เรื่องเล่าระหว่างวันที่ 19 - 23 กรกฎาคม 2559

25 กรกฎาคม 2559

เรียน ผู้บริหาร เพื่อนครูและผู้อ่านที่เคารพทุกท่าน

วันจันทร์ที่ 19 กรกฎาคม 2559 เป็นเช้าวันจันทร์ที่รัฐประกาศปิดทำการต่อเนื่องจากเสาร์-อาทิตย์และวันอาสาฬหบูชาต่อเนื่องวันเข้าพรรษา ตื่นเช้าขึ้นมาในบรรยากาศที่อบอุ่นของโรงแรมชัยคณาธานี จังหวัดพัทลุง ผมลงมาใต้ตั้งแต่วันเสาร์ เพราะญาติผู้มีอุปการะมากได้เสียชีวิตลง คืนวันเสาร์พักค้างที่โรงแรมจิงโจ้ เมืองหลังสวน ทั้งที่ตั้งใจจะขับรถให้ถึงพัทลุงในวันเดียว แต่เจอสภาพถนนที่กำลังซ่อมจึงต้องเปลี่ยนแผนใหม่ เมื่อวานแวะไปช่วยงานมารอบหนึ่ง แขกมากจริง ๆ เพราะท่านเป็นคนดีมีน้ำใจ ก่อนตายยังสั่งเรื่องการจัดงานศพไว้หลายเรื่อง อาทิ ห้ามรถน้ำศพ เพราะเห็นว่าไม่จำเป็น ห้ามนำอาหารมาวางหน้าหีบศพตามธรรมเนียม เพราะตายแล้วย่อมกินไม่ได้ ห้ามนอมนต์พระบางรูปมาเทศนาเพราะเคยฟังว่าพูดทะลึ่ง วันนี้เป็นวันฌาปนกิจ จะอยู่ร่วมพิธีแล้วจะเดินทางกลับ ออกจากโรงแรมมาแวะซื้อของตลาดนัดของดีเมืองพัทลุงหน้า สำนักงานเกษตรจังหวัด ได้เห็นขนมโบราณหลายอย่างมาทำขาย รวมทั้งผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร อยากซื้ออยากทานไปหมด ก็จนใจเพราะคงกินได้แค่อิ่ม ขากลับมาแวะทานข้าวแกงพื้นบ้านเมืองลุง ตำบลชะมวง อำเภอควนขนุน เจ้านี้ฝีมือยังไม่ใช่มืออาชีพ เข้าสู่วัดป่าพะยอม นั่งคุยกับญาติสนิทมิตรสหาย ที่มาทักทาย รวมทั้งครูอาจารย์เก่า ๆ ทุกคนล้วนแต่ชราภาพอายุ 80-90 ทั้งสิ้น บ่ายพิธีทางศาสนาเริ่มขึ้นและจบลงด้วยการวางดอกไม้จันทร์ ส่วนการเผาจริงเป็นหน้าที่ของเจ้าภาพ ลาเจ้าภาพและญาติพี่น้องเดินทางกลับ ระหว่างเส้นทางช่วงจังหวัดสุราษฎร์ธานี เจอฝนอย่างหนัก ในที่สุดก็พักค้างโรงแรมจิงโจ้ เมืองหลังสวนอีก 1 คืน

วันอังคารที่ 20 กรกฎาคม 2559 ออกจากหลังสวนเช้า อากาศดีมาก มาแวะทานขนมจีนบุฟเฟ่ที่อำเภอสวี จากนั้นแวะเข้าเขายาวเยี่ยม ผอ.สนอง -ครูแน่งน้อย ดาวตุ่น เส้นทางสวยงามเพราะมีสวนผลไม้ทั้งสองข้าง มีภูเขาหินปูนขึ้นเป็นหย่อม ๆ เหมือนภาพวาดในนวนิยาย อยู่พูดคุยกันพอสมควร เจ้าบ้านชวนออกมากินข้าวกลางวันที่ร้านครัวหนังตะลุง มาสร้างที่ใหม่ไกลจากถนนสายเพชรเกษม ชุมพร- ระยอง 2500 เมตร เป็นร้านใหญ่ อาหารรสชาติเมืองคอนแท้ เที่ยงลาเจ้าภาพเดินทางกลับ ถนนกำลังซ่อมจึงถึงบ้านพักเกือบ 4 ทุ่ม


วันพุธที่ 21 กรกฎาคม 2559 ได้หลับหนึ่งคืนทำให้มีกำลังกลับมา สาย ๆ เดินทางไปเมืองพัทยา ขับรถสบายด้วยรถขาออกมีน้อย มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาในเส้นทางสายนี้ เพราะเป็นเมืองเศรษฐกิจที่มียวดยานมากเป็นพิเศษ เส้นทางใหม่ที่กำลังก่อสร้างคือทางหลวงระหว่างเมืองสายพัทยา- มาบตาพุด ระยะทาง 32 กม. การเปิดเส้นทางใหม่ช่วยฉุดราคาที่ดินให้สูงขึ้น ขากลับใช้เส้นสุขุมวิท รถน้อยเหมือนขามา แวะชมกิจการร้านข้าวแกงของน้องชายที่ชลบุรีเมืองใหม่ เจ้าของร้านบอกว่าได้ได้ดี กลับเข้ากรุงเทพฯทางยกระดับบูรพาวิถี ถึงที่พักมืดพอดี


วันพฤหัสบดีที่ 22 กรกฎาคม 2559 หยุดงานไปหลายวัน เข้าที่ทำงานรู้สึกแปลก ๆ เลขานุการบอกว่ามีประชุมคณะกรรมการประเมินโรงเรียนขนาดเล็กที่มีความเป็นเลิศ ซึ่งมี ผอ.เขต ในเขตตรวจราชการที่ 1 ทั้ง 8 เขต เป็นกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกที่เป็นรองประธานกรรมการ คือ อดีต ผอ.เขต ท่านประไพ สุนทรมัจฉะ วันนี้พิจารณาเกณฑ์และแบบการประเมิน กำหนดวันออกประเมิน ใช้เวลา 3 ชั่วโมงกว่าจึงเลิกประชุม บ่ายเดินทางไปโรงแรมบัดดี้ อำเภอปากเกร็ด เพื่อประชุมคณะกรรมการกำหนดตัวชี้วัด ศึกษาธิการภาค กศจ. และศึกษาธิการจังหวัด เย็นกลับมารดน้ำศพ ผอ.สายหยุด ตระเวณกิจ อดีตกรรมการเขต สพป.ปทุมธานี เขต 1 ที่วัดชลประทานรังสฤษดิ์ ซึ่งเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง


วันศุกร์ที่ 23 กรกฎาคม 2559 เช้าเดินทางไปโรงแรมบัดดี้ ประชุมจัดทำตัวชี้วัดต่อจากเมื่อวาน อาจารย์ ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ มาให้ความเห็นในช่วงแรกประมาณ 40 นาที ที่เหลือพวกเรา 3-4 คนก็ทำกันต่อจนแล้วเสร็จเที่ยง เดินทางกลับสำนักงานเขตเพราะมีประชุมคณะกรรมการคัดเลือกครูเพื่อรับรางวัลเจ้าฟ้ามหาจักรี วันนี้นัดประชุมเพื่อเลือกประธานกรรมการ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ เป็นประธาน ที่ประชุมเลือก ดร.ปัญญา แก้วกียูร เป็นประธานกรรมการ นั่งลงชื่อในแฟ้มเอกสารต่าง ๆ กว่าจะเสร็จหมดเวลาทำการพอดี

พระพุทธเจ้า ประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน เมืองสาวัตถี พระโกกาลกริษยาพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ ได้ทูลพระพุทธเจ้าให้ร้ายพระเถระทั้งสอง พระพุทธองค์ทรงห้ามถึง ๓ ครั้งก็ไม่ฟัง ได้รับอกุศลกรรมสนองทันตา ได้เกิดฝีหัวใหญ่ขึ้นทั่วตัว ฝีแตกน้ำเหลืองไหล ได้รับทุกขเวทนากล้า จนขาดใจตายไปเกิดในปทุมนรก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมหานรกอเวจี ได้รับทุกขเวทนาแสนสาหัส

พระพุทธองค์ทรงแสดงโทษ แห่งการใส่ร้ายผู้ทำความดี เพื่อเป็นเครื่องสังวรของชาวพุทธไว้ดังนี้

“คนพาลเมื่อพูดคำชั่วร้ายออกไป ได้ชื่อว่าฆ่าตัวเองด้วยอาวุธ

ผู้ใดสรรเสริญผู้ที่ควรถูกติ หรือติผู้ที่ควรได้รับความสรรเสริญ ผู้นั้นชื่อว่าสะสมความชั่วด้วยปาก เขาย่อมไม่ได้รับความสุขความพินาศแห่งทรัพย์สินเพราะการพนันก็ดี พร้อมด้วยสิ่งของทั้งหมดก็ดี พร้อมด้วยตนเองก็ดี ยังนับว่ามีโทษเพียงเล็กน้อย ส่วนบุคคลใด ทำใจคิดร้ายในท่านผู้ทำดีทั้งหลาย มีโทษยิ่งใหญ่กว่า

ผู้พูดจาด้วยจิตอันลามก ชอบติเตียนพระอริยเจ้า ย่อมเข้าถึงนรก”

โกกาลิกสูตร ๑๕/๒๐๙

การใส่ร้ายคนดีมีโทษหนัก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระอรหันต์ด้วย

โทษก็จะยิ่งมากเป็นทวีคูณ

เพราะท่านหมดกิเลสแล้ว จัดว่าป็น “ปาปมุต” คือ ไม่มีใครถือโทษ หรือพ้นจากโทษแล้ว

กรณีของพระโกกาลิกในเรื่องนี้

ถ้าเราไม่ยกให้เป็นอกุศลกรรมของพระโกกาลิกบันดาลให้เป็นไป

แล้วจะเกิดจากอะไร?

เพราะทั้งพระสารีบุตร

และพระมหาโมคคัลลานะ

ท่านเป็นพระอรหันต์แล้ว

ไม่มีให้โทษใครมีแต่ให้คุณ ก็แล้วเหตุไฉนพระโกกาลิกจึงไปริษยาท่านเล่า?

ก็ไม่ใช่กรรมฝ่ายชั่วมาบันดาลให้ท่านคิดผิดไป เหมือนการซัดฝุ่นที่ละเอียดทวนลม มันก็ต้องถูกฝุ่นย้อนกลับมาเข้าตาตนเอง ฉะนี้แล

นายกำจัด คงหนู

ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานนทบุรี เขต 1

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน  "เรื่องเล่าจากเจ้าพระยา"



ความเห็น (0)