ชีวิตที่พอเพียง ๒๗๒๔ ยุควิกฤติศีลธรรม


วันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๙ผมไปประชุมคณะกรรมการมูลนิธิแห่งหนึ่งไปได้ข่าวความเสื่อมโทรมทางศีลธรรมสองเรื่องเรื่องแรกคือส่วยพระเรื่องที่สองคือครูสอนโกง

ผมขออภัย ที่บันทึกนี้เขียนผิดหลักการของการเขียน บล็อกคือเล่าเรื่องร้าย แต่เจตนาคือ ต้องการให้ตระหนักว่า พฤติกรรมทั้งสองนี้ทำลายวงการสงฆ์ และวงการครูเราต้องช่วยกันคิดอ่านดำเนินการแก้ไข

ที่จริงวงการสงฆ์คงจะไม่คิดว่าพฤติกรรมที่ทำอยู่ เป็นรูปแบบหนึ่งของส่วย คือพระที่มีตำแหน่งบริหารเป็นเจ้าคณะ ระดับต่างๆ เมื่อถึงวันเกิดในฐานะคนธรรมดาก็จะมีการฉลองวันเกิดและจะมีการบอกไปยังวัดต่างๆ ในพื้นที่ปกครองให้ส่งเงินหรือของขวัญไปถวายผมไม่ทราบว่าพฤติกรรมนี้แพร่หลายแค่ไหน และเกิดขึ้นที่พื้นที่ปกครองไหนบ้างผมคิดว่าพวกเราที่รัก เห็นคุณค่า และหวงแหน พระพุทธศาสนา ต้องช่วยกันป่าวร้องว่าเราไม่ยอมรับพฤติกรรมนี้

มีท่านผู้ใหญ่บอกว่า มีมากกว่านั้นคือถวายรถโบราณ

ท่านผู้ใหญ่ (มากกกในบ้านเมือง) เล่าเรื่องครูจัดระบบการลอกข้อสอบเพื่อให้นักเรียนได้คะแนนสอบสูงขึ้นทำให้โรงเรียนดูดีซึ่งในสายตาของผม เป็นลักษณะ “สอนศิษย์ให้เป็นโจร” แบบในนิทานอีสปเรื่อง สอนลูกให้เป็นโจรที่เราต้องช่วยกันห้ามปราม เป็นแรงกดดันทางสังคมและน่าจะเรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการดำเนินการลงโทษครูที่ทำผิดและหาทางป้องกันไม่ให้เกิดอีก

วิจารณ์ พานิช

๑๔ ก.ค. ๒๕๕๙

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 

เคยได้ยินในประเด็นแรกของพระสงฆ์ครับ ไม่เฉพาะวันคล้ายวันเกิด งานเลื่อนตำแหน่งของพระก็มีครับ

มีไปรอบๆวัดที่อยู่ในเขตรับผิดชอบ แต่ไม่ทุกรูปนะครับ

บางรูปก็ดี

ขอบคุณมากครับ

boon
IP: xxx.158.165.142
เขียนเมื่อ 

หลวงปู่พุทธทาส ท่านประกาศว่า ศีลธรรมไม่กลับมา โลกาจะวินาศ ซึ่งใกล้ความจริงเข้ามาทุกวัน เป็นไปตามกิเลสของความเจริญทางวัตถุ ไม่เว้นแม้ในสมมติสงฆ์

เขียนเมื่อ 

เรื่อง ครูสอนโกง ขอยกตัวอย่างจากประสบการณ์การเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาหอพักมหาวิทยาลัย (เมื่อหลายปีที่ผ่านมา) งานนี้เป็นงานจิตอาสา อาจารย์ท่านใดจะสมัครใจเป็นก้อได้ (แต่เท่าที่ผ่านมาไม่ค่อยมีอาจารย์สมัครใจ นอกจากถูกขอร้องให้เป็น) มีเหตุการณ์ที่นักศึกษาขโมยของเพื่อนร่วมห้องเดียวกัน หลังจากสอบสวนและสิบเสาะ ได้ข้อมูลตัวขโมย แต่ไม่มีหลักฐาน ผู้ปกครองหอพักและอจ.ที่ปรึกษาเรียกตัวขโมย(นักศึกษา) มาเกลี่ยกล่อม(หลอกล่อ โดยบอกว่า ถ้ารับสารภาพ จะไม่ส่งเรื่องไปนังมฟาวิทยาลัย) สอบถามจนรับสารภาพ พร้อมให้คืนของกลางที่ขโมยไป และให้เขียนคำรับสารภาพ ประโยคหนึ่งที่นักศึกษาพูดแล้ว รู้สึกแย่มากๆๆคือ อาจารย์ที่ปรึกษาทั่วไป ซึ่งเป็นอาจารย์ในคณะศึกษาศาสตร์(คณะที่สอนคนให้ถเป็นครู) แนะนำให้นักศึกษาปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา จนกว่าจะเจอหลักฐานเอง นี่จะเรียกว่า สอนนักศึกษาให้เป็นโจรหรือปล่าว....เพลียเลยจ๊ะ