การถอดบทเรียน เพื่อการเรียนรู้และเสริมพลัง



วันอาทิตย์ที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ วันแห่งความรัก มูลนิธิสยามกัมมาจลและภาคีพูนพลังครู นัดกันจัด การประชุมปฏิบัติการ การถอดบทเรียน เพื่อการเรียนรู้และเสริมพลัง เพื่อหาทางขยายผล เวทีพูนพลังครูไปยังภูมิภาคต่างๆ อย่างกว้างขวาง ผมไปร่วมเฉพาะช่วงครึ่งวันเช้า

เราชมวีดิทัศน์ เรื่องราวของ ครูสัญญา สอนบุญทอง โรงเรียนบ้านห้วยเฮียะ อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งชมได้ ที่นี่ แล้วร่วมกันตั้งคำถาม เพื่อ ถอดบทเรียน โปรดสังเกตนะครับ ตลอดเวลากว่าชั่วโมงครึ่งที่วงครู และผู้เข้าร่วมประชุมราวๆ ๑๐๐ คนแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันนั้น เป็นเรื่องของการตั้งคำถาม เพื่อหาทางทำความเข้าใจว่าทำไมครูสัญญาจึงเป็นครูแบบนี้ โดยมีสุดยอด “คุณอำนวย” ๒ ท่าน คือ รศ. ประภาภัทร นิยม กับคุณณัฐฬส วังวิญญู

วิทยากรทั้งสองท่านสรุปว่า คำถามที่มีคนถามครูสัญญา จัดได้เป็น ๓ กลุ่ม คือ (๑) ถามผลลัพธ์ (๒) ถามกระบวนการ หรือวิธีปฏิบัติ (๓) ถามเรื่องตัวคน คุณค่า คุณธรรม ศรัทธา ไมตรี ทั้งสามกลุ่มคำถามนั้น นำไปสู่การถอดบทเรียนครูดี

มีคนถามครูสัญญาว่า ทำไมจึงไปเป็นครูดอยที่แม่ฮ่องสอน ทั้งๆ ที่ครอบครัวของตนอยู่ที่ระยอง ครูสัญญาก็เล่าชีวิตที่ตนเป็นนายสิบทหารธุรการ ไปเรียนครูและสอบบรรจุได้ที่เชียงใหม่กับแม่ฮ่องสอน ตนเลือกแม่ฮ่องสอน เมื่อไปพบสภาพโรงเรียนที่ไม่ได้รับความเอาใจใส่ตนก็ตั้งใจว่าจะทำให้ดีให้ได้ ทำไปได้หลายปีก็มีคนชมว่าดี แต่ตนก็ไม่ปักใจเชื่อว่าดี เพราะไม่เคยเห็นที่อื่น ต่อมาเมื่อได้ไปเห็นที่อื่น จึงรู้ว่าของตนดีกว่าจริงๆ

หากชมวีดิทัศน์ตลอดทั้งเรื่องสั้นๆ จะพบว่าครูสัญญามีปณิธานที่ความสำเร็จของนักเรียน ต้องการให้มีเด็กดอย เด็กชนเผ่า ประสบความสำเร็จในชีวิตเหมือนเด็กกรุง ตั้งใจว่าอย่ากให้ได้สัก ๑๐ คน ครูสัญญาเป็นคนมักน้อยนะครับ หวังแค่สิบ ท่านบอกว่าตอนนี้ก็เลยไปมากเป็นยี่สิบสามสิบแล้ว

ผมเสนอการถอดบทเรียนแบบตีความของผมว่า คำถามและคำตอบที่เกิดขึ้น สะท้อนภาพ วิธีเรียนรู้ของครูสัญญา ที่ไม่เชื่อตาม “คำเขาบอก” หรือความรู้สำเร็จรูป แต่เชื่อตามสัมผัสตรงของตนเอง ต่อเมื่อได้สัมผัสนักเรียนจากที่อื่น พิจารณาด้วยตนเอง จึงเชื่อว่านักเรียนของตนเรียนได้ผลดีกว่า นี่คือลักษณะของการเรียนที่ถูกต้อง ตามหลักของวิทยาศาสตร์ทางสมองว่าด้วยการเรียนรู้

ตลอดเวลาของการตั้งคำถาม และคำตอบของครูสัญญา เราได้ประจักษ์ในความถ่อมตน (humility) ของครูสัญญา ไม่มีท่าทางหรือถ้อยคำที่แสดงความโอ้อวดเลยแม้แต่น้อย

อีกตอนหนึ่ง ผมเสนอต่อที่ประชุมว่า เมื่อเราตั้งคำถาม และขอให้ครูสัญญาตอบ ครูสัญญาจะไม่ตอบเชิงสรุปหลักการ (explicit knowledge) แต่จะเล่าเรื่องราวของตนเพื่อตอบคำถาม ให้ผู้ฟังตีความเอาเอง ผมชี้ว่านี่คือวิธีการตอบคำถามเพื่อการถอดบทเรียนที่เยี่ยมยอด เพราะเป็นการบอก tacit knowledge ให้ผู้ฟังหรือผู้ถอดบทเรียนตีความเอาเอง และในความเป็นจริง หากมีผู้ฟัง ๑๐ คน ก็จะมีการตีความ ๑๐ แบบ ซึ่งเมื่อเอามาสังเคราะห์เข้าด้วยกัน ก็จะเป็นความรู้ที่ลึกและเชื่อมโยงมาก

จะเห็นว่า หากครูสัญญาตอบแบบสรุปความ ก็เท่ากับครูสัญญาถอดบทเรียนตนเอง แต่นี่ครูสัญญาเล่าเรื่อง (storytelling) ให้ผู้ฟังช่วยกันตีความถอดบทเรียน

ที่จริง แค่ดูวีดิทัศน์ความยาวเพียง ๑๑ นาที ก็จะตีความถอดบทเรียนวิธีทำหน้าที่ “ครูเพื่อศิษย์” ของครูสัญญาได้มาก ดังตอนสอนเล่นละคร เมื่อให้นักเรียนซ้อมเสร็จ ครูก็บอกศิษย์ว่าการเล่นละครนี้ยาก ทำได้ขนาดนี้ถือว่าเก่ง ผมตีความว่า นี่คือปฐมบทของ constructive feedback ที่ดี แล้วผมก็พบที่ดียิ่งขึ้นไปอีก เมื่อครูสัญญาบอกว่า แต่ยังมีบางส่วนที่ต้องปรับปรุง แล้วก็แนะนำประเด็นและวิธีแก้ไข รวมทั้งให้ฝึกเดี๋ยวนั้น ตรงตามหลักของการให้ feedback ว่าเมื่อ feedback แล้วต้องให้นักเรียนได้ใช้การ feedback เพื่อพัฒนาตนเองทันที

แต่ส่วนที่ “ดีที่สุด” (ในสายตาของผม) คือส่วนที่ซ่อนอยู่ ที่ครูสัญญาต้องทำแน่ๆ จะรู้ตัวหรือไม่ก็ไม่ทราบ คือ embedded formative assessment ที่ผมตีความว่า ครูสัญญาทำอยู่ตลอดเวลาที่สอนนักเรียน

ในตอนอื่นๆ ของวีดิทัศน์ ก็สามารถนำมาตีความถอดบทเรียนลึกๆ ว่าด้วยวิธีสอนเด็กให้เป็นคนดี ได้อีกมาก

กล่าวเช่นนี้แล้ว ผมคิดว่า ผู้ถอดบทเรียนต้องมีพื้นความรู้เชิงทฤษฎีของความรู้ที่ต้องการถอด อย่างดีพอควร หรือยิ่งมีมากยิ่งดี สำหรับเอามีตั้งคำถาม และเอามาตีความพฤติกรรมที่เห็น

จากเหตุการณ์ครึ่งวัน ทำให้ผมคิดว่า การถอดบทเรียนจากครูดี ข้อมูลหรือความรู้สำคัญที่สุดเพื่อ การถอดบทเรียนคือ จากการเข้าไปสังเกตพฤติกรรมของครูที่โรงเรียนและในห้องเรียน ไม่ใช่แค่ส่งคำถาม ไปให้ครูตอบ

ผมส่งบันทึกข้างต้นไปให้ผู้ทรงคุณวุฒิบางท่านอ่าน ดร. เจือจันทร์ จงสถิตอยู่ ตอบมาว่า ตอนบ่ายท่านอยู่กลุ่ม ๖ ซึ่งฝึกถอดบทเรียนของครู อุรวี ศิริบูรณ์ และครูวัชราภรณ์ ผาปรางค์ แห่งโรงเรียนบ้านปะทาย ซึ่งเป็นเครือข่ายของโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา ในช่วงก่อนอาหารเที่ยง และของครูพรรณี แซ่ซือ แห่งโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา ซึ่งมีบริบทแตกต่างจากของครูสัญญา ดัง อีเมล์ ของ ดร. เจือจันทร์ ดังนี้

ตอนบ่าย หนูอยู่กลุ่มต้นเรื่องครูบ้านประทายและลำปลายมาศ เป็นกรณีที่มีบริบทตรงข้ามกับ

ครูสัญญา คือ การเปลี่ยนทั้งรร เพราะผอ เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่ดี ตย การทำ plc ครูในรร การตั้งคำถามจึงมีส่วนแตกต่างไปจากบริบทของครูสัญญาค่ะ แต่มีข้อสรุปหนึ่งที่คล้ายกันคือ

ความมุ่งมั่นของครู การมองนักเรียนเป็นสำคัญ

เป็นเวทีที่มีการเรียนรู้ที่มีชีวิตชีวาค่ะ

เจือจันทร์

ปล ที่จริงมีหลายประเด็นเชิงนโยบายได้จากการ

ถอดบทเรียนนะคะ


และ รศ. ประภาภัทร นิยม ตอบมาดังนี้


ขอเพิ่มเติมการแลกเปลี่ยน มาจากช่วงท้ายก่อน 18:00 .เล็กน้อย ที่สรุปส่วนตัว คือ ผู้ที่ถอดบทเรียน ซึ่งทำหน้าที่เป็นทั้งผู้ตั้งคำถาม เป็นผู้ฟังและเป็นผู้ตีความนั้น สังเกตจากบางกลุ่มที่สะท้อนออกมาชัดๆ เขาจะทำ 3 วิธีที่สำคัญ คือ

1) ตั้งคำถามได้ครบทั้ง What/ How/ Why และครบในโครงสร้างคำถามที่มีความลึก 3 ระดับ( ผลลัพธ์-กระบวนการ-คุณค่า)

2) ฟังอย่างลึกซึ้ง อย่างที่เรียกว่า มีประสบการณ์ร่วมกับผู้เล่า จึงจะสังเกตได้ถึงสภาวะ อาการ จิตสำนึก และสิ่งที่อยู่เบื้องหลังที่แม้เจ้าตัวก็อาจไม่เคยระลึกถึงมาก่อน จึงทำให้ผู้ถามอยากจะสืบค้นต่อด้วยคำถามอื่นๆ

3) ผู้ถอดบทเรียน มีกุศลจิต น้อมนำให้สัมผัสถึงคุณค่าทางจิตใจและปัญญาได้ จึงสามารถตีความหรือจับความ/คำพูดที่สะท้อนมาจากใจได้ ที่มิใช่คำพูดตามแบบแผนทั่วไป ได้สัมผัสถึง ความกล้า ความเด็ดเดี่ยว ยืนหยัด เมตตา กรุณา ความอดทน และความสุข

เท่าที่สรุปกลับมาเพื่อนำไปให้คณะครูทดลองใช้ดูว่า จะเกิดผลต่อยอดการทำงานได้หรือไม่อย่างไรค่ะ


เย็นวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ผมพบคุณเปา โต้โผงาน ได้รับทราบว่า กิจกรรมในวงเล็กกลายเป็นเครื่องมือ ให้ตัวครูเจ้าของเรื่องได้ไตร่ตรองสะท้อนคิด (reflection) กิจกรรมการทำหน้าที่ครูของตน ในเชิงคุณค่าที่เกิดขึ้น ทำให้ผมคิดว่า เวทีถอดความรู้ ก็คือเวที reflection นั่นเอง เวทีที่มีการตั้งคำถามลึกลงไประดับคุณค่า ก็จะได้ความรู้ความเข้าใจในระดับคุณค่า ที่คนทำงานส่วนใหญ่ไม่มีโอกาสไตร่ตรองสะท้อนคิดด้วยตนเอง

ผมจึงขอเสนอว่า กระบวนการ reflection นี้ น่าจะเข้าไปสูวง PLC ของครูในโรงเรียนด้วย เพราะกระบวนการนี้ คือ reflective learning นั่นเอง ครูทุกคนควรทำกระบวนการ reflective learning เป็น และนำไปใช้กับศิษย์ด้วย



วงถอดบทเรียน




มีทีมคุณลิขิตทำงานอยู่เบื้องหลัง


ครูสัญญาตอบคำถามแบบเล่าเรื่อง


โครงสร้างคำถาม


ผลงานของทีมคุณลิขิต


วิจารณ์ พานิช

๑๔ ก.พ. ๕๙ ปรับปรุง ๑๕ ก.พ. ๕๙



หมายเลขบันทึก: 603509เขียนเมื่อ 15 มีนาคม 2016 17:27 น. ()แก้ไขเมื่อ 15 มีนาคม 2016 17:27 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี