เรื่องเล่าตำนาน "หมู่บ้านท่าขอนยาง"

"ตำนาน บ้านท่าขอนยาง" อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม

พระยาสุทัศน์เป็นเจ้าเมืองท่าขอนยาง (ปัจจุบันคือบ้านท่าขอนยาง อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม)มีภรรยาชื่อนางจันทรา อันว่าเมืองท่าขอนยางนั้น เป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์เพราะตั้งอยู่ริมฝั่งลำ น้ำชีประชาชนมีความรักใคร่สามัคคี มีความสนุกสนานในฤดูมีงานประเพณี ต่างๆ พระยาสุทัศน์ กับนางจันทรา มีลูกสาวคนหนึ่งชื่อนางคำบางเนื่องจากเป็นลูกสาวคนเดียว จึงทำให้พ่อแม่รักมาก ได้สรรหาสิ่งต่าง ๆมาให้เล่น และให้เป็นเพื่อนในสิ่งของที่พระยาสุทัศน์หามาให้นางคำบางเล่นเป็นเพื่อน นั้น มีสิ่งหนึ่งคือ จระเข้ได้เอามาเลี้ยงเป็นเพื่อนตั้งแต่ยังเล็ก ๆ โดยเลี้ยงไว้ที่ลำน้ำชีหน้าจวนของเจ้าเมือง เจ้าเมืองได้ตั้งชื่อจระเข้ตัวนี้ว่า ” ฉันท์ “แต่ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า ” บักเฮ้า ” นางคำบางมีความสนิทสนมกับบักเฮ้ามาก และเคยเล่นกันมาตั้งแต่เด็กๆ เวลา จะลงอาบน้ำ นางก็มักจะขี่หลังบักเฮ้าลงไปเป็นประจำ เนื่องจากบักเฮ้าได้รับการเลี้ยงดู มาเป็นอย่างดี และอยู่กับคนมานานทำให้มันเกิดความรู้จักสิ่งต่าง ๆ เช่นรู้จักรัก รู้จักกลัว รู้จักงานและรู้จักอื่น ๆ ตามวิสัยของสัตว์ จนกระทั่งนางคำบางมีอายุได้ 17-18 ปี เป็นสาวเต็มตัวและมีความสวยงามมาก สมกับเป็นลูกสาวของเจ้าเมืองฝ่ายบักเฮ้านั้น ร่างกายของมันก็ใหญ่โตขึ้นมาก ตามอายุ มีความยาววัดจากหัวถึงหาได้ 12 เมตร หรือ 24 ศอก อ้าปากได้กว้าง 2 วา หรือ 8ศอก วันหนึ่งเวลาพระตีกองแลง (ประมาณบ่าย 4 โมง ) นางคำบางได้ลงไปอาบน้ำในลำชีโดยขี่หลังบักเฮ้าเหมือนกับที่เคยขี่ ทุกครั้ง บักเฮ้าได้พานางคำบางลอยเล่นไปตามที่ต่าง ๆ ในลำน้ำได้รับความสนุกเพลิดเพลิน ทั้งบักเฮ้าและนางคำบาง ขณะที่สนุกสนานอยู่นั้น ได้มีจระเข้ตัวหนึ่ง ชื่อว่าบักนนท์อันว่าบักนนท์นี้ เป็นจระเข้ป่า คือไม่มีใครเลี้ยง อาศัยอยู่ในลำน้ำชีมีความใหญ่โตพอๆ กับบักเฮ้า เป็นจระเข้ที่เกเร ชอบไล่ฟาดกินคนและสัตว์เลี้ยงอยู่เนืองๆ เมื่อบักนนท์มองเห็นคนขี่หลังบัก เฮ้า มันจึงรี่เข้ามาหมายจะใช้หางฟาดและงับกินเป็นอาหาร จึงได้เกิดการต่อสู้กัน ระหว่างบักเฮ้ากับบักนนท์ เนื่องจากเป็นจระเข้ขนาดใหญ่ทั้งสองตัว การ ต่อสู้จึงเป็นไปอย่างรุนแรง ฉกาจฉกรรจ์ ท้องน้ำบริเวณต่อสู้กันปั่นป่วนคลื่นกระแทกฝั่งชีเป็นระลอก ๆ บักเฮ้าเห็นว่าการต่อสู้ครั้งนี้หนักมากประกอบกับมีความพะวักพะวง กลัวนางคำบางจะตกจากหลังแล้วถูกบักนนท์คาบไปกิน จึงได้ถอยผละออกจากการ ต่อสู้ชั่วคราวพร้อมกับคาบนางคำบางไว้ในปาก บักนนท์ เมื่อเห็นบักเฮ้าผละหนีจึงได้ตรงรี่เข้าไปไล่คาบบักเฮ้าเป็นการใหญ่ บัก เฮ้าจึงได้หันกลับไปต่อสู้อีกครั้งหนึ่ง และหลงกลืนนางคำบางลงไปใน ท้อง การต่อสู้จึงลงเอยด้วยชัยชนะของบักเฮ้า โดยบักนนท์ได้หลีกหนีไป พร้อมด้วยบาดแผลเหวอะหวะทั้งตัว ฝ่ายบักเฮ้าเมื่อได้รับชัยฃนะแล้วจะพานางคำบางกลับท่าก็เป็นเวลาค่ำ แล้ว ซ้ำมองหานางที่เคยขี่อยู่บนหลังก็ไม่เห็น และมองดูบนฝั่งเห็นเจ้าเมืองและคนอื่น ๆ มองดูอยู่เต็มฝั่งจึงได้คิดทบทวนเหตุการณ์ดู จึงได้รู้ว่าตนเองได้กลืนนาง คำบางลงไปในท้องแล้ว ถ้าจะเลยไปท่าน้ำก็กลัวเจ้าเมืองจะจับฆ่าและถ้าจะอาศัยอยู่ที่นี่ก็กลัวหมอ จระเข้ของพระยาสุทัศน์ จะทำร้ายเพราะโทษในครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก จำเป็นต้องหนีไปให้ไกลที่สุด

...ดิฉันได้รู้ที่ไปที่มาและตำนานของหมู่บ้านตนเอง แม่ดิฉันเป็นคนท่าขอนยางแต่กำเนิดดิฉันย้ายมาอยู่ท่าขอนยางได้15ปีแล้ว บ้านท่าขอนยางเป็นหมู่บ้านที่พูดภาษาญ้อตัวดิฉันเองพูดและฟังได้เป็นบ้างคำ ดิฉันชอบภาษาญ้อกล้าพูดให้เพื่อนๆหรือคนอื่นๆฟังดิฉันคิดว่าภาษาญ้อเป็นภาษาที่แปลกฟังแล้วสบายหูดีค่ะ เด็กรุ่นใหม่ไม่ค่อยพูดภาษาญ้อกันมากเท่าไหร่นักมีแต่พวกผู้เฒ่าผู้แก่ที่ยังพอพูดกันอยู่บ้าง

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://thakhonyang.wordpress.com/2012/06/04/%E0%B...


ที่มาของรูปภาพ https://www.google.co.th/search?q=%E0%B8%A3%E0%B8%...


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน กัญญาณัฐ



ความเห็น (4)

เขียนเมื่อ 

กำลังอ่านเพลินเลยครับ จบแล้ว.... หากบอกที่มาอ้างอิง หรือเล่าให้ฟังด้วยว่าผู้เขียนได้เรียนรู้เรื่องนี้มาอย่างไร หรือหากผู้อ่านสนใจสามารถไปค้นต่อได้ที่ใด. จะดีมากๆครั

ขอบคุณคำติชมดีๆค่ะ แก้ไขเพิ่มเติมแล้วนะค่ะดีไม่ดีอย่างไรบอกได้นะค่ะ ^^

เขียนเมื่อ 
เขียนเมื่อ