​ท่าลี่อินดี้

"ท่าลี่-นาแห้ว" เป็นทริปแรกของการท่องเที่ยว หลังจากที่ฉันไปลาราชการไปปฏิบัติธรรม 3 เดือน หลังจากลาศีลมาได้ 5 วันฉันก็ออกรอบ

@ท่าลี่

ความรู้สึกจริงๆ คือไม่อยากไปไหน ไม่อยากไปเที่ยว อยากอยู่เฉยๆ ยังติดอาการตัดสิ่งรอบตัวออกไปอยู่

แต่กระบวนการกลุ่มก็ดำเนินไปอย่างที่มันเคยไป...ชีวิตคนหยุดได้ซะที่ไหน

แค่ออกรอบ...ลำบากตรงไหน....ความอินดี้ไม่มีอะไรมาก...มันรู้สึกดีนั้นมีมาก แต่ขาดความสนุก!

บรรยากาศระหว่างทางภูเรือ-ท่าลี่


การขับรถไปเที่ยวที่คนเยอะๆ ถ่ายรูป เม้าท์ กินอาหารร้านแนะนำ...มันทำให้ฉันเบื่อ

ฤาฉันจะเออร์รี่รีทายความรู้สึกเร็วไปหน่อยมั้ง กิกิ สงสัยแก่

....ก๊วนชวนไปทะเลๆๆๆๆๆ แต่ด้วยภาวะวันหยุดยาวได้ข่าวว่า เกาะช้างรอคิวลงเฟอร์รี่เป็นชั่วโมง

เท่านั้นหล่ะเข็มทิศเราหมุนติ้วๆๆๆ และปักหมุดลงที่ท่าลี่-นาแห้ว จ.เลย….ไปท่าลี่หน้าร้อนนี่นะ เล่นเอาคนที่ได้ยินหลายคนแปลกใจ

แพห้วยกระทิงพร้อมอาหารกลางวัน

บักหนุ่ม-หลานชาย 1 ในก๊วน คนนี้ไม่มีปัญหาในการท่องเที่ยววัฒนธรรมเพราะเค้าเรียนมาทางนี้ ถึงกับออกปากว่า การมาท่องเที่ยวหน้าโลว์นี้ก็ได้ซึมซับหลายสิ่งๆหลายอย่าง อิป้าบอก...ป้าถึงชอบงัย บางครั้งถึงลามาเที่ยวในวันราชการ...ดังที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยโหมแคมเปญในปี 2559 ที่ว่า “ท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋ไม่เหมือนใคร

วันเดินทางเราออกจากบ้านสายหน่อย แวะกินอาหารเช้าในเมืองขอนแก่น และตั้งใจจะไปกินข้าวเที่ยงในแพห้วยกระทิงวันที่อากาศร้อน...คนในจังหวัดเลยแวะมาล่องแพกินอาหาร พักผ่อนและเล่นน้ำคลายร้อนกันมากทีเดียว

ไม่เลวเท่าไหร่นะ สำหรับฝนแรกแห่งปี ณ เดือนพฤษภาคม ที่เมืองเลยแห่งนี้ ต้นไม้หน้าแล้งเริ่มเขียวๆ ขึ้นมาบ้าง

เราใช้ชีวิตแบบคนเดินช้า...ขับรถฟังเพลง พูดคุย ถ่ายภาพ เดินไปช้อปของกินตลาดชาวบ้าน ขับรถชมถนนที่แทบจะไม่มีรถผ่าน เล่นกีตาร์ ตั้งวงสังสรรค์และละเลียดกับการเปลี่ยนที่นอน เรามีเวลามากมายในการมองหาพลังชีวิตที่จะมาเติมเต็มเส้นชีวิตที่เดินทางมายาวนาน ไม่รู้ว่ามีเสื่อม มีสึกหรอบ้างหรือไม่ และไม่เสียพลังในการแย่งอยู่แย่งกิน...เมื่อเข้าห้องพักเราจึงมีเวลาดูคลิปตลก อาบน้ำพอกหน้า เล่นกล้อง อ่านหนังสือ คุยและคุย พร้อมด้วยบริการหมอนวดพื้นบ้านที่มานวดให้ถึงโรงแรม (แจ้งที่ จนท.โรงแรม)

ห้องพักสวยๆ@เลอ บาร์ แทรี พร้อมอาหารเช้าที่อร่อยสุด อิ่มสุด

เลอ บาร์ แทรี (Le Bar Tarry Hotel) ตกเป็นที่พักของเราแต่เพียงผู้เดียว เนื่องจากเป็นโลว์ซีซั่น อัธยาศัยเจ้าของโรงแรมดีมาก เชียร์ให้เราไปซื้ออาหารมากินที่โรงแรมโดยยินดีให้ใช้ถ้วยจาน...และเมื่อกินเสร็จเราก็ไม่มีปัญหาในการไปล้างเก็บ The Story of Le Bar Tarry เลอ บาร์ แทรีมีเรื่องราวให้พูดคุย...บางคนอาจจะบอกว่า มีแค่นี้เหรอ...ดูในภาพเหมือนจะกว้างขวาง...เป็นโรงแรมหน้าแคบค่ะและยังอนุรักษ์บ้านเรือนและยุ้งข้าวไว้ในบริเวณเดียวกัน

ยามค่ำ@เลอ บาร์ แทรีที่เรายึดระเบียงด้านบนเปิดวงกีตาร์

ออกรอบหน้าแล้ง..ทุ่งหญ้ามีความสวยงาม นักท่องเที่ยวแบบถึกๆ ก็ไม่รังเกียจแดดและทุ่งหญ้า มันทำให้เราได้ภาพถ่ายแปลกตา จนมีคนบางคนตามรอยไปท่าลี่ เพื่อที่จะถ่ายภาพทุ่งหญ้า...แว่วเสียงจากโทรศัพท์...มันอยู่ไหนทุ่งหญ้าพี่อ่ะ...มันเป็นทางไปด่านหน่ะน้อง....เจอยัง

ทุ่งหญ้าและแสงแดด

ก่อนไปคิดว่าที่ท่าลี่จะมีร้านกาแฟชิคๆให้นั่งอ่านหนังสือ แต่ผิดคาด...ร้านกาแฟมีแต่ที่ชิคถูกใจจนจะเอาเวลามาจ่อมอยู่ไม่มี

ท่าลี่เป็นเมืองของการกิน-อยู่-คือ ใครรักการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมน่าจะชอบ สามารถไปทำบุญมีวัดหลายวัด ทั้งฝุ่งไทยและฝั่งลาว (บ้านแก่นท้าว) คนตื่นเช้าก็สามารถรอตักบาตรหน้าที่พักได้ ทุกมุมในเมืองสามารถมองเห็นพระยืนหรือพระมหามงคลไตรโลกนาถ ตั้งตระหง่านอยู่ริมแม่น้ำกลางเมืองได้

พระมหามงคลไตรโลกนาถ

ท่าลี่มีพระธาตุสัจจะที่ใครๆมาขอในสิ่งที่ต้องการและตั้งสัจจะในการปฏิบัติเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน ... อิป้าตั้งสัจจะว่าจะเป็นคนดี โดยแลกเปลี่ยนกับสิ่งดีๆที่ได้รับในชีวิต...ดูแล้วไม่ควรไปออกปากขอ...ทำดีได้ดีอยู่แล้วพระท่านว่า

พระธาตุสัจจะ

อีกวันเราไปอ.นาแห้ว...ประมาณ 84 กิโลเมตรบนเส้นทาง 2195 แต่ใช้เวลานาน ขับรถเลาะลำน้ำเหืองไปบนถนนสายสวยที่ดูเหงาๆ เพราะนานๆ จะมีรถสวนมาสักคัน สิ่งที่รบกวนความสงบของเราคือ เพลงจากเครื่องเสียงของรถ...และเสียงอุทาน เมื่อเห็นช้างจากฝั่งลาวลงมากินน้ำที่ลำน้ำเหือง...ตกลงมันช้างเลี้ยง หรือช้างป่าหว่า...ถ้าเป็นช้างป่า อื๋ยย์ น่าตื่นเต้น

นาแห้วเราแวะดูฮูปแต้ม...หรือภาพจิตรกรรมฝาผนังที่วัดโพธิ์ชัยหรือ วัดโพธิ์ชัยนาพึง ตั้งอยู่บ้านนาพึง ตำบลนาพึง อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย เป็นวัดเก่าแก่และสำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดเลย และอีสาน ที่วิหารทั้งภายนอกและภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง(ฮูปแต้ม) ฝีมือช่างพื้นถิ่นผสมกับภาคกลาง ส่วนหลังคาแป้นเกล็ดไม้ ถูกดูแลและอนุรักษ์ฯไว้เป็นอย่างดี

นาแห้วเป็นเมืองเงียบๆ ที่ทำให้เรากลัวอดข้าว คนต่างถิ่นอย่างเราเจอร้านอาหารเพียงร้านเดียวบนถนนสายหลัก ตอนแรกเราจอดดูท่าที แล้วขับต่อไปหาร้านอื่นดู สุดท้ายก็ต้องวนรถกลับมาทานร้านนี้ ที่เจ้าของร้านบอกเราว่า วันหยุดอย่างนี้มีร้านเธอร้านเดียวแหล่ะที่เปิด...และสั่งได้เฉพาะประเภทข้าว ส่วนก๋วยเตี๋ยวนั้นงด...เมนูอาหารที่เจ้าของร้านนำเสนอไม่ใช่อุปสรรคสำหรับเราเลย อร่อยยยยยย

ร้านอาหารแถวโค้งที่ว่าการอำเภอ นาแห้ว

ถนนสายสวย ระหว่างทางท่าลี่-นาแห้ว

วันกลับเราออกจากท่าลี่ค่อนข้างเช้า ไม่ลำบากเรื่องอาหารเช้าด้วยกินที่โรงแรม ฝากท้องมื้อเที่ยงกับร้านส้มตำพับเพียบ ในเมืองเลย...รสชาติสมค่ำร่ำลือและน้ำปั่นอร่อย...วันที่เราไปมีน้ำส้มกับน้ำมะนาว...

ส้มตำสารพัดตำที่ร้านพับเพียบในตัวเมืองเลย และกาแฟแกล้มเบอเกอรี่โฮมเมดที่ผานกเค้า

ระหว่าง 206 กม. จากเมืองเลยเข้าขอนแก่นนั้น...ใช้เวลานานอีกแล้ว เนื่องจากเราเจอพายุฤดูร้อน ฝนตกหนัก ลมพัดแรง มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น จนต้องแวะพักกินกาแฟที่ผานกเค้า...ผานกเค้าถึงจะเก่าจะแก่แต่เป็นแลนด์มาร์คที่คนใช้ถนนหลวงหมายเลข 201 ต้องแวะพักรถพักคน

ดอกไม้สีสันสดใสในหน้าแล้ง

ตื่นเช้าฟอกปอดและกิจกรรมแห่งบุญ

ฉันจบทริปด้วยความรู้สึกดี สนุกไหม...ไม่สนุก...วัยแบบนี้ความสนุกอาจไม่จำเป็น...แต่ท่าลี่...ดีไหม...ตอบอีกครั้งว่าดี...มีเสน่ห์...ลองไปแบบเบาๆ แล้วจะรู้

3 วัน 2 คืน ที่พัก Le Bar Tarry รวมอาหารเช้า (ข้าวต้ม ชากาแฟ ไข่กะทะ) เปิด 2 ห้อง เสริมเตียง 1 ห้อง(ค่าที่พัก 2,800)

เลอ บาร์ แทรรี่ โทร. 042-889442 หรือ 089-7102977

ระยะทางประมาณ 650 กิโลเมต042-889442 หรือ 089-7102977 ร ค่าน้ำมันประมาณ 2000 บาท (จ่ายให้ไอ้ขาวพาหนะคู่ใจในการไปขัดสีฉวีวรรณ 500 บาท)

ผู้ร่วมทริป 5 คน งบประมาณ 8,000 บาท ตกคนละ 1,600 บาท

ค่าอาหาร 5 มื้อ กาแฟทุกบ่าย 2,700 บาท

ที่ท่องเที่ยว : ล่องแพห้วยกระทิง ต.กกทอง อ.เมืองเลย จังหวัดเลย/ตลาดนัดด่านพรมแดนไทย-ลาวบ้านท่ากระเซ็ง/พระมหามงคลไตรโลกนาถ พระยืน@ท่าลี่/พระธาตุสัจจะ/ภาพจิตรกรรมฝาผนังที่วัดโพธิ์ชัย

แพห้วยกระทิง http://www.paiduaykan.com/province/Northeast/loie/...

ระหว่างทางท่าลี่-นาแห้ว (ถ่ายผ่านกระจกรถ) หน้าแล้งแบบนี้สนุกในการชมดอกหญ้าริมทางเริงระบำ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน โลกละไม-ใจมีสุข



ความเห็น (0)