Charismatic Marketing : TZU CHI FOUNDATION CASE STUDY


หมายเหตุผู้เขียน : เห็นหลายท่านสนใจ มูลนิธิฉือจี้ -อาศัยเพียงหลักพรหมวิหาร 4 ก็สั่นสะเทือนโลกได้

ผู้เขียนเคยไปดูมาและกลับมาแล้วได้สรุปเป็นบทความไว้ 2 ตอน สนใจลองอ่านดูได้ครับ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------

โลกธุรกิจและการตลาดมีการพลิกโฉมและเปลี่ยนแปลงสูงและรวดเร็วกว่าแต่ก่อน นับตั้งแต่การเริ่มเข้าสู่เวบ 2.0 ด้วยโมเดลธุรกิจ (Business Model) ซึ่งแตกต่างไปจากเวบ 1.0

Social Network vs Social Volunteer

ขณะที่นักกลยุทธธุรกิจและนักการตลาดได้ทันทิศทางมาใช้วิธีการตลาดสมัยใหม่ผ่าน Hi5, My Space, Facebook, Flickr และ Twitter รวมถึง Covergence Technology ใหม่ๆ ในอนาคต เช่น Google Wave

ผู้เขียนได้หยิบกรณีของมูลนิธิฉือจี้ (TSU CHI FOUNDATION) ในประเทศไต้หวันมาเป็นกรณีศึกษาทางการตลาดที่ผู้เขียนเรียกว่า “Charismatic Marketing” หรือ “การตลาดแผ่บารมี” มีที่มาจากหลายๆ ปัจจัยด้วยกันที่เป็นพื้นฐานหลักสำคัญของ Social Network-เครือข่ายทางสังคมที่กลายเป็นเครื่องมือทางการตลาดยอดนิยมในปัจจุบันกับการใช้คุณลักษณะบารมี (Charisma) ของผู้นำมูลนิธิในการสร้างองค์กรเครือข่ายทางสังคมจนประสบความสำเร็จอย่างไร้ขีดจำกัด

ทำให้ผู้เขียนสนใจที่จะสังเคราะห์รูปแบบการตลาดแผ่บารมี (Charismatic Marketing) ขึ้นมา (อ่าน ฉบับสมบูรณ์ ทั้ง 2 ตอนได้ข้างล่างครับ)

ตอนที่ 1 Charismatic Marketing : TZU CHI FOUNDATION CASE STUDY

ตอนที่ 2 Charismatic Marketing (2) หลักพรหมวิหาร 4

หมายเลขบันทึก: 607593เขียนเมื่อ 31 พฤษภาคม 2016 15:37 น. ()แก้ไขเมื่อ 31 พฤษภาคม 2016 15:37 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

สงวนลิขสิทธิ์ © 2005-2021 บจก. ปิยะวัฒนา และผู้เขียนเนื้อหาทุกท่าน
ขอแนะนำ ClassStart ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี