ความภาคภูมิใจประจำปีของชาวนาอย่างผม

ทำไมผมจึงภาคภูมิใจกับข้าวต้นเล็กๆเหล่านี้ (อย่างมากมาย)

มากถึงระดับที่นำมาขึ้นเป็นภาพหน้าปก เป็นประจำ ทุกปี (เมื่อบังเกิดผล)
********************************

ทั้งนี้เพราะ ผมพอใจ และภูมิใจมากๆ ในผลของกระบวนการทำนาแบบ

ก. มีฟางคลุมดิน และ ข. มีการงอกเองของข้าว โดยไม่ต้องหว่านอีกต่อไป

เพราะเป็นความฝัน และความหวังในการทำนาของผมมาตั้งแต่ต้นกว่า 10 ปีมาแล้ว เพราะผมตระหนักดีกว่า ผมจะต้องแก่เป็นธรรมดา และมีกำลังน้อยลงเรื่อยๆ เป็นธรรมดา ทำงานหนักมากคงจะไม่ได้นานเป็นธรรมดา จึงต้องหาวิธีทำเพื่อที่จะไม่ต้องทำอีกต่อไป

ที่ผมเรียกนาตัวเองว่า "นาคนขี้เกียจ" แต่กว่าจะคิดหาวิธีการ และค่อยๆทำจนบรรลุผลสำเร็จดังที่เห็นในภาพนั้น ก็ผ่านมาหลายปีทีเดียว

ที่ค่อนข้างช้า เพราะ สิ่งที่เห็นอยู่นี้ แม้จะเป็นความฝันของผม แต่ก็ไกลเกินกว่าจินตนาการของผมมากเหลือเกิน

เนื่องจากประสบการณ์ตรงๆ ในการทำนาของผมแทบจะไม่มีเลย ทำให้จินตนาการของผมไปไม่ถึงว่า ผมจะบรรลุความฝันของ "นาขี้เกียจ" ได้ด้วยวิธีใด ทำให้ผมต้องใช้กระบวนการคิด วิถีคิด และวิธีคิดที่รอบคอบมากๆ ด้วยวิถีของการคิดแบบ "อยู่กับธรรมชาติ อย่างเข้าใจธรรม-ชาติ" เท่านั้น จึงทำให้ได้ข้อปฏิบัติมาทีละข้อๆๆๆๆๆๆๆๆ จนสามารถทะลุผ่านขีดจำกัดนี้มาได้
---------------------------------------------
ผลที่เกิดขึ้นในแปลงนาผมปีนี้ (ดังแสดงในรูป)นั้น คนทำนาส่วนใหญ่ ก็มีในแปลงนาของตนเอง แต่เขามักไม่ภูมิใจ ไม่พอใจ เขามักจะมองข้ามสิ่งเหล่านี้ และอาจจะเผาฟาง และไถทิ้ง แล้วหว่านข้าวพันธุ์เดิมนั่นแหละลงไปให้งอกใหม่ และสร้างนิทาน "ข้าวเฮี่ยอย่าให้บง..." ไว้ข่มขู่คนที่คิดจะพอใจในธรรมชาติ ให้ไม่กล้าคิด ไม่กล้าทำ

ผมคิดทบทวนคำผญาอีสานนี้มาก็หลายปี จนป่านนี้ ก็ยังไม่เข้าใจเลย ว่า ทำไมต้องทำ ทำทำไม ผมทบทวนเท่าไหร่ก็ไม่เข้าใจ

เพราะกลอนผญานี้เอง ทำให้เกิดความสูญเปล่าของเชื้อพันธุ์แกร่ง ที่แข็งแรงกว่าเมล็ดอื่นๆ เกิดความสิ้นเปลือง ลงทุนมาก ต้องเผาฟาง ไถนาใหม่ คราดใหม่ หว่านใหม่ ดำใหม่ ฯลฯ

การทำเช่นนั้น ทำให้มีการใช้น้ำอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ปล่อยให้สิ่งดีๆ ของธรรมชาติผ่านไป ทำให้เชื้อพันธุ์ดีๆ เก่งๆ สูญไป สิ้นไป โดยเปล่าประโยชน์ แล้วเมื่อไหร่จะมีข้าวพันธุ์ดีๆ เก่งๆ ทนน้ำท่วม ทนแล้ง ทนโรค ทนแมลง ไว้ใช้แบบสบายๆสักที

ที่เห็นก็มีแต่ไปหาข้าวพันธุ์ "ปัญญาอ่อน" มาใช้ หว่านใหม่ทุกปี งอกแบบ "ปัญญาอ่อน" ชอบกินปุ๋ยเคมี อ่อนแอต่อโรค แมลง ฯลฯ

แล้วก็ไปเที่ยวบ่น ว่าทำนายาก ต้นทุนสูง แล้ง หรือน้ำท่วม ทำนาไม่ได้ ฯลฯ ผมคิดยังไงก็ไม่เข้าใจครับ
-----------------------------------

ที่ผมเสนอมานี้มิได้ล้อเล่นแต่อย่างใดทั้งสิ้นครับ

ใครเข้าใจ หรือ รู้คำตอบว่าเขาทำกันทำไม ช่วยชี้แนะด้วยครับ

ผมจะได้โง่น้อยลงกว่านี้สักที

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ความรู้เพื่อชีวิต



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

อยากให้วิธีการของอาจารย์สำเร็จจนอยู่ได้จริงๆ รับรองว่าจะได้เป็นต้นแบบต่อๆไปแน่นอนค่ะ การทำตามๆกันมานั้นต้องการหลักฐานเชิงประจักษ์ในการเปลี่ยนแปลงนะคะ อย่างน้อยก็เห็นได้จากผลผลิตที่ทำแบบไม่ใช้สารเคมี ใช้สมดุลธรรมชาติช่วยก็มีหลายที่แล้วนะคะ ที่สุดแล้วคนเราก็ต้องคืนสู่ธรรมชาติอยู่ดีค่ะ ฝืนไปก็ทำได้ไม่ตลอดอยู่แล้ว เพียงแต่ผลร้ายจะมาช้าหรือเร็วเท่านั้น

ก็ได้ผลพอสมควร แต่ทุกอย่างยังต้องพัฒนาต่อไปครับ