วันที่ 9 วันที่นักเรียนกางเกงขาด (27 พฤษภาคม 2559)

วันนี้ฉันตื่นเช้าไปโรงเรียนตามปกติ เช้านี้ฉันกับนักเรียนในห้องเรียนประมาน 4 - 5 คน ไปช่วยกันตรวจนับหนังสือเรียนและแบบฝึกหัดวิชาภาษาอังกฤษ และแบกหนังสือมาให้เพื่อน ๆ ในห้อง จากนั้นก็ไปช่วยสอนวิชาคณิตศาสตร์ชั้น ป.4/2 เด็ก ๆ ห้องนี้ค่อนข้างน่ารัก มีนักเรียนผู้ชายคนหนึ่งเรียนไม่ค่อยเก่ง แต่ตั้งใจทำแบบฝึกหัดมาก ฉันก็ช่วยแนะนำให้เขาสามารถเข้าใจได้ง่ายขึ้น ในขณะที่นักเรียนบางคนก็ไม่สนใจและไม่ทำงานเหมือนเดิม เมื่อหมดคาบเรียนฉันก็มานั่งตรวจการบ้าน ตั้งแต่ตรวจการบ้านวิชาคณิตมา พบว่านักเรียนบางคนเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก อ่านยากมาก อาจจะเป็นเพราะเขียนติดกันมากเกินไป ต้องใช้เวลาตรวจนานมาก ถึงมากที่สุด จนบางครั้งครูเองก็สับสนและเวียนหัวมากค่ะ หลังจากนั้นไม่นานก็ได้เวลาไปตักอาหารให้นักเรียนพร้อมกับนักเรียนที่เป็นเวรประจำวัน อาหารวันนี้เป็นราดหน้า ในขณะที่ไปยกหม้อราดหน้ามา ในใจก็คิดว่าคงต้องรอเส้นราดหน้า ฉันกับเพื่อนฝึกสอนก็รอสักพัก เห็นครูห้องอื่นเขาตักกัน ก็เกิดอาการ งง ค่ะ จึงลองใช้ทัพพี ตักดูในหม้อ อ้าว!!! มีเส้นอยู่ในหม้อแล้ว แล้วเรารออะไร 55555 เที่ยงนี้มีหน้าที่พิเศษเพิ่มอีกหนึ่งอย่างคือ เวรประจำวันห้องอาหารค่ะ เวรวันนี้มีทั้งหมด 4 คน จะต้องมีคนไปคุมนักเรียนเข้าแถวด้านล่าง 2 คนและข้างบนอีก 2 คน เพื่อคุมนักเรียนเดินเข้าห้องอาหาร เมื่อนักเรียนทานข้าวอิ่มแล้วครูเวรก็ต้องไปตรวจดูว่านักเรียนทานข้าวหมดหรือไม่ เมื่อนักเรียนออกจากห้องอาหารหมดแล้วครูจึงจะรับประทานอาหารได้

หลังจากทานอาหารเสร็จก็กลับไปตรวจการบ้านต่อ ถือว่าเป็นงานที่ค่อนข้างละเอียดและพลาดไม่ได้เลย เมื่อพบว่านักเรียนเขียนผิดบางข้อก็ต้องแก้ไขให้ แต่หากพบว่านักเรียนทำผิดเกือบทุกข้อเเสดงว่านักเรียนเกิดความเข้าใจผิดและต้องอธิบายซ้ำอีกครั้งหนึ่ง บ่ายวันนี้มีกิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ ครูให้นักเรียนซ้อมบทไหว้ครูและเพลงพระคุณที่สาม มีเด็กนักเรียนคนหนึ่งไม่ยอมร้องเพลง ไม่ให้ความร่วมมืออะไรเลย นั่งหลับทั้ง ทุก ๆ วิชา ฉันจึงเรียกให้เขาเดินมาหาและถามว่าทำไมไม่ร้องเพลง นักเรียนตอบว่าผมร้องได้แล้ว ผมไม่อยากร้องแล้ว จึงถึงถามต่อว่า แล้วอยากทำอะไร ในขณะนั้นฉันนึกขึ้นได้ว่าเด็กคนนี้คือคนที่อ่านหนังสือไม่ได้ (ซึ่งเป็นเป้าหมายหนึ่งในงานวิจัยในชั้นเรียนของฉัน) ฉันจึงถามว่า งั้นมาฝึกอ่านกันไหม เขาก็ดีใจและทำหน้าตื่นเต้นมาก ฉันให้เขาเลือกอ่านหนังสือหน้าไหนก็ได้ แล้วก็อ่านให้ฉันฟัง ก่อนอ่านเขาบอกว่า ครูครับผมอ่านช้าหน่อยนะ ฉันตอบกลับไปว่า ไม่เป็นไร ครูอยากได้ยินผมอ่าน สักพักเขาก็อ่านหนังสือ บางคำก็อ่านได้ บางคำก็ใช้เวลานานกว่าจะอ่านได้ และบางคำก็อ่านไม่ได้เลย จากนั้นฉันจึงใช้แทปแลตของฉันหาแบบฝึกหัดการอ่าน เริ่มที่แม่ ก กา ให้เขาลองอ่าน เขาดูชอบมากและตั้งใจอ่านมาก เพราะมีรูปภาพประกอบด้วย (หรือนี่อาจนำมาใช้เป็นเครื่องมือในงานวิจัยก็ได้ 5555) เขาอ่านได้ มาตราแม่ ก กา เขาสามารถทำได้ถึงจะใช้เวลานิดหน่อย แต่เขาก็อ่านได้ ฉันดีใจที่เขาชอบและฉันบอกเขาไปว่า หาเวลาว่างมาอ่านให้ครูฟังอีกนะ เขายิ้มและตอบกลับมาว่า ครับ แล้วก็เดินออกไป นักเรียนคนนี้เป็นคนที่ค่อนข้างมีปัญญามากที่สุดคนหนึ่งของห้อง ครูบอกว่าเขาอ่านไม่ได้เพราะเขาไม่พยายามจะอ่าน หรือแม้แต่จะออกเสียง แต่เมื่อฉันให้ดูขาสามารถอ่านได้ ซึ่งฉันภูมิใจมาก ๆ

ก่อนกลับบ้านฉันคุมนักเรียนที่เป็นเวรทำความสะอาดห้องเรียนทำเวรตามปรกติ ซึ่งในขณะที่ทำเวรทุก ๆ วันฉันจะให้นักเรียนเดินเก็บดินสอที่ตกอยู๋ตามพื้น และพบว่าในแต่ละวันมีดินสอที่ตกอยู่มากกว่า 10 แท่ง ซึ่งตอนนี้ตะกร้าดินสอบนโต๊ะฉันเต็มไปด้วยดินสอ ซึ่งหากนักเรียนลืมเอาดินสอมาหรือดินสอหายก็จะมาขอใช้ดินสอนั้น ก็ใช้วนกันไปนะคะ ดีกว่าต้องทิ้งขยะ หลังจากนักเรียนกลับบ้านเกือบทั้งหมดแล้ว ฉันก็เตรียมตัวจะกลับบ้านแล้วและมีนักเรียนคนหนึ่งเดินมากับครูประจำชั้นอีกคนหนึ่งที่อยู่ห้องเดียวกับฉัน จากการสอบถามก็พบว่าเด็กชายคนนี้กำลังจะเตะเพื่อน แต่ด้วยความที่ตัวใหญ่ทำให้กางเกงขาด ซึ่งครูจะเย็บให้แต่หาเข็มไม่เจอ เจอแต่ด้าย ให้นักเรียนถอดกางเกงมา เด็กคนนั้นยิ่้มด้วยความเขินอาย จนในที่สุดก็ยอมถอดกางเกงให้ครู และทำให้เห็นว่ากางเกงขาดเป็นรูกว้างขนาดใหญ่มาก ต้องเย็บอย่างเดียว ซึ่งปัญหาตอนนั้นคือไม่มีเข็ม นั่นเอง ครู ฉัน และเพื่อนฝึกสอนก็ช่วยกันคิดอยู่นาน นักเรียนคนนั้นก้ยินอายบิดตัวไปมา ฉันเห็นผ้าผืนหนึ่งเลยยื่นผ้าให้เพื่อเอาไปคลุมขา และสุดท้ายฉันและเพื่อนฝึกสอนก็นำกางเกงตัวนั้นไปขอร้านเย็บผ้าชุดพื้นเมืองที่วางขายหน้าโรงเรียนเย็บให้ คุณลุงใจดีมาก ไม่เก็บเงินและเย็บให้อย่างดีเลย ขอบคุณนะคะ ขอบคุณแทนนักเรียนของหนู จากนั้นก็เดินกลับขึ้นไปที่ห้องเรียนด้วยความเหนื่อย และนำกางเกงมาให้นักเรียนตัวแสบประจำห้อง หวังว่าจะไม่ดื้อ ไม่ซนนะคะ

และนี่คือภาพกางเกงเจ้าปัญหาของนักเรียนตัวแสบ

" วันนี้ได้เรียนรู้ว่าอาชีพครู ต้องทำได้ทำได้ทุกอย่าง ต้องสามารถแก้ไขปัญหาได้ "

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกการฝึกสอนของนางสาวจิราภรณ์ ยาวิชัย...(ภาคเรียนที่ 1/2559)



ความเห็น (0)