Take Home Examination 1 (ผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม)

"บันทึกนี้เป็นการบันทึกแนวคิดทางกิจกรรบำบัดในการส่งเสริมการกลับไปทำงานในผู้สูงอายุ"

กรณีศึกษาที่ 1: เคสวัย 70 ปี เป็นสมองเสื่อมมา 3 ปี ไม่อยากเข้าสังคม เงียบคนเดียว เดิมเป็นทนายความ และเครียด ด้วยภาระหนี้สินสะสมจากคดีความไม่สำเร็จ แต่อยากช่วยครอบครัวทำงานแบบกิจกรรมยามว่าง ชอบปลูกต้นไม้ทานได้

วิเคราะห์ตาม PEOP

วิเคราะห์ตาม PEOP


การประเมินทางกิจกรรมบำบัดเพิ่มเติม

ด้านร่างกาย

  • ประเมิน ADLs โดยใช้แบบประเมิน Routine task inventory-Expanded (RTI-E) ทั้งให้ผู้รับบริการประเมินตนเองและผู้รับบริการสังเกตขณะทำกิจกรรม
  • ประเมินความรู้ความเข้าใจ โดยใช้ The Mini-Mental stage examination (MMSE-Thai) ฉบับภาษาไทย
  • ประเมินความสามารถในการใช้มือและความคล่องแคล่วในการทำกิจกรรม ผ่านการทำกิจกรรมหยิบจับสิ่งของต่างๆ

ด้านจิตใจ

  • ประเมินความวิตกกังวลและความอาการซึมเศร้า โดยใช้แบบสอบถาม Hospital Anxiety and Depression Scale (HADS) ฉบับภาษาไทย เพื่อคัดกรองปัญหา และใส่ใจในคำพูดของผู้รับบริการที่แสดงออก ขณะสัมภาษณ์ รวมถึงสังเกตสีหน้าและท่าทางของผู้รับบริการ
  • ประเมินคุณภาพชีวิต โดยใช้ WHOQOL–BREF–THAI ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ ความสัมพันธ์ทางสังคม และสิ่งแวดล้อม

ด้านสังคมและสภาพแวดล้อม

  • สัมภาษณ์สมาชิกในครอบครัวเกี่ยวกับผู้รับบริการ ความสัมพันธ์ และการดูแลหรือความช่วยเหลือต่อผู้รับบริการ
  • ประเมินสภาพบ้าน โดยใช้แบบประเมินสภาพบ้าน เพื่อพิจารณาความเหมาะสมของสิ่งแวดล้อมในการทำงาน


Job analysis การปลูกถั่วงอก

*กิจกรรมปลูกถั่วงอกเป็นกิจกรรมตามความสนใจของผู้รับบริการที่ว่าชอบปลูกผักทานได้ และเป็นกิจกรรมที่ทำได้ง่าย นอกจากนี้ยังสามารถสร้างรายได้ให้แก่ผู้รับบริการได้อีกด้วย

กิจกรรมที่ทำในงาน

องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องในการทำกิจกรรมนั้น

  • แช่ถั่วเขียวในน้ำอุ่น 1 ชั่วโมง
  • Orientation of time
  • Memory
  • Hand function
  • Sensory function (Temperature)
  • นำสำลีวางกระจายในกล่อง และรดน้ำให้ทั่ว
  • Attention
  • Sequencing
  • Visual perception
  • Hand function
  • โรยถั่วเขียวให้ทั่วกล่อง
  • Attention
  • Visual perception
  • Hand function
  • วางสำลีทับและพรมน้ำอีกครั้ง
  • Attention
  • Sequencing
  • Visual perception
  • Hand function
  • ปิดกล่องด้วยผ้า และวางในที่มืด
  • Visual perception
  • Hand function
  • Mobility
  • รดน้ำทุกวัน วันละ 1 ครั้ง ประมาณ 3-4 วัน แล้วเก็บผลผลิต
  • Orientation of time
  • Memory
  • Hand function
  • Visual perception

Problem lists

  • ผู้รับบริการมีความเครียด ชอบอยู่เงียบๆคนเดียว และไม่เข้าสังคม
  • ผู้รับบริการต้องการทำงานแบบกิจกรรมยามว่าง


Intervention plan

Goal 1: ผู้รับบริการสามารถผ่อนคลายความเครียดได้ด้วยตนเองอย่างเหมาะสม ภายใน 2 สัปดาห์

FoR/Model: MOHO, Psychosocial FoR

Approach: Relaxation technique, Biofeedback theory

Therapeutic media: Therapeutic use of self, Teaching and learning

Therapeutic activity:

  • ให้ผู้บำบัดสร้างสัมพันธภาพที่ดี และพูดคุยเพื่อผู้รับบริการไว้ใจ และเปิดโอกาสให้เล่าถึงความเครียด เพื่อระบายความเครียดนั้นออกมา
  • แนะนำวิธีการผ่อนคลายอย่างง่าย 2 วิธี ดังนี้
    • Breathing exercise ให้หายใจเข้าออกลึกและช้า โดยให้พยายามหายใจออกยาวกว่าหายใจเข้า ขณะหายใจให้หายใจเข้าท้องป่อง หายใจออกท้องแฟบ สามารถทำได้ตลอดเมื่อรู้สึกเครียด และทำได้ทั้งท่านั่งและท่านอนที่สบาย
    • Music therapy ให้ฟังเพลงสบายๆ โดยเป็นเพลงจังหวะช้าๆ หรือเสียงธรรมชาติ เพื่อให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย
  • หลังจากแนะนำวิธีการแล้ว ให้ผู้รับบริการลองทำวิธีการดังกล่าว เพื่อให้เกิดเป็น Biofeedback สะท้อนกลับไปในตนเองผ่านร่างกายว่า รู้สึกผ่อนคลายจริงๆหรือไม่ และให้ผู้บำบัดพูดสะท้อนถึงสีหน้าของผู้รับบริการขณะทำวิธีผ่อนคลายความเครียดด้วย เพื่อให้ผู้รับบริการเข้าใจถึงกลไกของการผ่อนคลายและมีแรงจูงใจในการนำกลับไปใช้ต่อไป
  • นอกจากนี้แนะนำการผ่อนคลายความเครียดอีกรูปแบบหนึ่ง หากผู้รับบริการมีความสนใจ คือ Animal Assisted Activity (AAA) การใช้สัตว์เลี้ยงช่วยผ่อนคลายความเครียด เช่น สุนัข แมว กระต่าย เป็นต้น โดยแนะนำให้หาเลี้ยงสัตว์ ไปตามฟาร์มหรือสวนสัตว์ ที่สามารถอุ้มหรือสัมผัสสัตว์เหล่านั้นได้ ก็จะสามารถช่วยผ่อนคลายความเครียดได้


Goal 2: ผู้รับบริการสามารถทำงานปลูกถั่วงอกแบบกิจกรรมยามว่างได้ ภายใน 4 สัปดาห์

FoR/Model: Occupational adaptation, MOHO, Behavioral FoR, Physical rehabilitation

Approach: Ergonomics, Work conditioning, Work hardening, Job modification, Positive reinforcement, Assistive technology

Therapeutic media: Activity analysis, Teaching and learning, Environmental modification, Therapeutic use of self

Therapeutic activity:

  • Work conditioning ส่งเสริมความสามารถที่ต้องใช้ในการทำกิจกรรมปลูกถั่วงอก ดังนี้
    • Cognition ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจ ด้าน Attention, Memory, Sequencing, Visual perception และ Orientation of time ผ่านการทำกิจกรรมงานประดิษฐ์ (Creativity activity) เช่น การประดิษฐ์แผ่นป้ายวิธีการปลูกถั่วงอก โดยให้ผู้รับบริการวาดรูปวิธีการปลูกถั่วงอกตามขั้นตอนของต้นแบบ พร้อมระบายสีตามความคิดสร้างสรรค์ ให้จัดเรียงแผ่นป้ายตามลำดับการปลูกถั่วงอกด้วย
    • นอกจากนี้จัดการเรียนรู้ผ่านการเขียนให้กับผู้รับบริการ (Written cognitive training) ในหัวข้อความรู้ความเข้าใจต่างๆได้ด้วย
    • Hand function ให้กิจกรรมส่งเสริมการใช้มือ เช่น กิจกรรมตักถั่วใส่ถุง เป็นต้น นอกจากนี้ให้ผู้รับบริการใช้มือในการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันต่างๆ เช่น ใช้ช้อนทานข้าว แปรงฟัน เป็นต้น
    • Mobility ให้ผู้รับบริการเคลื่อนไหวท่าทางตามจังหวะ และทำกิจวัตรประจำวันด้วยตนเองให้มากที่สุด เช่น การเดินเล่นนอกบ้าน การเดินเข้าห้องนอน เป็นต้น นอกจากนี้การเคลื่อนไหว หรือการทำการออกกำลังกาย (Physical activity) ยังช่วยส่งเสริมความรู้ความเข้าใจได้อีกด้วย
    • แนะนำการทำกิจกรรมที่บ้าน โดยเริ่มจากกิจกรรมการผ่อนคลาย (Relaxation), กิจกรรมออกกำลังกาย (Physical activity), กิจวัตรประจำวันส่วนตัว (Personal activity), กิจกรรมความรู้ความเข้าใจ (Cognitive exercise) และกิจกรรมนันทนาการ (Creativity activity) เช่น การดูโทรทัศน์ เป็นต้น
  • Work hardening ให้ผู้รับบริการทำกิจกรรมปลูกถั่วงอก ตามขั้นตอนที่ดัดแปลงแล้ว ในสถานการณ์จำลองที่คลินิก โดยจัดสถานที่ให้เหมือนกับที่บ้านมากที่สุด เริ่มจากการสอนและอธิบายวิธีการทำ แล้วจึงลงมือทำไปพร้อมกัน และเน้นให้ผู้รับบริการได้ลงมือทำจริง
  • Job modification ปรับกิจกรรมการปลูกถั่วงอก ดังนี้
    • ปรับขั้นตอนการรอเวลาแช่เมล็ดถั่ว จากการดูเวลา เป็นการตั้งนาฬิกาปลุกเตือนแทน โดยผู้รับบริการจะต้องเรียนรู้การใช้ ทั้งเปิดและปิดนาฬิกาปลุก
    • Grade down ปรับกิจกรรมให้ง่ายขึ้น โดยลดขึ้นตอนของกิจกรรมและให้มีครอบครัวคอยช่วยเหลือ
    • Grade up ให้ผู้รับบริการเพิ่มปริมาณการปลูกถั่วงอก
  • ให้ Positive reinforcement ชื่นชมผู้รับบริการ เช่น คุณปลูกถั่วงอกได้ดีมาก เป็นต้น และให้ผู้บำบัดพูดให้ผู้รับบริการเห็นถึงผลงานที่ผู้รับบริการทำ เพื่อเป็นการให้ Feedback กับผู้รับบริการให้เกิดแรงจูงใจ
  • จัดสภาพแวดล้อมตามหลักของการยศาสตร์ โดยให้นั่งทำเก้าอี้ที่มีพนักพิง ข้อเข่าและสะโพกงอ 90 องศา มีแสงสว่างเพียงพอ และจัดมุมวางกล่องถั่วงอกบนโต๊ะในระยะที่เอื้อมถึง เพื่อลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บ จากการเอื้อมมากจนเกินไป แล้วทำให้ล้มได้ นอกจากนี้ต้องมีการให้ความรู้กับญาติผู้รับบริการ ทั้งเรื่องโรคสมองเสื่อม การช่วยเหลือทางสังคม ทักษะการแก้ปัญหา และการจัดการอารมณ์ตนเองความเครียด เช่น Relaxation techniques เป็นต้น เพื่อให้ช่วยเหลือผู้รับบริการได้อย่างถูกต้องและมีสุขภาพจิตที่ดีด้วย


Clinical Reasoning

  • Procedural reasoning รวบรวมข้อมูลของผู้รับบริการ ว่ามีความเครียดและอยากช่วยครอบครัวทำงาน จึงรวบรวมวิธีการจัดการความเครียด วิเคราะห์กิจกรรมปลูกถั่วงอกตามความสนใจ เพื่อส่งเสริมการกลับไปทำงาน
  • Pragmatic reasoning จากหลักฐานเชิงประจักษ์ สัตว์เลี้ยงสามารถช่วยจัดการความเครียดได้ และโปรแกรมทางกิจกรรมบำบัด รวมถึงการส่งเสริมผู้ดูแลหรือญาติ สามารถช่วยเหลือผู้รับบริกรที่มีภาวะสมองเสื่อมได้


Reference

1. Holt S, Johnson RA, Yaglom HD, Brenner C. Animal Assisted Activity with Older Adult Retirement Facility Residents: The PAWSitive Visits Program. Activities, Adaptation & Aging. 2015;39(4):267-79.

2. Kumar P, Tiwari SC, Goel A, Sreenivas V, Kumar N, Tripathi RK, et al. Novel occupational therapy interventions may improve quality of life in older adults with dementia. International Archives of Medicine. 2014;71):1-7.

3. Chen H-M, Huang M-F, Yeh Y-C, Huang W-H, Chen C-S. Effectiveness of coping strategies intervention on caregiver burden among caregivers of elderly patients with dementia. Psychogeriatrics. 2015;15(1):20-5.


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน OT



ความเห็น (0)