ในการสัญจร”คดห่อ ล้องาน สัญจร สานพลังชุมชน” คน วปช. กลุ่มนี้ก็มาคิดต่อว่า ภายใต้ ยุทธศาสตร์ 20 ปีของรัฐบาล คสช. พวกเราจะทำอะไรต่อ


วปช.(วิทยาลัยป้องกันชุมชน)เป็นสถาบันที่ผลิตผู้นำชุมชน นักพัฒนาอาสาชุมชน และคนทำงานอาสา ได้เข้ามาเรียนรู้ภายใต้

กิจกรรมพัฒนาประชาธิปไตยชุมชน โดยสถาบันพระปกเกล้า มีการออกแบบกิจกรรมหลักสูตรการเรียนรู้ ซึ่งมี สพม.(สภาพัฒนาการเมือง)ชุดแรกดำเนินการที่ภาคใต้

ใช้วิทยาลัยภูมิปัญญาเป็นสถานที่เรียนรู้ ผลิตคนทำงานอาสามา 4 รุ่น ประมาณ 200คน และคน วปช. ก็ได้รับโอกาสเข้าไปนั่งในตำแหน่ง สพม.ในชุดที่หลายท่าน เช่นที่จังหวัดตรัง และจังหวัดสุราษฏร์ธานี แต่พอมาถึง สพม.ชุดที่ 2ได้เปิด โรงเรียน พลเมืองขึ้น เนื้อหลักสูตรกิจกรรมก็ล้อกันมาจาก วปช.เฉพาะที่จังหวัดพัทลุง ได้เปิดโรงเรียนพลเมืองขึ้น 2 แห่ง คือ ที่บ้านห้วย ถกแถลง(ห้วยพูด) ตำบลโคกสัก อำเภอบางแก้วมี่ สพม. วิวัฒน์ หนูมากดำเนินการ และอีกแห่ง เปิดที่ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง มีอาจารย์ พงศักดิ์ ชุมทอง ดำเนินการ ส่วนผลสัมฤทธิ์จะเป็นเช่นไร ผู้เขียนยังไม่ได้ตามไปชมดู

แต่ สำหรับ วปช.ทั้งสี่รุ่น หลังจบหลักสูตร ผ่านการเรียนมาแล้ว ก็มีการพบปะพูดคุยกันตามวาระโอกาสและงบประมาณ แล้วชื่อ วปชฺแผ่วหายไปในที่สุด แต่คนคน วปช ก็ยังมีการเคลื่อนไหวทำกิจกรรมในพื้นที่ของตนเองอย่างต่อเนื่อง ในทีสุดจากการที่ผู้เขียนได้ได้พบปะ

อาจารย์ จำรัศ เจริญเวช ในที่ประชุมของ สพม. ที่สุราษฎร์อาจารย์ ได้บ่นเสียดาย งบประมาณในการผลิต คน วปช.แล้วคน วปช.ไม่สามาถสร้างความเป็นตัวตนชื่อของคน วปช. ในความเป็นพลเมือง และสำนึกของความเป็นพลเมืองให้เกิดขึ้นในสังคม ชุมชน ชื่อคน วปช ก็จะหายไปจากสังคมชุมชน จากการจุดประกายในครั้งนั้น ผู้เขียนก็ติดต่อประสานงาน สานพลังคน วปช.ที่หัวใจเดียวกัน มีกำลังกาย กำลังใจ และกำลังงบประมาณจัดการตนเอง มาพบปะพูดคุยกัน ที่ บ้านป้าติ๋ม คนวปช.จากวันนั้น ถึงวันนี้คน วปช.กลุ่มนี้ก็ได้ดำเนิน

กิจกรรมอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา 2ปีกว่า ในการลงพื้น พูดคุยกับคนในพื้นที่ 6 จังหวัด มี่

ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ ตรัง สตูล และพัทลุง คน วปช.ประกาศแต่งตั้งตัวเ

เองเป็น นักวิชาการประชาชน 10 กว่าครั้งที่สัญจรจัดการตนเองในเรื่อง งบประมาณ ได้เรียนรู้ชุมชน ได้ร่วม คิด วิเคราะห์ หาทางออกให้พื้นในหลายกิจกรรมซึ่งงานที่ คน วปช กลุ่มนี้ได้ดำเนินการ พวกเราบอกว่าเป็นการคืนความรู้ให้ชุมชน ทดแทนคุณแผ่นดิน และได้สรุปกิจกรรมทั้งหมดไว้เป็นที่เรียบร้อย รอการต่อยอด จาก สพม. รุ่นที่ 3

หลังจากสรุปบทเรียน ในการสัญจร”คดห่อ ล้องาน สัญจร สานพลังชุมชน” คน วปช. กลุ่มนี้ก็มาคิดต่อว่า ภายใต้ ยุทธศาสตร์ 20 ปีของรัฐบาล คสช. พวกเราจะทำอะไรต่อ จึงเป็นที่มาของการคิดงานสานต่อคน วปช.ผู้สูงวัยแม่ น้ำ 4 สาย แม่น้ำปากบารา สตูล ไหลมากับรถตู้ แม่น้ำปะเหลียนตรัง ไหลมากับมอเตอร์ไซค์หลายร้อยกิโล ส่วนแม่น้ำตาปี ไหลมากับรถไฟฟรีสายสุราษฎร์ โกลค มารวมตัวกันที่ทะเลสาบปากพะยูน ในคืนวันอันประเสริฐ ในพื้นที่ สัปปายะ ในการสุนทรียะสนทนาเพื่อคืนทุนแผ่นของคน วปช.