วันที่ 41 การจากลา (14 กรกฎาคม 2559)

​ฉันมักได้ยินคำฉันท์​บทนี้บ่อยๆ แต่เพิ่งได้เข้าใจในวันนี้ เมื่อได้สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักคนหนึ่งภายในครอบครัวไป...

พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง

โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี

นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์

สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา

(คำฉันท์จากเรื่อง กฤษณาสอนน้อง พระนิพนธ์ในสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส)


วันนี้เป็นวันแรกที่ฉันยื่นจดหมายลากิจต่อทางโรงเรียน

เนื่องจากวันเสาร์ที่ผ่านมา ฉันเพิ่งได้รับข่าวร้ายจากทางบ้านว่าปู่ของฉันเสียแล้ว

พิธีสวดบำเพ็ญกุศลจะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 9-14 กรกฎาคม 2559

และจะทำการฌาปนกิจในวันพฤหัสบดี ที่ 14 กรกฎาคม ซึ่งก็คือวันนี้...

แล้ววันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายแล้วที่ฉันจะได้มองหน้าและสัมผัสกับปู่เป็นครั้งสุดท้าย

ก่อนที่ร่างอันไร้วิญญาณของท่านจะถูกเผามอดไหม้ไป...


ความเศร้า และความเสียใจ ปกคลุมจิตใจฉันมาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ฉันไม่อยากเชื่อและไม่อยากทำใจยอมรับกับการจากลาไปอย่างกะทันหันในครั้งนี้

ปู่ของฉันท่านสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง

ครั้งสุดท้ายที่ได้เจอกัน...ก็คือตอนที่ฉันกำลังจะกลับหอที่เชียงใหม่

ฉันเข้าไปกอดปู่ไว้แน่น และบอกให้ปู่กินข้าวเยอะๆ

ในครั้งนั้น ปู่ก็กอดฉันไว้แน่นกว่าทุกๆครั้ง และลูบหลังฉันเบาๆ

ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าการกอดครั้งนั้นมันรู้สึกใจหายกว่าทุกที

ฉันรู้สึกถึงลางสังหรณ์บางอย่างว่ามันจะเป็นครั้งสุดท้าย...

แล้วมันก็เกิดขึ้นจริงๆ...ในวันนี้


ขณะที่ช่วยงานต่างๆในงานศพ ฉันไม่ได้รู้สึกเศร้าเท่าไหร่นัก

แต่เมื่อตอนที่ไปส่งปู่ครั้งสุดท้าย ไม่รู้ทำไมน้ำตาฉันถึงไหลมากมายอย่างนี้

ต่อไปนี้...จะไม่มีอีกแล้ว คนที่คอยนั่งสานก่องข้าว

ต่อไปนี้...จะไม่มีอีกแล้ว คนที่ชอบกินทุเรียนที่ฉันซื้อไปฝาก

ปีนี้ปู่ยังไม่ได้กินทุเรียนเลยนะ...ทำไมรีบจากหนูไป ไม่ร่ำลากันเลย...


ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่จะได้เห็นหน้าของปู่และสัมผัสร่างของปู่

ใบหน้าของท่านดูอิ่มเอิบ ผ่องใส ผิวเหลืองนวล

ดวงตาของท่านหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข

ฉันเอามือไปสัมผัสเท้าของท่านและเอ่ยกล่าวลาท่านเป็นครั้งสุดท้าย

ฉันยืนมองโลงศพของท่านที่ถูกแบกหามไปสู่เมรุเผาศพ

และมองดูไฟลุกไหม้โลงศพไปช้าๆ

ท่านจากฉันไปแล้วชั่วนิจนิรันดร์จริงๆ...

เหลือทิ้งไว้เพียงความทรงจำและความดีงาม...


ฉันรู้และสัมผัสได้ว่าท่านไปสบายแล้วจริงๆ

ท่านไม่ได้มีห่วงอะไรอีกแล้วบนโลกบนนี้

เหลือเพียงแต่เราคนที่อยู่ข้างหลังเท่านั้นที่ยังห่วงหาอาวรณ์ท่านอยู่

ถึงท่านจะจากฉันไปแล้ว ร่างกายของท่านไม่ได้มีตัวตนอีกแล้วบนโลกใบนี้

แต่ท่านจะอยู่ในใจของฉันเสมอ...ตลอดกาล


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกการฝึกสอนของนางสาวเสาวภา เรือนปัญโญ (ภาคเรียนที่ 1/2559)



ความเห็น (1)

-สวัสดีครับ

-ขอร่วมแสดงความเสียใจด้วยนะครับ

-ท่านยังอยู่ในใจเรานะครับ