วันที่ 9 ความรู้สึกของความเป็นครูมันลดลงไปแล้ว (27 พฤษภาคม 2559)

สวัสดีตอนเช้า ตอนตี 3 กว่าจะ ครูฝ่ายปกครองให้นักเรียนตื่่น ตี 5 ครึ่ง แต่นี่รีบตื่นกันทำไมนักเรียน มีเวลาพักผ่อนทำไมไม่พัก ครูก็ต้องตื่นไปด้วย พึ่งได้หลับก็ต้องตื่นอีกแล้ว ทุกคนทำภาระกิจส่วนตัวแล้วมาพร้อมกันที่ลานปฏิบัติกิจกรรม เริ่มสวดมนต์ทำวัตรเช้า เวลา ตี 5 ครึ่ง จนถึง 7 โมงกว่าๆ หลังจากนั้นักเรียนได้รับประทานอาหารเช้า และเริ่มกิจกรรมต่อไป คือการเดินจงกลม การฝึกสามธิ เริ่มมีนักเรียนบางคนออกอาการง่วงนอน บางคนเวียนหัว ซึ่งเป็นผลมาจากการไม่ได้พักผ่อนเพราะตอนกลางคืนนักเรียนไม่นอนกัน มัวแต่เล่นกัน สงสัยเป็นเพราะตื่นสถานที่และเป็นการออกมานอนค้างคืนนอกบ้านเป็นครั้งแรกของบางคน

กิจกรรมปฏิบัติสลับกับกิจกรรมนันทนาการ เพื่อไม่ให้นักเรียนรู้สึกเครียดเกินไป

กิจกรรมดำเนินไปอย่างเป็นขั้นตอน จนถึงเวลา บ่ายสองโมงครึ่ง ท่านรองผู้อำนวยการได้เดินทางมาเป็นประธานในการปิดการอบรมและได้ถ่ายรูปร่วมกันกับนักเรียนและพระอาจารย์วิทยากร หลังจานั้นนักเรียนได้ร่วมกันเก็ยสัมภาระและทำความสะอาดสถานที่

นักเรียนเดินทางกลับในเวลา 15.00 น. โดยมีรถทหารมาให้บริการรับส่ง แต่ก็เกิดเรื่องจนได้ มีนัดเรียนชาย 1 คนแอบเดินทางกลับเอง มีนัดเรียนรีบมา
บอกให้ไปดูเพื่อน เราในฐานะที่อายุน้อย รีบวิ่งไปดูนักเรียน บอกให้นักเรียนรอก่อน เขาก็หยุดและก็ทำหสีหน้าไม่พอใขสักเท่าไหร่นัก เราเลยบอกว่าอย่าพึ่งกลับ รอกลับกับเพื่่อนๆก่อน เขาก้ยังยืนยันว่าจะกลับเอง และก็เดินไปอีก เราเลยเดินตาม และบอกว่าจะไปส่งที่บ้านเอง เพราะกลัวนักรียนได้รับอันตราย เพราะถนนสายนี้รถวิ่งเร็วมาก แต่เขาก้จะไปเองให้ได้ เราก้บอกกลับไปที่วัดก่อน เราเลยถือกระเป๋าเขามาว่ากลับวัดด้วยกัน ทันใดนั้น เด็กผู้ชายคนนี้ก้ร้องให้ พร้อมตะโกนว่า ช่วยด้วย ช่วยด้วย และทันใดนั้นก็มีคนมองมาที่เรา เราก็ถามว่าจะร้องให้ทำไมครูไม่ได้จะทำอะไรเธอครูแค่เป็นห่วง นาทีนั้นรู้สึกว่าตัวเองทำหน้าที่ครูล้มเหลว ความรู้สึกของความเป็นครูมันลดหายลงไป คิดตอนนั้นว่าเรามาเป้นครูทำไมในเมื่อเกิดเหตุการณ์แค่นี้ เรายังไม่สามรถทำให้นักเรียนไว้ใจเราได้ อยากจะร้องให้ รู้สึกอยากจะเดินออกไปตรงนั้น พอดีมีคนคอยดุออยู่และท่านก็เข้ามา บอกว่าจะไปส่งเด็กคนนี้เอง เราก้เลยเดินกลับ เดินล่องลอย เหมือนใจมันปลิวไปที่ไหนสักแห่ง ขอทบทวนตัวเอง ขอบคุณคุณครูหลายๆท่านที่ให้กำลังใจค่ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกการฝึกสอนของนางสาวศศิภา อ่อนเขียว (ภาคเรียนที่ 1/2559)



ความเห็น (4)

เขียนเมื่อ 

ใจเย็น ๆ นะ คุณครูปิ๋ม ...

มาถึงตรงจุดนี้แล้ว ครูคิดว่า เราทำหน้าที่ของคนเป็นครูได้ดีที่สุดแล้วนะ
ให้อภัยเด็กคนนั้น และให้อภัยตัวเองนะครับ

ถือว่านี่คือ การเรียนรู้ที่แท้จริงนะครับ

ครูให้กำลังใจนะ สู้ สู้ ครับ ;)...

นักเรียนแต่ละคนก็มาจากหลากหลายพ่อแม่นะคะ เด็กคนนี้น่าจะมีปมปัญหาค่ะ เขาอาจจะไม่ไว้วางใจใครทุกๆ คนคะ ไม่ใช่แค่ครูอย่างเรานะคะ

อย่าคิดมากค่ะ และอย่าเพิ่งถอดใจค่ะลูก ครูคือผู้สร้าง ครูคือเทียนส่องทาง เรียนรู้เพื่อปรับเปลี่ยนนะคะ

เขียนเมื่อ 

ครูคือเทียนผู้ยอมเผาผลาญตัวเอง เพื่อให้เเสงสว่างผู้อื่น

สู้ ๆ นะครูปิ๋ม....

ขอบคุณที่เข้ามาให้กำลังใจนะคะ หนูจะพยายามทำให้ดีที่สุดค่ะ @Ongkuleemarn @จันทวรรณ @ธรรมดี