ทราบไหมค่ะ...การแต่งงานมีกี่ประเภท?

Dr. Ple
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

วันที่ 15 พ.ค. 2559 ผู้เขียนไปงานแต่งงานหลานชาย ซึ่งเป็นคนเพชรบุรี ฝ่ายหญิงเป็นคน อำเภอดอนสัก ตำบลดอนสัก จังหงัดสุราษฎร์ธานี ค่ะ ...

การแต่งงาน .... เป็นประเพณีที่สำคัญสำหรับ วิถีชีวิตไทย เพราะเป็นการบ่งบอกว่า... ผู้ที่แต่งงานนั้น....มีความเป็นผู้ใหญ่แล้ว มีความรับผิดชอบมากขึ้น และพร้อมที่จะเป็นครอบครัว .... รับผิดชอบชีวิตอีกหลายคนเพิ่มขึ้นนอกจากชีวิตของตนเอง .... และยังได้ทำหน้าที่แสดงความสามารถตามบทบาทของตนเองในฐานะหัวหน้าของครอบครัว นะคะ


ประเภทของการแต่งงาน .... มีท่านผู้รู้หลายท่านได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการแต่งงานไว้โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภทด้วยกัน คือ วิวาหมงคล กับ อาวาหมงคล .... แต่สภาพของสังคมไทย ปัจจุบันนี้เปลี่ยนแปลงไปมาก .... รวมทั้งจิตใจของคนด้วย มักจะยึดตนเองหรือความพึงพอใจของตนเป็นหลัก ... มากกว่าจะยึดถือส่วนรวมเป็นหลัก .... จึงเกิดความเห็นแก่ตัวตามมา เป็นเหตุให้สังคมไทยวุ่นวาย อยู่ในปัจจุบันนี้ ในทัศนของผู้เขียนขอแบ่งการแต่งงานออกเป็น 3 ประเภท โดยการเพิ่มการแต่งงานอีกชนิดเข้ามา คือ การหนีตามกัน หรือ พากันหนี หรือ วิวาห์เหาะ ซึ่งในสังคมไทยปัจจุบันนี้มีมาก ซึ่งประเภทที่ 3 นี้ไม่ค่อยจะเหมาะสมนัก เพราะขัดกับประเพณีที่ดีงามของไทยนะคะ

1. วิวาหมงคล .... เป็นการกระทำพิธีแต่งงานตาม ประเพณีไทยที่แท้จริง โดยทำพิธีกันทีบ้านของฝ่ายหญิง และเมื่อพิธีแต่งงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว .... ฝ่ายชายจะไปอยู่บ้านของฝ่ายหญิงโดยอยู่รวมกับพ่อตาแม่ยาย ซึ่งเป็นประเพณีที่นิยมกันมากในชนบท หรือ ผู้ที่นิยมประเพณีตามแบบเก่า หรือ มีความคิดแบบเก่า ที่เห็นว่าดี งดงาม ไม่เป็นที่ครหาของสังคม .... แต่ถ้าเป็นคนรุ่นใหม่ หนุ่มสาวที่มีการศึกษาและเป็นคนรุ่นใหม่ จะไม่นิยมวิวาหมงคลนี้ เพราะต้องการอิสระ .... จะไม่อยู่ร่วมกับบิดามารดาของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ต้องการเป็นหัวหน้าครอบครัว ... เป็นผู้นำครอบครัวอย่างแท้จริง ... จะมีความภูมิใจมากกว่าอาศัยพ่อแม่อยู่ .... ด้วยเหตุนี้สังคมไทยในสมัยปัจจุบันจึงนิยมอยู่กันเป็นแบบครอบครัวเดี่ยวมากกว่าครบครัวขยาย ดังที่ให้เหตุผลในตอนต้นแล้ว

2. อาวาหมงคล เป็นการกระทำพิธีแต่งงานตามแบบ ประเพณีจีน หรือ อินเดีย สำหรับคนไทยก็ยังนิยมกระทำพิธีแต่งงานแบบอาวาหมงคลอยู่บ้าง ซึ่งการแต่งงานแบบนี้ผู้หญิงจะต้องไปทำพิธีแต่งงานที่บ้านของฝ่ายชาย และเมื่อทำพิธีแต่งงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฝ่ายหญิงจะต้องเข้าไปอยู่บ้านของฝ่ายชาย .... โดยอยู่ร่วมกับพ่อแม่ของฝ่ายชาย .... ซึ่งการแต่งงานประเภทนี้หญิงไทยไม่ค่อยชอบเพราะไม่อิสระ ... ไม่เหมือนอยู่กับพ่อแม่ของตนเอง ... แต่บางกรณีอาจชอบ ... ถ้าดูความจำเป็น ความเหมาะสมของสังคม .... โดยที่ฝ่ายชายมีความร่ำรวย ... มีเกียรติชื่อเสียงในสังคม ประกอบกับครอบครัวฝ่ายหญิงฐานะทางบ้านไม่ค่อยร่ำรวยนัก ... ก็จำเป็นหรือยินดีจะมาอยู่บ้านฝ่ายชาย หากพ่อแม่ฝ่ายชายรักใคร่ไม่รังเกียจ และไม่มีสมาชิก .... ญาติพี่น้องหลายคน

3. วิวาห์เหาะมงคลเป็นพิธีแต่งงานที่ไม่มีพิธีรีตรอง .... อาศัยความรักความเข้าใจ และความพอใจของทั้ง 2 คน .... จึงตัดสินใจร่วมชีวิตกัน .... ไม่จำเป็นที่จะต้องทำพิธีแต่งงานที่บ้านฝ่ายใด พิธีแต่งงานแบบนี้จะเกิดจาก พ่อ แม่ ของทั้งสองฝ่ายไม่ชอบซึ่งกันและกัน มีความขัดแย้งกัน หรือ ตกลงกันไม่ได้ แต่ทั้ง 2 คนรักใคร่กัน จึงจำเป็นต้องพากันหนี ... เพื่อไปหาความสุข และสร้างครอบครัวของตนเองใหม่ .... ไม่อยู่กับฝ่ายใดทั้งสิ้น ... เมื่อมีลูกแล้วค่อยพาครอบครัว ... มากราบขอขมาจากพ่อแม่ของทั้งสองฝ่าย ... ถ้าพ่อแม่เห็นว่าทั้งฝ่ายหญิง-ชายรักใคร่กันดี ... เป็นครอบครัวที่อบอุ่นก็มักจะอภัยให้ลูกเสมอ .... การแต่งงานประเภทนี้ถ้ามองตามประเพณีไทยก็ไม่เหมาะสมนัก เพราะขัดกับประเพณีที่ดีงาม พ่อแม่และสังคมไทยยอมรับยาก .... หากมองมุมกลับก็เป็นการแต่งงานที่เรียบง่ายไม่ต้องมีพิธียุ่งยากนัก และเป็นการประหยัดทุกย่าง .... ไม่ต้องลงทุนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ... แต่ต้องจดทะเบียน แต่งงานกันถูกต้องตามกฎหมาย .... ซึ่งจะเป็นวิธีที่ดีกว่าค่านิยมแบบใหม่ที่เป็นแบบ การทดลองอยู่ด้วยกันก่อนแต่งงาน ... หากไม่ชอบหรือไปด้วยกันไม่ได้ก็แยกทางกัน .... โดยไม่มีข้อผูกมัดแต่อย่างใด .... การแต่งงานในรูปแบบที่ 3 นี้ก็มีผู้นิยมกระทำกันอยู่บ้าง และบางคู่ก็ไม่ได้หนีพ่อแม่ไปอยู่ด้วยกัน หากแต่ไปใช้ชีวิตคู่ร่วมกันโดยไม่บอกพ่อแม่ .... แต่จดทะเบียนแต่งงานกันถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ ค่ะ

ขอบคุณ ข้อมูลจากhttp://www.thaifolk.com/doc/wedding.htm และ พวงผกา ประเสริฐศิลป์ 2542:73-81


สรุปได้ว่า .... ในปัจจุบัน การที่ชาย-หญิง ของไทย มีความรักใคร่ต่อกันจนสุกงอม มีความเห็นอกเห็นใจกัน และพร้อมที่จะดำเนินชีวิตร่วมกันเป็นครอบครัวอย่างสามีภรรยา จึงจำเป็นต้องแต่งงานกัน .... แต่ให้เป็นไปตามประเพณีของสังคม มีผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายยอมรับและสังคมต้องรับรู้ด้วยเช่นเดียวกัน .... ด้วยเหตุนี้ประเพณีการแต่งงานจึงจำเป็นต้องจัดให้มีพิธีกรรมตามขั้นตอนของประเพณีไทย เริ่มตั้งแต่ การทาบทาม สู่ขอ หมั้น และแต่งงาน พิธีการแต่งงาน นี้ถ้าจะให้ถูกต้องเหมาะสม จะต้องประกอบ พิธีทางศาสนา ด้วยในตอนเช้า และอีกพิธีก็คือจะต้องจดทะเบียนแต่งงานให้ถูกต้องตามกฎหมาย ก็ถือว่า การแต่งงานนั้นถูกต้องสมบูรณ์ ส่วนจะทำพิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์และประสาทพรนั้น จะกระทำตอนเย็นและเลี้ยงรับรองแขกผู้มีเกียรติไปพร้อมกัน .... หลังจากหลั่งน้ำพระพุทธมนต์และประสาทพรแล้ว หรือจะทำให้เสร็จภายในภาคเช้าเลยก็ได้ จะเป็นการประหยัดทั้งเวลาและเงิน ไม่เป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ การที่จะเลี้ยงรับรองแขกจะกระทำที่บ้าน หรือโรงแรม สโมสร ที่ใดที่หนึ่งก็ได้ ขึ้นอยู่กับฐานะทางเศรษฐกิจของคู่บ่าวสาวและเจ้าภาพของทั้งสองฝ่าย จากประเพณีการแต่งงานที่จัดทำเป็นพิธีการขั้นตอนต่าง ๆ นั้น จึงนับว่ามีความสำคัญมาก และเป็นประเพณีที่งดงามเหมาะสม แสดงถึงความเจริญงอกงามทางวัฒนธรรมด้านจิตใจ และวัฒนธรรมทางด้านวัตถุของบรรพบุรุษของไทยเราที่มองการณ์ไกล และมีความละเอียดอ่อนนะคะ .... และประเภทของการแต่งงาน .... มีท่านผู้รู้หลายท่านได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการแต่งงานไว้โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภทด้วยกัน คือ วิวาหมงคล กับ อาวาหมงคล แต่อยู่ในปัจจุบันนี้มีผู็รู้หลายๆ ท่าน ได้แบ่งการแต่งงานออกเป็น 3 ประเภท โดยการเพิ่มการแต่งงานอีกชนิดเข้ามา คือ การหนีตามกัน หรือพากันหนี หรือ วิวาห์เหาะ นะคะ .... ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงไปของสังคมไทยนะคะ


ขอบคุณค่ะ

17 พ.ค. 2559

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สมศรี นวรัตน์ ศิษย์ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์



ความเห็น (5)

เขียนเมื่อ 

ได้ความรู้เพิ่มเลยครับ

ในภาพเจ้าบ่าวเป็นทหารเรือหรือครับพี่เปิ้น

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะ น้องดร. ขจิต ...

เจ้าบ่าวเป็นทหารอากาศค่ะ


ขอบคุณสำหรับความรู้เรื่องการวิวาห์...แต่งงานแบบไหนสำคัญน้อยกว่าความสุขดีๆในการครองคู่ให้ตลอดรอดฝั่งนะคะ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณพี่ใหญ่ พี่ นงนาท สนธิสุวรรณ มากๆค่ะ

ให้กำลังใจน้องค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ..คุณหมอเปิ้ล....แวะมาบอกว่า..หายากมากๆแล้ว..การแต่งงานหรืออยู่กินกัน..แบบ..ถือไม้เท้ายอดทอง..กระบองยอดเพชร..น่ะเจ้าค่ะ..