๑๘๙. วิทยากร..๖..ข้อ..พอเพียง

การตอบคำถามของครูและนักเรียน..ควรตอบเท่าที่มีความรู้และมีประสบการณ์ อย่าได้พยายามเบี่ยงเบนประเด็น อย่าต่อเติมเสริมแต่งคำพูด ในสิ่งที่ไม่เคยมี ไม่เคยทำ ถ้าไม่แน่ใจ กรรมการจะเสริมให้ เพื่อให้เกิดองค์ความรู้ที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น

เป็นประจำแทบจะทุกปี ..ในช่วงเวลานี้..ก็จะมีหนังสือขอความอนุเคราะห์มาที่โรงเรียน..เพื่อขอศึกษาดูงาน ในหนังสือราชการและการประสานงานทางโทรศัพท์ ก็จะบอกว่า..เนื่องจากทางโรงเรียน..จะดำเนินการเตรียมความพร้อมเพื่อรับการประเมินสถานศึกษาพอเพียง ในปีการศึกษา ๒๕๕๙..เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างความรู้ ความเข้าใจ ในการเตรียมความพร้อม รับการประเมินสถานศึกษาพอเพียง ให้กับบุคลากรของโรงเรียน.....

ในการนี้..โรงเรียน...จึงขอความอนุเคราะห์ท่าน ..เพื่อศึกษาดูงานและขอคำชี้แนะในการเตรียมงานให้กับบุคลากรของโรงเรียน ..จะได้นำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง..ในวันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๕๙ ....

ก็ถือว่า..โรงเรียนที่จะมาในวันพรุ่งนี้..มีแผนการ..ที่จะเตรียมการรองรับการประเมินแต่เนิ่นๆ เพื่อให้เกิดความพร้อมมากที่สุด..

ก่อนจะเดินทางมา ก็ต้องพูดคุย ให้เข้าใจตรงกันก่อนว่า..เอกสารของผมมีน้อย..เพราะที่โรงเรียนเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ที่เน้นการปฏิบัติจริง..ในส่วนของสถานที่ แหล่งเรียนรู้ และสิ่งแวดล้อม ก็ยังไม่ค่อยจะลงตัวมากนัก เนื่องจาก เพิ่งเปิดเรียนได้เพียง ๓ สัปดาห์ เล้าไก่ บ่อปลา และโรงเห็ด ก็อยู่ระหว่างการซ่อมแซม บอกไว้เสียก่อน เกรงว่ามาแล้วจะผิดหวัง..

พอดี..ผู้บริหารโรงเรียน..ที่จะมา เข้าใจดีว่า..เอกสาร ที่เป็นแผนการจัดการเรียนรู้และเครื่องมือวัด ประเมินผล นั้น เขาพอหาได้ และเข้าใจด้วยว่า..กิจกรรมทางการเกษตรต่างๆ ทั้ง เล้าไก่ บ่อปลา และโรงเห็ด..เป็นเพียงองค์ประกอบย่อยเท่านั้น...เขาเองก็มี

งั้นก็ดีเลย..เมื่อเป็นดั่งนี้ ก็แสดงว่า อยากฟังบรรยาย เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ผมก็จะจัดให้ ว่าแล้ว ผมก็เลยเตรียมตัวว่า..จะนำเสนอหัวข้อกิจกรรมหลักๆ เพื่อให้คณะครูที่จะมาได้รับฟังและนำไปเตรียมการ..ในส่วนที่เกี่ยวข้องเท่านั้น

ผมจดบันทึก...ลำดับหัวข้อที่จะพูดพรุ่งนี้..ดังนี้

๑. เปิดงาน..การต้อนรับให้ประทับใจคณะกรรมการ ฯ..ให้นักเรียนแสดงออก ด้านศิลปวัฒนธรรม ร้อง รำ ทำเพลง จากเนื้อหาบทเรียนในชีวิตประจำวัน ไม่ต้องเยอะ แต่ดูแล้วมีคุณค่าต่อจิตใจ เป็นการส่งเสริมและอนุรักษ์ ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีไทย..ตามบริบทของโรงเรียนและชุมชนท้องถิ่น

๒ การจัดสถานที่..แสดงนิทรรศการทางวิชาการ ผลงานครูและนักเรียน..ควรจัดบรรยากาศให้ดูสว่าง สดใส น่าสนใจ เป็นระเบียบเรียบร้อย ผลงานมากน้อยไม่สำคัญ แต่ชิ้นงานต้องบอกได้ว่าได้ทำจริงและเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมการเรียนการสอน..ที่ทำมาแล้วอย่างต่อเนื่อง..

๓ การตอบคำถามของครูและนักเรียน..ควรตอบเท่าที่มีความรู้และมีประสบการณ์ อย่าได้พยายามเบี่ยงเบนประเด็น อย่าต่อเติมเสริมแต่งคำพูด ในสิ่งที่ไม่เคยมี ไม่เคยทำ ถ้าไม่แน่ใจ กรรมการจะเสริมให้ เพื่อให้เกิดองค์ความรู้ที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น(ครู..ไม่ต้องช่วยตอบ...นักเรียนขึ้นเวที..ควรให้เขาชกเอง ครู เป็นพี่เลี้ยง ดูอยู่ห่างๆ)

๔.การนำเสนอผลงานโรงเรียน ผลงานผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมต่างๆ ควรมีเอกสารประกอบ เพื่อให้คณะกรรมการฯได้มีเวลาศึกษาและนำกลับไปเป็นองค์ประกอบในการประเมิน..ในภายหลัง ผลงานบางอย่าง..มาจัดวางไม่ได้ ก็ให้กรรมการฯได้มองเห็นภาพ จากป้ายนิเทศ...

๕.ครูและนักเรียน ควรศึกษาปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้เข้าใจถ่องแท้ ในแง่ของการประยุกต์ใช้ นอกจากจะบูรณาการในกิจกรรมการเรียนการสอนแล้ว ควรบอกได้ว่า สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างไร...กรรมการจะไม่ถามว่า ๓ ห่วง ๒ เงื่อนไข มีอะไรบ้าง หรือ จะไม่ถามว่า ภูมิคุ้มกัน คืออะไร แต่อาจจะยกกรณีตัวอย่าง ให้ครูและนักเรียน คิด วิเคราะห์..เช่น ถามว่า ทำเรื่องอะไร ทำอย่างไร...ทำแล้วได้อะไร...

๖.โรงเรียนที่จะเป็นสถานศึกษาต้นแบบพอเพียง..ก็ควรจะน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาปฏิบัติอย่างจริงจัง ...ควรมีป้ายนิเทศ คำขวัญ พระบรมราโชวาท สำรวจดูว่า มีอยู่ในอาคารสถานที่บ้างไหม..ที่ติดตั้งหรือแสดงไว้ เพื่อเป็นการปลุกจิตสำนึก..ครูและนักเรียน

ผมคิดว่า เพียงแค่ ๖ หัวข้อนี้..ผมก็สามารถอธิบาย ขยายความ และพูดได้ถึง ๒ ชั่วโมง ครับ

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๒ มิถุนายน ๒๕๕๙


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บ้านหนองผือ...สถานศึกษาพอเพียง



ความเห็น (0)