ศรัทธา ความเชื่อ

บั้งไฟพญานาค

“สิ่งยืนยันความมีอยู่จริงของนาค และความศักดิ์สิทธิ์ รวมทั้ง ความเป็น สิริมงคลแห่งสายน้ำโขง สำหรับชาวบ้านท้องถิ่นของสองฝั่งโขง ถึงวันนี้แล้ว ความศรัทธายึดมั่นในสายน้ำยังคงไม่เปลี่ยนแปลง”

บั้งไฟพญานาค พุ่งขึ้นกลางลำน้ำโขง ที่อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคายความศรัทธาของผู้เฒ่า ผู้แก่ อีกทั้งลูกหลานชนชาติไทย - ลาว ของทั้งสองฝั่งโขง ที่มีต่อแม่น้ำต่อพญานาค ยังคงเป็นเช่นเดิม คือ ทุกครั้ง เมื่อถึงวันออกพรรษา เมื่อบั้งไฟพญานาค ถึงกำหนดที่จะมาอวด สายตาต่อผู้ชมที่ริมฝั่งโขง ผู้เฒ่า ผู้แก่ พร้อมทั้งชาวบ้านจะเตรียมข้าวตอก ดอกไม้ มาสักการะแม่น้ำโขง รวมทั้งบั้งไฟพญานาคด้วย เพราะความเชื่อ ของท้องถิ่นที่เชื่อว่า บั้งไฟพญานาค คือการสักการะพระพุทธเจ้า ของเหล่า นาคาใต้แม่น้ำโขง เขามากราบไหว้ด้วยจิตใจนบนอบศรัทธา และเขา เชื่อว่า นี่เป็นสิริมงคลแก่ตัวเขาเอง

สังคมยุคใหม่ตามลำน้ำโขง ปัจจุบันเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยว หลายคน ต้องการไปพิสูจน์ หลายคนก็นึกว่า เป็นเพียงสัตว์ในนิยาย ท้าทายบ้าง อยากรู้ อยากเห็นบ้าง และอีกหลายเหตุผลที่ชักชวนกันไป แต่จะเพื่ออะไรก็ตาม ขอให้ท่าน รับรู้ไว้ว่า ลำน้ำโขง จึงไม่ได้เป็นเพียงแม่น้ำที่มีความสำคัญทางกายภาพ เพียงอย่างเดียว หากยังมีความสำคัญทางจิตวิญญาณต่อชนบทท้องถิ่น และผู้คนที่มี ความเชื่อในพญานาค เมื่อสายน้ำโขง ยังคงใสสะอาด ความศักดิ์สิทธิ์ของพญานาค เป็นสิ่งค้ำชูลำน้ำโขง เป็นสายธารแห่งธรรม และพญานาค ก็ยังคงความเป็นอยู่ได้ ด้วยอำนาจแห่งสายพระธรรม ขณะเดียวกัน ก็เป็นผู้คอยดูแลรักษาพระธรรมนั้น ให้ทรงความบริสุทธิศักดิ์สิทธิ์สืบไป

ความเชื่อของชาวลุ่มน้ำโขง ว่าในแม่น้ำโขงมีเทพอาศัยอยู่ และบ่อยครั้ง ที่ชาวลุ่มน้ำโขง ต้องเสียชีวิตลงในระหว่างการเดินทางน้ำ และเชื่อว่า เขากระทำ ความผิดต่อเพทแห่งสายน้ำ หรือเจ้าแม่สองนาง คือ งู 1 คู่ ตามริมฝั่งแม่น้ำโขง ได้มีการสร้างหอเจ้าแม่สองนางเอาไว้ เพื่อเซ่นไหว้เจ้าแม่ก่อน เพื่อความเป็นสิริมงคล ไม่ให้ประสบอันตรายในการเดินทาง ศาลเจ้าแม่สองนาง อยู่เลียบริมฝั่งแม่น้ำโขง ที่่อำเภอเมือง อำเภอโพนพิสัย และอำเภอบึงกาฬ จังหวัดหนองคาย

สมัยพระพุทธเจ้าเสด็จมาโปรดสัตว์ มีพญานาคชื่อ มะรินทนา (คงเป็นเรื่อง แต่งขึ้นภายหลัง หรือมีจริงเราก็พิสูจน์ไม่ได้ แต่ก็ไม่มีผลอะไรกับชีวิตเรา หากเรา ทำแต่ความดี) นาคอาศัยอยู่ในแม่น้ำโขง เดิมทีมีความโหดร้ายมาก แต่ครั้นเมื่อ พระพุทธเจ้าเสด็จมาโปรด เกิดความเลื่อมใส คิดจะบวชเป็นพระภิกษุ ใต้ร่มกาสาว- พัตร์ แต่ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากเป็น (เทวดา) สัตว์เดรัจฉาน จึงปวารณาตนเอง เป็นพุทธมามกะ ทั้งยังทูลขอให้พระพุทธเจ้าประทับรอยพระบาทไว้ที่ วัดพระบาทโนสัน (อยู่ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว) และครั้งเมื่อ พระสมณะโคดมพุทธเจ้า เสด็จไปโปรดพระนางสิริมหามายา พุทธมารดา ณ สวรรค์ ชั้นดาวดึงส์ (ความจริง พระมารดาไปเกิดเป็นเทพชั้นดุสิต แต่พระพุทธองค์ อยากจะโปรดเทวดาชั้นต่ำด้วย เทวดาชั้นต่ำไม่สามารถไปสู่สวรรค์ชั้นสูงกว่าได้ แต่เทวดาชั้นสูงสามารถลงมาชั้นต่ำได้ พระองค์จึงเสด็จไปเพียงชั้นดาวดึงส์) เมื่อคราวเสด็จลงมาทางบันไดนาคทั้งสาม ตรงกับวันออกพรรษา พุทธศาสนิกชน ต่างก็เฉลิมฉลองด้วย จึงเห็นบั้งไฟพญานาคขึ้นในวันออกพรรษา แต่หากเป็นปี ที่มีแปดสองหน (อธิกสุรทิน) คือ บั้งไฟพญานาคจะไปขึ้นในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ซึ่งตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ ของลาว

แม่โขง สายน้ำแห่งเส้นชีวิตใหญ่ของหลายประเทศ แถบเอเชียตะวันออก และตะวันออกเฉียงใต้ มีความยาว เป็นระยะทางกว่า 4,000 กิโลเมตร มีต้นกำเนิด จากตอนใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีน (จีนแผ่นดินใหญ่) ผ่านสา่ธารณรับสังคมนิยม สหภาพพม่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ราชอาณาจักรไทย สาธารณรัฐเวียดนาม แล้วไหลลงสู่ ทะเลจีนใต้ ในท่ามกลางหนทางยาวไกล และมีจุดเดียว เท่านั้น ที่ปรากฏมหัศจรรย์ขึ้น ปรากฏการณ์ ที่สืบเนื่อง ยาวนานมากว่าศตวรรษ เป็นปรากฏการณ์ ที่วิธีการทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ไม่อาจชี้ชัด หรือพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงใด ๆ ได้เลย ได้แต่สันนิษฐาน กันตามหลักการต่าง ๆ ที่ตนเล่าเรียนมา ซึ่งก็ไม่ได้ ลงไปสำรวจกันจริง ๆ จัง ๆ เหมือนฝรั่งเขาทำ ให้ประชาชนหายกังขา

เมื่อถึงคืนออกพรรษาในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ของตลอดระยะเวลาร้อยยี่สิบกว่าปีมา ในช่วงจังหวัด หนองคาย เฉพาะในเขตอำเภอโพนพิสัย กิ่งอำเภอ รัตนวาปี และแก่งอาฮง อำเภอบึงกาฬ จะเป็นแห่งเดียว ที่มีปรากฏการณ์ลูกไฟพุ่งขึ้นจากแม่น้ำโขงสูงถึง 200 เมตร

“เป็นลูกไฟสีแดงอมชมพู

พุ่งขึ้นจากระดับผิวน้ำ

ขึ้นสู่อากาศเป็นแนวตรง ไม่โค้งตก และดับกลาง อากาศ

ไม่มีเสียง ไม่มีประกาย ไม่มีควัน

หากเกิดใกล้ฝั่ง จะเบนออกกลางโขงเล็กน้อย

แต่หากเกิดกลางโขง จะเบนเข้าหาฝั่ง

จะเกิดหลายจุด และเปลี่ยนจุดไปเรื่อย ๆ ไม่คงที่”

ทัศนคติของผู้เขียน

"บั้งไฟพญานาค เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างรูปธรรมและนามธรรม

จากความเชื่อ ความศรัทธา ต่อพระพุทธศาสนา กับสายน้ำมหานทีแม่น้ำโขง

ก็เปรียบเสมือนสายน้ำแห่งชีวิต เป็นสิ่งที่เป็นคติร่วมกัน

ของวิถีชีวิตสังคมในเขตนี้ ไม่ใช่สิ่งที่งมงาย แต่เป็นความเชื่อ และศรัทธา

อย่างแรงกล้า ทำให้เกิดจารีต ประเพณี พิธีกรรมที่งดงาม

ไม่มีใครที่จะพิสูจน์ได้ว่ามีเท็จจริงประการใด นอกจากอริยบุคคล

และผมเชื่อว่า ความเชื่อตรงนี้จะเป็นสิ่งที่บำรุงรักษาอนุรักษ์ไว้ซึ่งประเพณีอันดีงาม"

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน แผนที่ชีวิต



ความเห็น (0)