ที่สุดแล้ว...ไม่มีใครปฎิเสธนโยบายได้ ขอเพียงรู้เท่ารู้ทัน และวิเคราะห์นโยบายให้ถูกทิศทาง มิฉะนั้น..อาจต้องนั่งเสียใจ ที่เสียเวลาไปกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง กับงานกระดาษ ที่เป็นเอกสารเพื่อสนองนโยบาย ตั้งแต่ต้นปี จนถึงปลายปีการศึกษา..

เป็นประเด็นคำถาม..ที่อยากให้โรงเรียนขนาดเล็ก เข้าใจ และเข้าถึง ให้มากที่สุด เพราะเมื่อเวลาใดก็ตาม เมื่อมีนโยบายใหม่ๆเข้ามา เราก็มักจะไปเสียเวลากับเรื่องจิปาถะมากมาย จนหลงลืมที่จะให้ความสำคัญในตัวผู้เรียน ที่เราหมายมั่นปั้นมือไว้แต่แรก...

ที่สุดแล้ว...ไม่มีใครปฎิเสธนโยบายได้ ขอเพียงรู้เท่ารู้ทัน และวิเคราะห์นโยบายให้ถูกทิศทาง มิฉะนั้น..อาจต้องนั่งเสียใจ ที่เสียเวลาไปกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง กับงานกระดาษ ที่เป็นเอกสารเพื่อสนองนโยบาย ตั้งแต่ต้นปี จนถึงปลายปีการศึกษา..

ยังไม่มีข้อมูลใด ที่บอกว่า..ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้..เป็นโครงการที่ไม่ดี มิหนำซ้ำ..บางกระแสยังบอกว่า ส่งผลดีต่อคุณภาพผลสัมฤทธิ์โดยรวมของประเทศด้วย หมายความว่า..โรงเรียนที่เป็นแกนนำในปี ๒๕๕๘ ...ผลสัมฤทธิ์สูงขึ้น...ทุกโรงเรียน...

แต่..ความจริง..ในโรงเรียนของเขตพื้นที่ฯก็คงเป็นที่รู้กันว่า..แท้จริง..ผลที่ออกมาก็ยังไม่เป็นที่พอใจเท่าไหร่นัก เนื่องจากเวลาถ่ายทอดความรู้สู่เด็ก หมดไปกับการทำเอกสารรายงานและรองรับการนิเทศติดตามถี่ยิบ...

ผมในฐานะผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็ก จึงใช้บทเรียนเหล่านี้เป็นกรณีศึกษา และไม่อาจนำเสนอเป็นกรณีตัวอย่างแต่อย่างใด..เพียงแค่บอกว่า..ผมคิดอย่างไร..ในเรื่องนี้ เมื่อนักเรียน ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้..แล้วครูล่ะ...ครับ

๑. เมื่อครูยังเท่าเดิม..ลดภาระงานครูลงบ้างได้ไหม ผมทำแล้ว ครูเหลือโครงการสำคัญๆในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย เพียง ๑ – ๒ โครงการเท่านั้น ที่เหลือคืองานหลัก ทำหน้าที่เป็นครู ประจำชั้น อย่างเต็มที่..

๒.เมื่อครูยังเท่าเดิม..แต่สภาพปัญหาและความต้องการจำเป็น ที่จะต้องยอมรับและรับผิดชอบร่วมกัน เพื่อปฏิรูปการศึกษาฯ ควรจะต้องบริหารจัดการเวลา..ผมทำแล้ว ทำในลักษณะบูรณาการ โดย..นักเรียนใช้เวลาช่วงเช้า ทำเขตพัฒนาสิ่งแวดล้อมให้น้อยลง ให้นักเรียนร่วมกิจกรรมกับครู ให้พี่มีเวลาสอนน้อง ทั้งในเรื่องดนตรี และการอ่าน การเขียน

๓.เมื่อครูยังเท่าเดิม...การเพิ่มเวลารู้..ก็ต้องดูบริบทของโรงเรียนว่าปัญหาคืออะไร จะให้เด็กรู้อะไร..ที่สอดคล้องกับบุคลากรและทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด..ผมทำแล้ว โดยขอความร่วมมือจากครู ขอใช้ศักยภาพของครูให้เต็มที่ ในลักษณะการสอนควบชั้น ในเวลาพิเศษ โดยครูวิทยาศาสตร์ ครูอังกฤษ ครูดนตรี ครูคอมพิวเตอร์ ช่วยสอนเสริมให้กับ ป.๑- ๒ ,ป.๓-๔ และ ป.๕-๖ แบบรวมชั้น (บูรณาการ) นักเรียนจะได้เรียนรู้อย่างหลากหลายและน่าสนใจยิ่งขึ้น

๔.เมื่อครูยังเท่าเดิม...อาจต้องเพิ่มภาระงานให้ผู้บริหาร..ผมทำ(มานาน)แล้ว ช่วยสอนเสริมและสอนแทน วิชาภาษาไทย ทั้งการอ่านและการเขียน นันทนาการ เพลง เกมส์ ตั้งแต่ ป๑ ถึง ป.๖ ทุกวัน..

ครับ..ผมบอกแล้วว่า เป็นเพียงกรณีศึกษาของผม ที่มีบางประเด็น ได้ทำแล้ว และเห็นผลในเชิงคุณภาพที่ดีขึ้น แต่ด้วย..ปีนี้ ..เข้าสู่..ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้เต็มตัว..จึงยังไม่สามารถทำให้เป็นตัวอย่างได้ เพียงอยากเล่าสู่กันฟังให้ระมัดระวัง ในฐานะที่เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ประมาทไม่ได้เลย...แม้กระทั่ง..กิจกรรม ประกวด ประชัน ขันแข่งต่างๆ ก็อาจต้องละเว้นบ้าง มิฉะนั้น..ครูบางคนอาจไม่อยู่กับเราถึงเกษียณ..ก็เป็นได้

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๙