รายการข่าวผู้เยาว์ ช่อง 7

เสียงตระโกนของเด็ก ครูมีคนมาหา หลังจากที่เก็บจานข้าว แก้วน้ำ หม้อข้าว และถ้วย อุปกรณ์ทำครัวให้เด็กโต และผู้ช่วยครูช่วยล้าง เด็กบางกลุ่มก็รุมกันอยู่กับหนังสือการตูน บางกลุ่มก็เล่นกันกลางสนาม บางกลุ่มก็อยู่ตรงระเบียงเอาตัวต่อ(เป็นเครื่องมือถือที่คนบริจาคมาให้) เสียงของศรีวรรณ ดังมาก เด็ก เด็ก ตื่นเต้นกันมาก แต่ครูเหงื่อท่วมตัว เพราะงานที่ยังไม่เสร็จ ถ้าไม่เสร็จในช่วงนี้จะเป็นภาระของครูในช่วงเย็น ซึ่งปกติช่วงเย็นครูจะถีบจักรยานไปเยี่ยมบ้านเด็กที่อยากคุยกับพ่อแม่ของเด็ก และบางครอบครัวต้องคุยกันยาว ไม่อย่างนั้นงานนั้นจะไม่ได้ทำ เด็กหญิง ศรีวรรณ บอกว่าครูมีผู้ชาย สามคน คนหนึ่งเคยมาหาครูบ่อย (บ่อยของเด็กเขาเดือนละหนึ่งครั้ง ศูนย์เด็กพุทธมณฑล เพิ่งเปิดดำเนินการมาได้ประมาณ 3 เดือนเอง) และมีครูผู้ชายตัวเล็ก เล็ก คุยกับเด็กอยู่ในห้องเรียน แล้วมีนักข่าวผู้หญิง 2 คนและ ตากล้องหนึ่งคน เจ้าศรีวรรณก็อธิบายเป็นฉาก ฉาก ครูก็ยังไม่ได้หยุดมือที่ช่วยเด็กล้างจาน จนครูหน่องเดินมาทักว่า ครูทำอะไร ก็หันไปตามเสียงแล้วยกมือไหว้ บอกว่าครูหยุยอยากมาเยี่ยม(เป็นครั้งแรกที่ทำงานของศุนย์เด็กก่อสร้างมาได้ 5 เดือน เลขาธิการมูลนิธิสร้างสรรค์เด็กได้ลงมาเยี่ยม (แต่ความจริงโกธร ครูหน่อง ในขณะนั้นเป็นหัวหน้าโครงการศูนย์เด็กก่อสร้างอยู่ที่ไม่ได้เอาข้าวสาร เครื่องอุปกรณ์ในครัวมาให้นานเป็นเดือน ซึ่งไม่มี ครูต้องปรับกลวิธีในการซื้อสิ่งของเหล่านี้อยู่ ครูหน่องรู้ว่าครูจิ๋วโกธร แต่บอกว่าให้สัมภาษณ์นักข่าวก่อนได้ไหม ครูหยุยอยากคุยด้วยเรื่องความเป็นมาขอศูนย์เด็กก่อสร้าง การให้ความร่วมมือในการทำงานร่วมกันระหว่างเจ้าของโครงการกับงานศูนย์เด็ก และเป็นศูนย์เด็กก่อสร้างแห่งแรกที่ให้งบประมาณเป็นค่าอาหารกลางวัน

ครูหยุยบอกกับครูหน่องว่า เด็กเยอะมากหาผู้ช่วยครูมาช่วยครูจิ๋วเถอะไม่ไหวหลอก เพราะครูเสียมกับครูนาที่มาช่วยจะออกสิ้นเดือนนี้ ไม่อย่างนั้นทำคนเดียวเด็กเป็นร้อยหนักเกินไป และควรที่จะต้องมาเสริมด้วยกิจกรรม เพราะเด็กเยอะมาก รายการสัมภาษณ์ถึงบทบาทการเป็นอาสาสมัครเดินสอนในแหล่งก่อสร้าง ครูจิ๋วมาทำงานด้วยประกาศในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ กรอบเล็ก เล็ก ว่าต้องการอาสาสมัครเดินสอนในแหล่งก่อสร้าง ซึ่งไม่รู้ว่างานเหล่านั้นเขาทำอะไรบ้าง แต่เมื่อมาทำได้ประมาณ 5 เดือนแล้วชอบคะ งานหนักแต่สนุก เพราะเด็กต้องการครูที่ใกล้ชิด ฝึกการอ่าน การเขียน จึงชี้ไปที่ เจ้าศรีวรรณ เจ้าจิ๋ม เจ้าโต้ง เจ้าหน่วย เป็นแก๊งค์เด็กโตที่อายุตั้งแต่ 10-14 ปี ที่ไม่เคยเรียนหนังสือกันมาเลย วันนี้เขียนชื่อตัวเองได้แล้ว ฝึกอ่านผสมคำ ตลอดจนเป็นผู้ช่วยงานครูที่ดี ทุกคนช่วยกันทำ ซึ่งเด็กเล็กก็เข้านอน กลุ่มเด็กเล็กเข้าไปนอนที่ห้องนอนครู เรียงกันเป็นตับ จำนวนกว่า 40 กว่าคน แต่ทุกคนหลับหมด สำหรับกลุ่มเด็กกลางอีก 30 กว่าก็คอยครูให้งาน นั่งเงียบรอคำสั่งที่จะให้ทำอะไร บ่ายนั้นให้ทำตุ๊กตาถุงมือ เพื่อจะเตรียมไว้เล่านิทานเช้าวันพรุ่งนี้ ส่วนเด็กกลางฝึกอ่านและเขียนประโยคจำนวน 15 ประโยคโดยการแต่ง(เลือกคำมาเชื่อมให้เป็นประโยค) แล้วเรียงความโดยใช้ประโยคเมื่อสักครู่มาเนื้อเรียงความ เป็นการสอนแบบบูรณาการหมดคะ ทุกอย่างก็เสร็จประมาณบ่ายสามครึ่ง เด็ก เด็ก กลุ่มที่แม่อยู่บ้านก็กลับบ้านพร้อมการบ้านคนละหนึ่งเล่ม ส่วนกลุ่มเด็กโตก็ยังไมยอมกลับบ้านช่วยกวาด ถู โรงเรียน ล้างอุปกรณ์ทั้งหมดที่เหลือ ซักผ้าห่มเมื่อเด็กเล็กต้องฉี่รดที่นอนกว่าจะเสร็จก็เกือบสี่โมงเย็น

นักข่าวก็บอกว่าขอสัมภาษณ์หน่อย ถามว่าเป็นครูแบบนี้เหนื่อยไหม บอกตามตรงก็เหนื่อยต้องทำทุกอย่าง ต้องวางแผนอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การจัดตารางการสอนที่เป็นรายบุคคล ดูสมุดการบ้านของเด็กที่ละคนว่าทำอะไรได้บ้าง เมื่อมาเรียนก็ต้องเตรียมการสอน ตั้งแต่การเตรียมตัวเล่านิทาน การสอนร้องเพลง การฝึกอ่าน ฝึกเขียน เพราะศูนย์เด็กก่อสร้างนั้นยังไม่มีหลักสูตร ใช้แผนการสอนจากหลายแห่งแล้วบูรณาการเอาคะ งานที่ต้อง ทั้งต้มนม ทำอาหารกลางวัน ทุกอย่างต้องเสร็จก่อน หกโมงเช้าไม่อย่างนั้นทำไม่ทันเพราะเด็กจะมาถึงศูนย์เด็กก่อสร้างตั้งแต่เจ็ดโมง และต้องจัดว่าวันนี้จะให้เด็กเล่นกิจกรรมอะไร มีของเล่นอะไรบ้าง เตรียมไว้ให้หมด แต่เป็นงานที่สนุกเพราะได้ใช้สิ่งที่ตัวเองเรียนมาอย่างเต็มที่ ใช้ความสามารถอย่างเต็มที่เลยคะ เป็นการสัมภาษณ์ในการทำงานกับนักข่าวเป็นครั้งแรก เป็นการสัมภาษณ์ช่วงเดือนกันยายน 2531

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน อาชีพนักพัฒนาเด็กและเยาวชน



ความเห็น (2)

เป็นกำลังใจให้นะคะครู

เขียนเมื่อ 

สุดยอดแห่งความทุ่มเทเลยค่ะ คุณครู เป็นกำลังใจให้นะคะ