PEOP เพื่อการมองผู้รับบริการอย่างเป็นองค์รวม ตั้งแต่ปัจจัยภายในบุคคล สิ่งแวดล้อม กิจกรรมการดำเนินชีวิต และความสามารถที่ทำได้ โดยในอดีตผู้รับบริการเคยใส่ Tracheostomy ส่งผลให้เกิด Emotional distress รู้สึกไม่มั่นใจ มักจะสื่อสารกับผู้ฝึกว่าพูดออกมาไม่ได้เพราะคอ ผู้รับบริการจะคลำบริเวณคอและส่ายหน้าปฏิเสธเมื่อลองให้พูด และจะเกิดความหงุดหงิดมากเมื่อสื่อสารไม่ได้ จึงให้ Relaxation techniques (Psychosocial Frame of Reference), วิธีการกระตุ้นความตึงตัวของกล้ามเนื้อแขนข้างขวาที่อ่อนแรง โดยใช้ Weight bearing techniques, และลดเกร็งที่มือโดยการจัดท่าค้างไว้ หรือ Prolonged stretching (Neurodevelopmental Frame of Reference), และวิธีการฝึกการสื่อสารต่างๆตาม Physical rehabilitation Frame of Reference

Team learning : ได้เรียนรู้การทำงานร่วมกันของทีมสหวิชาชีพ ตามระบบสุขภาพชุมชนของลำสนธิเอง และการลงชุมชนครั้งนี้ของนักศึกษากิจกรรมบำบัด ที่ต้องปรับและประยุกต์ใช้ความรู้ที่เรียนมา เพื่อวิเคราะห์ปัญหาของผู้รับบริการว่าเกิดได้อย่างไร อะไรคือความต้องการของผู้รับบริการ และจะให้การฝึกอย่างไรที่เหมาะสมกับบริบทและความต้องการของผู้รับบริการมากที่สุด โดยการให้เหตุผลทางคลินิกกิจกรรมบำบัด (Clinical reasoning) และได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันกับพี่ๆในทีมของลำสนธิ และนักศึกษาแพทย์ที่ได้ลงชุมชนพร้อมกันในครั้งนี้ด้วย

Building Shared Vision : Long term care ของผู้รับบริการคือ สามารถพูดสื่อสารบอกความต้องการได้ เพื่อลดความรู้สึกหงุดหงิดอัดอั้นจากปัญหาการสื่อสารของทั้งผู้รับบริการและผู้ดูแล


Transfer of learning


O: Overlap – โรงพยาบาลลำสนธิมีทีมชุมชนที่เข้มแข็งมาก ซึ่งประกอบไปด้วย พยาบาล นักกายภาพบำบัด นักจิตวิทยา นักโภชนาการ และนักบริบาล หลังจากได้ลงชุมชนพร้อมกับพี่ๆในทีมโรงพยาบาลลำสนธิจึงสัมผัสได้ถึงการทำงานที่ รู้ปัญหา และเข้าถึง ทุกคนทำงานด้วยใจและเต็มที่กับงาน มีการเปิดรับวิชาชีพอื่นๆและความรู้ใหม่ๆเพื่อนำมาปรับใช้ในระบบการให้บริการ มีการลงชุมชนอยู่เป็นประจำ และมีการทำงานร่วมกันกับนักบริบาลเพื่อให้การฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง ทีมชุมชนจะรู้จักผู้ป่วยในแต่ละบ้านเป็นอย่างดี ซึ่งการทำงานที่เข้าถึง นอกจากจะเข้าถึงบ้านของผู้ป่วยที่อยู่ห่างไกลแล้ว ยังเข้าถึงจิตใจของผู้ป่วยด้วย สังเกตได้จากความสัมพันธ์ที่ดี(Relationship)ระหว่างทีมชุมชนและผู้ป่วยที่มีความคุ้นเคยกัน

P: Precision – การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลเกิดจากการอภิปรายร่วมกันของทีมสหวิชาชีพ ไม่ว่าจะเป็น แพทย์ พยาบาล นักโถชนาการ นักกายภาพบำบัด ที่มีความเชี่ยวชาญในการรักษาแตกต่างกัน และยังเปิดรับความรู้ใหม่ๆจากวิชาชีพอื่นๆ นอกจากนี้การตรวจสอบความถูกต้องยังสามารถทำได้โดยการอ้างอิงบทความวิชาการที่มีความน่าเชื่อถือได้

E: Emotion – ทีมชุมชนมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน อยู่ด้วยกันเหมือนพี่น้อง และมีการให้กำลังใจซึ่งกันและกัน และหาทางออกร่วมกัน ที่สำคัญคือทุกคนในทีมมีอารมณ์ขัน จึงสามารถผ่อนคลายอารมณ์เมื่อตึงเครียดในส่วนของงานได้

R: Repetition – ทีมชุมชนจะลงเยี่ยมบ้านเป็นประจำทุกเดือน บางเคสที่ต้องดูแลพิเศษอาจเข้าไปเยี่ยมบ้าน 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์

A: Attention – เมื่อทีมชุมชนลงเยี่ยมบ้าน ผู้รับบริการมักให้ความสนใจและตั้งใจฝึก เนื่องจากมีความต้องการที่จะพูดสื่อสารให้ได้ และได้รับการฟื้นฟูจากทีมชุมชนมานาน และฟื้นฟูความสามารถได้มากขึ้นเรื่อยๆ จากคำบอกเล่าของผู้ดูแลที่ให้ข้อมูลว่า คุณป้าอาการดีขึ้นมาก ดูแลช่วยเหลือตัวเองได้เยอะขึ้นจากเมื่อก่อน

ทีมสหวิชาชีพ

และก็ถึงในส่วนของการวิเคราะห์ ตาม Model ทางกิจกรรมบำบัดนะค่ะ นั้นคือ PEOP ค่ะ

ซึ่งเป็นการวิเคราะห์จากผู้รับบริการ นั้นคือ คุณป้ารำพึง (นามสมมติ) นะคะ

Person

Environment

Occupation

Performance

Self: เพศหญิง อายุ 55 ปีเป็นโรค Basal ganglion stroke with Rt. Hemiparesis ประมาน 4 ปี มีอาการ Motor aphasia

Physical ability :

สามารถทำกิจวัตรประจำวันเองได้

Physical limitation:

Flaccid of Lt. UE but severe spastic of hand and finger และ

Mental : มีความต้องการอยากจะสื่อสาร ให้ความร่วมมือดี

Emotions : มีอารมณ์โกรธง่าย เมื่อไม่ได้ดั่งใจ เนื่องจากไม่สามารถสื่อสารได้ และจะมีความเครียดเมื่อพยายามนึกคำ แต่พูดออกมาไม่ได้

Personality : เป็นคนชอบเข้าสังคม

Self-management skill :

บอกอาการเจ็บปวดได้โดยการจับบริเวณนั้น เช่น ปวดเข่าหลังจากการเดิน

Physical : เป็นบ้านชั้นเดียว ผู้รับบริการนอนที่ชั้นล่าง ทางเดินในบ้านมีต่างระดับ

Social : อาศัยอยู่กับสามี ลูกชาย ลูกสะใภ้ และหลานสองคน โดยลูกสะใภ้จะเป็นคนดูแลหลัก

Financial status :

ฐานะปานกลาง

All ADLs & IADL: Independent ยกเว้น mobility ต้องใช้ cane ในการเดิน

Rest and Sleep :นอนหลับดี

Work : ในอดีตทำไร่

ปัจจุบันว่างงาน

Leisure: ฟังเพลง ดูโทรทัศน์

Social participation :ครอบครัว : มีการสื่อสารกับคนในครอบครัวน้อย เนื่องด้วยอาการที่ไม่สามารถพูดออกเสียงตามต้องการได้

นักกิจกรรมบำบัดได้ส่งเสริมเทคนิคการผ่อนคลายความเครียดเมื่อมีการนึกคำไม่ออก เป็นต้นและให้เรียกชื่อสิ่งของที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

รวมถึงการเรียกชื่ออวัยวะโดยทำไปพร้อมกับท่าทาง เพื่อส่งเสริมความจำสอนเทคนิคให้ผู้ดูแลในการเพิ่ม toneของกล้ามเนื้อให้กับแขนขวาและ ลดอาการเกร็งที่มือ

ผู้รับบริการสามารถผ่อนคลายความเครียดและทำให้สามารถนึกคำพูดและพูดออกมาได้ อย่างถูกต้อง จากการเรียนรู้สิ่งของในชีวิตประจำวันโดยนักกิจกรรมบำบัด

และผู้รับบริการสามารถเรียกชื่อได้ถูกต้องเมื่อหยิบหรือสัมผัสสิ่งของและอวัยวะได้


ทั้งหมดทั้งมวลก็เป็นองค์ความรู้ที่ได้จากการไปออกชุมชนที่ อ.ลำสนธิ จ.ลพบุรี

ซึ่งได้ก่อเกิดประโยชน์แก่ทั้งตัวของนักศึกษากิจกรรมบำบัด ทีมสหวิชาชีพ

และที่หวังเป็นอย่างมากเลยคือผู้รับบริการทุกท่าน ใน อ.ลำสนธิ แห่งนี้

ที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดจากการรวมทีมสหวิชาชีพ ในครั้งนี้ค่ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน NokOT



ความเห็น (0)

หมายเลขบันทึก

617099

เขียน

17 Oct 2016 @ 00:30
()

แก้ไข

17 Oct 2016 @ 00:33
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
อ่าน: คลิก