​การบังคับใช้แรงงานนักโทษในพม่า (Forced Labor of prisoners in Burma)

กฎหมาย และ ข้อเท็จจริงในทางปฏิบัติเกี่ยวกับการบังคับใช้แรงงานนักโทษในพม่า เช่น ค่าจ้างแรงงานนักโทษ ที่กำหนดให้นักโทษมีสิทธิได้รับเงินค่าจ้าง เท่ากับครึ่งหนึ่งของอัตราค่าจ้างในท้องถิ่น แต่ในทางปฏิบัติค่าจ้าง ดังกล่าว ตกเป็นรายได้เสริมแก่เจ้าหน้าที่เรือนจำ...........................

การบังคับใช้แรงงานนักโทษในพม่า ข้อมูลเนื้อหาโดยสังเขป จากบทความเรื่อง การบังคับใช้แรงงานนักโทษในพม่า และ บทความเรื่อง กลุ่มสิทธิมนุษยชน : กล่าวหาว่าพม่าใช้ “นักโทษแรงงานทาส” (Rights group : Burma uses “convict slave labor”) พบว่า การบังคับใช้แรงงานนักโทษในพม่า เป็นการบังคับใช้แรงงานในเรือนจำค่ายแรงงาน (prison labor camps) และ การบังคับใช้แรงงานนักโทษในกองทัพพม่า (forced labor for the Burma Army) โดยเรือนจำค่ายแรงงาน ได้ถูกจัดตั้งขึ้นโดยรัฐบาลเผด็จการทหารพม่า ในปี 1962 สำหรับใช้คุมขังและบังคับใช้แรงงานนักโทษ โดยเฉพาะนักโทษกลุ่มชาติพันธ์ และ นักโทษการเมือง มีการบังคับใช้แรงงานนักโทษทำถนน เขื่อน คลองชลประทาน และ การใช้นักโทษเป็นโล่มนุษย์ของกองทัพ ฯลฯ ซึ่งมีลักษณะเป็นการบังคับใช้แรงงานนักโทษที่ยังมีข้อครหาจากกลุ่มสิทธิมนุษยชนในเรื่อง การจับกุม คุมขัง การทรมานนักโทษ ในสภาพเรือนจำที่โหดร้าย มีลักษณะเป็นการละเมิดสิทธิ และ เสรีภาพขั้นพื้นฐานของนักโทษ



ด้านการทำงานของนักโทษ เรือนจำพม่าได้กำหนดระเบียบให้เรือนจำสามารถใช้แรงงานนักโทษได้ ทำให้นักโทษทุกคนจะต้องทำงานทั้งงานหนักและงานเบา โดยมีการบังคับใช้แรงงานนักโทษให้ทำงานหนักทุกคน ยกเว้น นักโทษได้จ่ายเงินสินบนให้แก่เจ้าหน้าที่จะได้รับมอบหมายให้ทำงานเบา เช่น การทำงานในสำนักงานคุก งานช่างไม้ ตำใยมะพร้าว ขนน้ำ ปลูกต้นไม้ และ ขนของเสียนักโทษ เป็นต้น

ด้านค่าจ้างแรงงานนักโทษ นักโทษที่ทำงานตามสัญญาจ้างแรงงานผลิตสินค้า หรือ ผลิตภัณฑ์ในเรือนจำ มีสิทธิได้รับเงินค่าจ้างสำหรับการใช้แรงงานรับจ้างฯ เท่ากับครึ่งหนึ่งของอัตราค่าจ้างในท้องถิ่น ตามกฎหมายค่าจ้างว่านักโทษ เช่น การใช้แรงงานนักโทษรับจ้างผลิตบุหรี่ cheroots (บุหรี่แบบดั้งเดิมพม่า) รับจ้างปอกเปลือกถั่วแลบ แลบ (Lab lab) รับจ้างปอกกระเทียม และ รับจ้างทำธูป รวมตลอดถึงเรือนจำบางแห่งที่ผลิตเฟอร์นิเจอร์ของเรือนจำเอง แต่ในความเป็นจริงค่าจ้างเกือบทั้งหมด ที่จ่ายให้กับนักโทษจะตกเป็นรายได้เสริมแก่เจ้าหน้าที่เรือนจำ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเจ้าหน้าที่เรือนจำโดยทั่วไปประเทศพม่า

นอกจากนั้น กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจ้างงานของนักโทษของพม่ายังได้กำหนดหลักเกณฑ์เรื่องสุขภาพนักโทษกับการทำงานไว้ว่า “เมื่อเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์มีความเห็นว่า นักโทษคนใด มีปัญหาทางสุขภาพไม่สามารถที่จะทำงาน ประเภท และ ลักษณะใด นักโทษ ดังกล่าว จะได้รับการยกเว้นสำหรับการทำงานนั้น .....”

ด้านอาหารของนักโทษ ประกอบอาหารคุณภาพต่ำ เช่น ข้าวต้ม (ข้าวและน้ำเท่านั้น) แกงถั่ว (มีปริมาณถั่วน้อยแต่มีน้ำมาก) เนื้อสัตว์ ได้แก่ เนื้อ หมู หรือ ปลา หรือ ไข่ ที่มอบให้แก่นักโทษสัปดาห์ละครั้ง ครั้งละเล็กน้อย

ด้านการละเมิดสิทธิ และ เสรีภาพขั้นพื้นฐานของนักโทษ กลุ่มสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศได้มีการวิพากษ์วิจารณ์การบังคับใช้แรงงานในเรือนจำค่ายแรงงาน และ กองทัพพม่า ว่า รัฐบาล และ กองทัพพม่าได้รับประโยชน์อย่างมากจากนักโทษในเรือนจำค่ายแรงงาน มีการใช้แรงงานหนัก การทรมานนักโทษ และ การใช้นักโทษเป็นโล่มนุษย์ในกองทัพพม่า โดยเฉพาะนักโทษการเมือง และ นักโทษกลุ่มชาติพันธ์ ที่มีลักษณะเป็นการละเมิดสิทธิ และ เสรีภาพขั้นพื้นฐานของนักโทษ แต่รัฐบาลทหารพม่าปฏิเสธว่าไม่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน และ เสรีภาพขั้นพื้นฐานของนักโทษ และ ไม่สนใจการประท้วงของประชาคมระหว่างประเทศ



โดยสรุป

การนำเสนอบทความ เรื่อง การบังคับใช้แรงงานนักโทษในพม่า (Forced Labor of prisoners in Burma) มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงให้เห็นถึงกฎหมาย และ ข้อเท็จจริงในทางปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้แรงงานนักโทษ เช่น ค่าจ้างแรงงานนักโทษ ที่ได้กำหนดให้นักโทษมีสิทธิได้รับเงินค่าจ้าง เท่ากับครึ่งหนึ่งของอัตราค่าจ้างในท้องถิ่น แต่ในทางปฏิบัติค่าจ้าง ดังกล่าว ตกเป็นรายได้เสริมแก่เจ้าหน้าที่เรือนจำ เพื่อแสดงบริบทของทฤษฎีการลงโทษ และ แนวคิดการใช้แรงงานนักโทษ ให้เป็นประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และ สังคม เช่น ใช้แรงงานนักโทษทำถนน เขื่อน คลองชลประทาน การบังคับใช้แรงงานนักโทษให้เป็นประโยชน์กับกองทัพ และ การใช้นักโทษเป็นโล่มนุษย์ในกองทัพ เพื่อแสดงให้เห็นถึงการดูแลและการปฏิบัติต่อนักโทษ เช่น การดูแลด้านอาหารนักโทษที่มีคุณภาพต่ำ และ การดูแลสุขภาพนักโทษ ที่ขาดการดูแลทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต มีการทรมานนักโทษด้วยวิธีการที่ทารุณ โดยเฉพาะสุขภาพของนักโทษในเรือนจำค่ายแรงงาน และ การบังคับใช้แรงงานนักโทษในกองทัพพม่า (forced labor for the Burma Army จะเลวร้ายยิ่งกว่าผู้ที่อยู่ในเรือนจำทั่วไป เป็นต้น


.................


วินัย เจริญเฉลิมศักดิ์ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๙



อ้างอิง

ข้อมูลจากเว็บไซต์ http://aappb.org/ wp/report8_forced_labor.pdf เว็บไซต์ https://asiancorrespondent .com/2011/07/rights-group-burma-uses-convict-slave-labor/ และ เว็บไซต์ http://www.democracynow.org/1999/9/21/myanmar_sent...




บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เครือข่ายกระบวนการยุติธรรมเชิงพุทธ กฎหมายและการบังคับโทษจำคุกเชิงพุทธ และ เครือข่ายทนายความเชิงพุทธ



ความเห็น (2)

ขอขอบคุณอาจารย์ ดร.ธวัชชัย มากน่ะครับ ที่กรุณาติดตาม และ ให้กำลังใจผมด้วยดีตลอดมา

ขอขอบคุณอาจารย์ต้น มากน่ะครับ ที่กรุณาติดตาม และ ให้กำลังใจผมด้วยดีตลอดมา