วันที่ 9 กับผู้ปกครองนักเรียนครั้งแรก...(24 พฤษภาคม 2559)

หลังจากสแกนนิ้วลงเวลามาโรงเรียน (ก่อน 7 โมงแน่นอนค่ะ) และรับนักเรียนเรียบร้อยแล้ว ก็ลงมือทำหน้าที่ใหม่ สืบเนื่องจากเมื่อวาน ผลปรากฏว่า นักเรียนบางคนยังมองเราเป็นเพื่อนเล่น ก็ยิ่งเล่นกันเข้าไปใหญ่ สงสัยต้องเปลี่ยนบุคลิคและหน้าตาให้โหดขึ้นแล้วล่ะ จะเป็นครูก้อยใจร้ายละนะ

ผ่านไปกับกิจกรรมหน้าเสาธง ต่อด้วยการปฐมนิเทศและอบรมเชิงสัมมนานักศึกษาฝึกสอน ณ ห้องพลอยชมพู ในเวลา 9 โมงตรง แต่ท่าน ผอ. คนใหม่ท่านเนี๊ยบมากในเรื่องการตรงเวลา (ประมาณว่าคูณต้องมาก่อนประธานจะมาถึง หรือมาก่อนประมาณก่อนเวลา 15 นาที) ท่านบอกว่า คนที่มาก่อนเวลา เป็นคนมองโลกในแง่ร้าย ส่วนคนที่มาสาย เป็นคนมาโลกในแง่ดี ตอนแรกก็ยังงงอยู่ แต่พอท่านอธิบายก็เข้าใจมากขึ้นค่ะ (มองโลกในแง่ร้ายคือ การกลัวคนอื่นมารอ... ส่วนการมองโลกในแง่ดี คือ การมองว่าตนเองไม่สำคัญ เข้าสายคงไม่เป็นไร ประมาณนีี้นะคะ) สำหรับฉันไม่มีสายค่ะ ก่อนเวลาตั้ง 5 นาที แต่ก็ถึงว่าสายอยู่ดี เพราะท่านผอ. อยู่ในห้องประชุมรอแล้วล่ะค่ะ

(ภาพจาก https://www.facebook.com/wachirawitchiangmai/photo...)

การปฐมนิเทศและอบรมเชิงสัมมนานักศึกษาฝึกสอนในวันนี้ ก็ได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการฝึกสอนมาก โดยมีท่านรองฝ่ายต่าง ๆ มาแลกเปลี่ยนให้ความรู้มากมาย ดังนี้

เรื่องการมีส่วนร่วมและการใช้ชีวิตในโรงเรียน โดยท่านรองฝ่ายกิจการนักเรียน (รองที่อายุน้อยที่สุดในโรงเรียน) ท่านได้ฝากข้อคิดในการทำงานไว้ว่า "รู้ เห็น เป็น ใจ" ซึ่งมีความหมายเป็นดังนี้
รู้ คือ การรู้ข้อมูลพื้นฐานขององค์กรที่เราอยู่
เห็น
คือ การทำตามอย่างที่องค์กรเขากำหนดไว้ (เข้าเมืองตาหลิ่วตาหลิ่วตาตาม)
เป็น คือ การทำงานเป็น ทำงานอย่างสุดความสามารถ
ใจ คือ มีนำใจในการทำงานร่วมกับผู้อื่น เสียสละ และทุ่มเท
ในส่วนของการใช้ชีวิตในโรงเรียน นอกจากนักเรียน (ซึ่งมีหลายแบบ การสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญ อย่าใช้คำรุนแรง) สิ่งที่ต้องเจออย่างแน่นอนคือ ผู้ปกครอง (ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีแก่นักเรียน เพราะผู้ปกครองจะดูการกระทำจากภายนอก)
สิ่งที่ควรตระหนัก คือ ต้องไม่มีปัญหากับคนอื่น และต้องให้ความสมดุลกันทั้งส่วนตัวและส่วนรวม นอกจากนี้ท่านยังฝากไว้เกี่ยวกับการศึกษาว่า การศึกษาไม่มีที่สิ้นสุด ไม่ใช่แค่ตำรา แต่รวมถึงประสบการณ์ต่าง ๆ ด้วย
และสุดท้ายท่านก็ได้ฝากข้อคิดในการทำงานและการใช้ชัวิตไว้ว่า "เราอาจไม่ใช่คนที่ดีที่สุดของใคร แต่เราต้องไม่ใช่คนที่เลวที่สุดของใคร"

เรื่องเทคนิคและวิธีเป็นครูมืออาชีพในอนาคต โดยท่านรองสุพจน์ นุ้ยเจริญ ท่านก็ได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาของไทย (อยู่อันดับ 35 ของโลก) พระราชบัญญัติของในหลวงที่กล่าวไว้เกี่ยวกับการศึกษา และตลอดจนนโยบายของนายกรัฐมนตรี เพื่อให้เห็นความสำคัญของการศึกษา และท่านได้เน้นว่า การเป็นครูจะเห็นแก่เงินไม่ได้ เช่นเรื่องการสอนพิเศษ การสอนพิเศษไม่ใช่การนำข้อสอบไปบอกเด็กที่เรียนพิเศษด้วย แล้วเด็กที่ไม่ได้เรียนด้วยสอบไม่ได้ และเวลาที่ครูสอนผิด ครูจะต้องรีบแก้ไขกับนักเรียนทันที เป็นต้นว่า หมอให้ยาผิด คนไข้ตาย 1 คน ครูสอนผิด เด็ฏจำผิดไปตลอดชีวิต และการเป็นครูจะต้องรู้จักใช้คำพูด หรือคำต่าง ๆ เช่น คำว่า บังคับ กับ อธิบาย แตกต่างกันมาก เด้ฏจะไม่ชอบการบังคับ แต่ถ้าเราอธิบายให้เด็กเข้าใจ เด็กก็จะทำ เป็นต้น

เรืองการปฏิบัติของนักศึกษาฝึกสอนและการประกันคุณภาพ โดยท่านรองจีระศักดิ์ สมบูรณ์ ในเรื่องของการปฏิบัติตน ให้ดูคร๔รุ่นพี่เป็นแบบอย่าง และหากได้รับมอบหมายให้อยู่เวร ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญ ต้องดูเด็กตลอด โดยเฉพาะเด็กประถม...ส่วนในเรื่องประกันคุณภาพภายใน...หน้าของอาจารย์สงกรานต์ พรหมวงศ์ ก็ลอยมาทันทีเลยค่ะ เพราะได้เรียนเรื่องนี้ตอนปี 4 ที่ผ่านมานี่เอง และภาพที่นั่งเรียนมนห้องกับเพื่อน ๆ ครูเป็นเลิศก็ชัดขึ้น...คิดถึงเพื่อน ๆ จังเลย...(นอกประเด็นล่ะค่ะ)

เรื่องการพัฒนาตนเองในการเป็นนักศึกษาฝึกสอน โดยท่านรองฝ่ายวิชาการ ท่านแนะแนะในเรื่องของการปรับ ซึ่งจะต้องปรับเวลาให้ได้ ส่วนในเรื่องของแผนการสอน จะต้องมีการประเมินครบทุกด้าน ( K P A ) และในการสอนจะต้องเช็คชื่อนักเรียนก่อน และจะต้องไม่เล่นหรือไม่วางอำนาจกับเด็กเกินไป เวลาสอนให้สอนตามแผน เน้นการเรียนการสอนที่หลากหลาย อาจให้นักเรียนได้ไปเรียนรู้นอกสถานที่บ้าง เวลาสอนผิด มห้รีบแก้ไขให้ถูกต้อง ไม่ต้องอายเด็ก และพยายามใจเย็น ๆ เวลาเด็กเกเร ให้หาบใจเข้าลึก ๆ

(ภาพจาก https://www.facebook.com/wachirawitchiangmai/photo...)

ก่อนจบการปฐมนิเทศและอบรมเชิงสัมมนานักศึกษาฝึกสอนพี่ติ่ม ซึ่งเป็นผู้ประสานงานเกี่ยวกับการฝึกสอน (เป็นกันเองมาก ๆ ค่ะ) ก็ได้ใช้คำชี้แจงและคำแนะนำต่าง ๆ และสุดท้ายที่ฝากไว้ คือ นักศึกษาฝึกสอนกลุ่มนี้ จะต้องตั้งหัวหน้า รอง เหรัญญิก และประชาสัมพันธ์ เพื่อจะได้ชี้แจงเรื่องการทำงานร่วมกันต่อไป

ยินดีที่ได้รู้จักเพื่อนใหม่ โอบอ้อม กาว (ภาษาไทย) จากมช. เบน ทราย (ภาษาอังกฤษ) จากราชภัฏเชียงใหม่ ปุ๊ก แก้ว (ภาษาจีน) จากแม่ฟ้าหลวง และเรย์ (สุขศึกษา) จากสถาบันพละ...^_^

หลังจากปฐมนิเทศและอบรมเชิงสัมมนานักศึกษาฝึกสอนเสร็จก็ถึงเวลารับประทานอาหารกกลางพอดี วันนี้เสนอคำว่า My lunch today is Egg noodles with fried pork. นะคะ

การสอนในวันนี้ สำหรับวิชาภาษาไทยได้ฝากไว้กับครูพี่เลี้ยงในคาบที่ 3 ส่วนคณิตศาสตร์มีสอนในคาบที่ 5 วัันนี้สอนเรื่อง ค่าของเลขโดดในแต่ละหลัก คิดขึ้นได้ก่อนสอน นี่เราลืมเอาสื่อมานี่นา...เอาไงล่ะ ไม่มีสื่อก็ได้ค่ะ สด ๆ กันเลย อุตส่าห์เตรียมไว้อย่างดี เสียดายจัง
หลังจากสอนเสร็จก็ลุยตรวจงานอย่างเดียวเลยค่ะ แล้วก็มีการเข้าพบท่านรองเกี่ยวกับแผนการสอน ซึ่งท่านก็ได้ให้คำแนะนำต่าง ๆ เพื่อนำมาปรับใช้กับแผน เข้าพบเสร็จก็ตรวจงานยาวจนเลิกเรียน แถมยังมีต่ออีกนิดหน่อย...ก็ยังตรวจไม่เสร็จ ที่สำคัญคือต้องตรวจรีบ เพราะผู้ปกครองจะต้องตรวจสอบการบ้านและงานของเด็กด้วย แทบไม่ทันเลย ในแต่ละวัน

เหตุการณ์พิเศษในวันนี้...มีผู้ปกครองมาสอบถามเรื่องการสอนคณิตศาสตร์ ว่าเราสอนอย่างไร ทีแรกตกใจมากๆ แต่ที่จริงแล้วผู้ปกครองท่านได้สอนนักเรียนจากที่บ้านมาด้วย จึงอยากสอบถามว่าเราสอนตรงกับที่เขาสอนไหม แค่นี้เอง ...ตกใจไปได้...555

ผ่านไปอีกหนึ่งวัน สู้ๆ นะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกการฝึกสอนของนางสาวรัตนา กาวีเมือง...(ภาคเรียนที่ 1/2559)



ความเห็น (0)