อาหารกลางวันของหนู คือข้าวใส่ปิ่นโต ที่คุณแม่เอาใจและความรักใส่มาให้


ปัจจุบันนี้ โครงการอาหารกลางวัน...จะมีอยู่ทั่วทุกโรงเรียน

โดยเฉพาะโรงเรียนประถมศึกษาอย่างเรา ๆ

ทุกวันนี้จึงทำให้นักเรียนทุกคนมีอาหารกลางวันกินอิ่มท้อง

กันทุกคน หรืออย่างน้อย ๆ ก็มีข้าว มีขนมให้กินฟรีน่ะแหละ




นึกย้อนไปในวัยเด็ก แม่ของคุณมะเดื่อจะตื่นก่อนฟ้าสาง เพื่อหุงหาข้าวปลา

ไว้ให้สมาชิกในครอบครัว ทั้ง ๕ ชีวิต ก็คือ พ่อ แม่ คุณมะเดื่อ และน้อง ๆ

อีก ๒ คน และจัดอาหารใส่ปิ่นโตเป็นอาหารกลางวันให้กับเราสามพี่น้อง

สำหรับหิ้วไปกินที่โรงเรียนอีกด้วย มีข้าวกลางวันก็เพียงพอแล้ว สำหรับ

เงินค่าขนมกลางวันนั้น ... ไม่มีก็ไม่เป็นไร ( นี่คือความคิดเด็กโบราณ

แต่ปัจจุบัน ไม่มีเงินค่าขนมไปโรงเรียน คงเป็นเรื่องใหญ่โตสำหรับเด็ก ๆ

แน่ ๆ แค่สิบ ยี่สิบบาทก็คงไม่ได้อีกด้วย)




ภาพที่เด็ก ๆ หิ้วปิ่นโต หรือ ถือกล่องข้าวไปโรงเรียน เลือนหายไป

หลายปีนักแล้ว ด้วยโครงการอาหารกลางวันที่รัฐจัดให้กับเด็ก ๆ

คุณแม่ทั้งหลายจึงไม่ต้องตื่นเช้าเหมือนคุณแม่สมัยก่อน เพราะนอกจาก

ไม่ต้องเตรียมอาหารใส่ปิ่นโตให้ลูก ๆ เป็นมื้อกลางวันแล้ว

แถมอาหารเช้าก็ยังสะดวกสบายอีกต่างหาก....




ปัจจุบัน อาหารเช้ามีให้เลือกซื้อ เลือกหาให้กินมากมาย ทั้งที่ตลาด

ทั้งที่ร้านสะดวกซื้อ ครอบครัวหลาย ๆ ครอบครัว จึงพาสามาชิกในบ้าน

ไปกินอาหารเช้าที่ตลาด ไม่ว่าจะเป็น ข้าวราดแกง ข้าวต้มเลือดหมู

และที่ฮิตที่สุดก็คือ " ร้านโจ๊ก " กินแล้ว ไม่ต้องเก็บจานเก็บถ้วยไปล้าง

ให้เสียเวลาอีกด้วย ( นี่แหละต้นเหตุหนึ่งที่เด็กยุคใหม่ล้างจานไม่เป็นละ)

อาหารกลางวันก็ฝากไว้ที่โรงเรียน ครั้นถึงอาหารเย็น หลาย ๆ ครอบครัว

ก็กลับไปร้านอาหารอีกครั้ง...หรือไม่คุณแม่หลายคนก็อาศัยครัวริมทาง

จัดหาซื้อ " แกงแกะ " ก็ไม่ยุ่งยากเช่นกัน




แต่....สำหรับ " น้องเกตุมณี" เป็นกรณีที่นอกเหนือจากที่กล่าวมา

ทุก ๆ วัน คุณแม่กุ๊ก จะเข้าครัวปรุงอาหารเช้าให้สมาชิกในครอบครัว

แล้วก็ห่อใส่ปิ่นโต ให้น้องเกตุหิ้วมาโรงเรียนเป็นมื้อกลางวันในวันที่

มาโรงเรียนด้วย น่ารักทั้งคุณแม่และคุณลูกเลยจริง ๆ





และที่น่ารักมาก ๆ ก็ที่ " กับข้าว" น้องเกตุชอบกินผัก ซึ่งหายากแล้ว

ในเด็กรุ่นใหม่ ๆ นี้




โรงเรียนของมิตรรักแฟนเพลงโรงเรียนใด ยังมีบรรยากาศอาหารกลางวัน

แบบปิ่นโตอีกบ้างจ๊ะ เอามาแลกเปลี่ยนกันชมบ้างนะจ๊ะ