วันที่ 8 "นิเทศน์เครื่องแต่งกายครั้งแรกในชีวิต" (26 พ.ค. 59)


"นิเทศครั้งแรกในชีวิต"


เข้าวันนี้มาโรงเรียนเช้ากว่าปกติ ก็ทำหน้าที่เดิม คือดูแลควบคุมการทำความสะอาดเขตบริการ วันนี้มีสอนชั่วโมงเดียวคือ คาบแรกช่วงบ่าย ในภาคเช้าจึงได้รับมอบหมายจากท่านผู้อำนวยการโรงเรียน ให้ไปดูแลนักเรียนชั้น ป. 4/1 ในชั่วโมงที่ 2 และ ป. 4/5 ในชั่วโมงที่ 3 และในภาคบ่ายจะมีสอนนักเรียนชั้น ป.1/1 เด็กๆห้องนี้ เป็นห้องที่เรียนอ่อนที่สุดในชั้น ป.1/1 แต่ในความไม่เก่งนี้ เขามีความน่ารัก เขาฟังในสิ่งที่เราบอก ที่เราสอน ก็น่ารักดี จากนั้นเวลาประมาณ 14.00 น. ได้ไปดูแลนักเรียนชั้น ป.6 ที่กำลังเรียนวิชาลูกเสืออยู่

วันนี้เป็นกิจกรรมนันทนาการ ทางโรงเรียนได้เชิญวิทยากรพิเศษ ที่เป็นครูลูกเสือมาสอนลูกเสือ-เนตรนารี ชั้นป.6 ร้องเพลงที่เกี่ยวกับลูกเสือ คุณครูทั้งหลายก็ร่วมร้องเพลงไปกับนักเรียน เหตุการณ์วันนี้กำลังจะผ่านพ้นไปด้วยดีอีก 1 วัน แต่เสี้ยววินาที 1 เหลือบมองไปที่ถนน เห็นอาจารย์ สองท่านกำลังเดินเข้ามา เอ๊ะ ทำไมหน้าคุ้นๆ เอ๊ะ เหมือนเคยรู้จัก และก็ไม่ผิดคาด เเป็นอาจารย์ของเราจริงๆ ไม่ได้ตาฝาด อ.กิตตินันท์ กับอ.ทิพย์เกสร นั่นเอง จะใครล่ะครับพี่น้อง 555

วินาทีนั้นไม่ได้คิดอะไร สงสัยในใจว่าครูมาทำอะไร แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร เพราะคิดว่าอาจารย์คงจะมาหาท่านผู้อำนวยการฯ ก็ร้องเพลงกับเด็กต่อไป จนกระทั่งครูท่านหนึ่งมาเรียก และบอกว่าอาจารย์เรียกพบ ก็เข้าไปพบอาจารย์ทั้งสอง ด้วยความที่รู้จักกันมาระดับหนึ่ง จึงไม่มีความกลัวหรือกังวลที่อาจารย์มา ออกจะดีใจมากกว่าที่อาจารย์มาเที่ยวหา ไม่ว่าจะมาหาด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ศิษย์นี้ก็อุ่นใจ รู้สึกว่าอาจารย์ยังคงติดตามและไม่ลืม คงเป็นเพราะอาจารย์ทั้งสองเป็นคนที่คุยเป็นกันเองกับนักศึกษา จึงทำให้ทำนักศึกษาไม่เกรงมากนักเวลาที่คุยหรือปรึกษา อาจารย์ก็ถามสารทุกข์สุกดิบกันไป ก็ทราบว่าอาจารย์มานิเทศเครื่องแต่งกาย ก็คุยกันอยู่นาน บ่นจนอาจารย์หูแฉะ นี่ตกลงอาจารย์มานิเทศน์เธอหรือเธอนิเทศน์อาจารย์กันแน่ 5555 ก็ได้ทราบข้อกล่าวหาไปว่าเราแต่งกายไม่ถูกระเบียบยังไง รองเท้าต้องใส่แบหนังมีส้น ซึ่งพูดง่ายก็คือ รองเท้าคัทชูที่เราใส่ตอนปี 1 นั่นแหละค่ะ กระโปรงต้องเป็นทรงเอสีดำที่ไม่รัดมากเกินไป ยาวคลุมหัวเข่า เข็มขัดต้องหนังสีดำ Only ส่วนฉันวันนี้น่ะหรอ ก็แต่งตัวไม่ถูกระเบียบสักอย่างที่ว่ามาสิคะ แต่ก็น้อมรับคำพิพากษาแต่โดยดี เพราะมิอาจปฏิเสธหรือเถียงในสิ่งที่เรากระทำจริงๆได้ อาจายร์ก็เล่าให้ฟังว่าวันนี้เราโดนหักคะแนนไปแล้วนะ ที่เป็นอย่างนี้ ที่จะให้เป็นเหมือนนักศึกษาทั่วไปไม่ได้ เพราะเราเป็นนักศึกษาทุน เราต้องเข้าใจในจุดนี้ "ค่ะ อาจารย์ หนูทราบดี ขอบคุณที่มาให้กำลังใจและมาปลุกความเป็นครูในตัวพวกเรานะคะ" ก็ลากันไป แต่ทิ้งท้ายให้อาจารย์มาเที่ยวหาบ่อยๆ เพราะพวกเราอยู่ไกล มันเหงา

ก็ผ่านพ้นไปกับการนิเทศน์เครื่องแต่งกายแบบไม่ทันตั้งตัว งานนี้คงเข็ดไปอีกนานค่ะ วันนี้คงเป็นวันที่ฉันจะจดจำไว้เป็นบทเรียนตลอดไป ขอบคุณสำหรับกำลังใจ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ ขอบคุณสำหรับคำตักเตือน ขอบคุณค่ะ


หลังจากเลิกเรียน เวลาประมาณ 17.30 น. ได้เดินทางไปที่วัด เพื่อไปช่วยครูดูแลเด็กนักเรียนชั้นป.5 ที่ไปเข้าค่ายคุณธรรม ณ วัดสว่างบันเทิง ต.แม่สา อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ โรงเรียนมีเลี้ยงข้าวฟรี เลยประหยัดไปอีก 1 มื้อ แต่เมื่อทานข้าวเสร็จฝนก็ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้กลับหอไม่ได้ จึงได้มีโอกาสทำวัดเย็นร่วมกับนักเรียนและคุณครู กว่าจะได้กลับเข้าหอก็ปาเข้าไป 2 ทุ่ม อาบน้ำ ง่วง นอนเลย


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกการฝึกสอนของ นางสาวสรชา รอยพนา (ภาคเรียนที่ 1/2559)



ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 

ทีมสาธิต...เจอมาตั้งเเต่วันที่สองของการเปิดเทอมล่ะ ไม่ต่างกัน

โดนหักคะแนนไปเรียบร้อยละค่าาาา

เขียนเมื่อ 

ดีมากครับ คุณครูแคท ;)...