เด็กไม่ส่งการบ้าน (25 พฤษภาคม 2559)

พิชญา
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

วันนี้สอนคณิตศาสตร์และภาษาไทยในภาคเช้า คณิตศาสตร์วันนี้ใช้Power Point เป็นสื่อ ซึ่งจากการสังเกตดูแล้ว สื่ออิเล็คทรอนิกเด็กจะให้ความสนใจและที่สำคัญคือเด็กสามารถมองเห็นได้ทั้งห้อง ดีกว่าสื่อที่เป็นบัตรภาพ บัตรคำ เพราะหากขนาดไม่ใหญ่จริงๆ เด็กจะมองเห็นไม่ทั่วกัน

ในวิชาภาษาไทยก็เช่นกัน การสอนวรรณคดีลำนำวันนี้ สอนเด็กอ่านเรื่องเจ้าเนื้ออ่อนเอย แล้วก็เปิดวิดีโอประกอบการร้องเพลงกล่อมเจ้าเนื้ออ่อนเอย ตอนแรกนึกว่าเด็กจะต้องเบื่อและไม่สนใจ แต่ไม่ลองก็ไม่รู้ คิดว่าหากครั้งนี้เด็กเบื่อครั้งหน้าจะได้ไม่เอามาเปิดอีก แต่พอเปิดให้ฟัง เด็กกลับนั่งดู คงเป็นเพราะมันมีรูปประกอบและมีเนื้อร้องตรงกับที่เด็กได้อ่านมา

จากการตรวจการบ้านในวันนี้ พบว่าเด็กไม่ค่อยส่งการบ้าน จากการสังเกตคือ เด็กส่วนใหญ่ทำมาจากบ้านแล้ว แต่ไม่ได้สนใจจะเอามาส่ง ชอบเก็บไว้ในกระเป๋าหรือใต้ลิ้นชัก วันนี้ก็เลยใช้สติกเกอร์แบบเดิมมาใช้ แต่จะติดให้ในสองกรณีคือ ดวงแรกคือดวงสำหรับคนที่ส่งการบ้านตรงเวลา โดยได้สร้างข้อตกลงกับเด็กแล้ว ว่ามาถึงห้องให้ส่งการบ้านวิชาคณิตศาสตร์และภาษาไทยบนโต๊ะของดิฉันเลย และดวงที่สองสำหรับคนที่ทำงานเรียบร้อย ซึ่งวันนี้ดิฉันชูหนังสือที่มีไม่กี่เล่มที่ส่งดิฉันให้ดูเป็นตัวอย่าง ว่าได้สติกเกอร์ไปคนละดวง สองดวง คนที่ทำงานไม่เรียบร้อยเท่าไหร่ แต่ส่งตรงเวลาและทำเสร็จ อย่างน้อยก็ได้สติกเกอร์ไปหนึ่งดวงแล้ว มีเด็กถามด้วยว่า ถ้าหนูอยากได้สองดวงหนูต้องทำงานเรียบร้อยใช่ไหมคะ ซึ่งเป็นคำถามที่ดิฉันคิดว่า เด็กคงจะพัฒนาตัวเองในเร็ววันนี้ แต่ดิฉันกำลังคิดต่อไปว่า คงจะต้องมีการเก็บสะสมแต้มสติ๊กเกอร์ในท้ายเดือนแล้วทำอะไรสักอย่าง เพราะถ้าให้สติ๊กเกอร์ไปแล้วบอกว่าหมายถึงคะแนนแต่ไม่มีผลอะไรที่เป็นรูปธรรมให้เห็น เด็กอาจจะไม่เข้าใจก็ได้

วันนี้เป็นวันแรกที่ได้ไปช่วยเป็นครูสอนวิชาผู้บำเพ็ญ ซึ่งคำปฏิญาณไม่ค่อยคุ้นหู เพราะชินกับการเป็นยุวกาชาด แล้วตอนที่เรียน ก็เรียนลูกเสือมา เลยไม่ค่อยรู้เรื่องของผู้บำเพ็ญ ก็คงต้องค่อยๆเรียนรู้ไป

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกการฝึกสอนของนางสาวพิชญา จินดาธรรม (ภาคเรียนที่1/2559)



ความเห็น (0)