ทำไมต้องถอดบทเรียน

อย่าให้บทเรียนในตัวบุคคลสำคัญน้อยกว่าเอกสาร เพราะเอกสารไม่สามารถเปลี่ยนวิถีของคน แต่คนจะเปลี่ยนเพราะตระหนักในบทเรียนที่ได้เรียนรู้



เมื่อผมจัดอบรมพัฒนาศักยภาพเรื่องการถอดบทเรียน ผมจะให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจเจตนารมณ์ของการถอดบทเรียนเสียก่อน


แน่นอนว่า หลายคนต้องการถอดบทเรียนเพื่อจัดทำเป็นเอกสารตามที่ระบุไว้ในโครงการ บางครั้งผลของการถอดบทเรียนก็เป็นเพียงแค่การสรุปงาน ไม่ใช่บทเรียนที่แท้จริง หรือบางครั้งก็เป็นเพียงเอกสารขึ้นหิ้งเก็บไว้ให้ภาคภูมิใจหรือเอาไปอวดคนอื่นได้ แต่กลับไม่ได้นำบทเรียนไปใช้ประโยชน์เท่าใดนัก


เช่นเดียวกับกรณีที่เราได้รับจดหมายจากหน่วยงานต่างๆ ที่ให้เราตอบคำถามและส่งกลับคืน โดยหวังว่าจะได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งแท้จริงแล้ว เราอาจตอบเพื่อให้เสร็จไป โดยขาดการใคร่ครวญที่ถี่ถ้วน เอกสารชิ้นนั้นจึงอาจไม่ต่างอะไรกับกระดาษที่เปื้อนหมึก


นั่นเพราะผู้ตอบไม่ได้เห็นความสำคัญของคำถามที่จะเกิดประโยชน์ต่อตัวเอง


ด้วยเหตุนี้ การถอดบทเรียนที่ดี จึงควรเป็นสิ่งที่จะเกิดประโยชน์ต่อตัวผู้เข้าร่วมเป็นอันดับแรก เป็นสิ่งที่จะช่วยให้ผู้ตอบคำถามสามารถนำไปพัฒนางานของตนเองให้ดีขึ้น ทำงานง่ายขึ้น สบายขึ้น ช่วยให้ผู้ตอบคำถามหรือผู้เข้าร่วมกระตุกคิด หรือปิ้งแว๊บ จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างในการใช้ชีวิตหรือการทำงานของตนเองได้


นั่นอาจจะเป็นแรงจูงใจแรกให้ผู้เข้าร่วมเห็นความสำคัญของการถอดบทเรียน


ด้วยหลักคิดดังกล่าว ผู้เข้าร่วม จะไม่ได้อยู่ในสถานะ Passive informant คือ เป็นผู้ให้ข้อมูล เป็นผู้ตอบคำถาม ในฐานะผู้เข้าร่วม (Participant) โดยบุคคลภายนอกกำหนดโจทย์ที่ต้องการ คำถามที่อยากรู้ เพื่อมาสอบถาม จับประเด็น หรือหยิบยกไปพัฒนาเป็นเอกสารต่างๆ


แต่ในที่นี้ ผู้เข้าร่วมจะอยู่ในสถานะ Active self-determination คือ ถอดบทเรียนเพื่อเห็นตัวเอง ตระหนักด้วยตนเอง และเปลี่ยนแปลงตนเอง ซึ่งเกิดขึ้นจากความรู้สึกเป็นเจ้าของบทเรียนที่เกิดขึ้น (Sense of belonging) ไม่ได้เป็นเพียงผู้เข้าร่วมการถอดบทเรียนเท่านั้น


อย่างไรก็ตาม หลายคนคงมีคำถามว่า แล้วเอกสารการถอดบทเรียนสำคัญหรือไม่


สำหรับผม เอกสารที่เกิดขึ้นจากการถอดบทเรียน ก็เป็นสิ่งที่ควรต้องมีควบคู่กัน เพื่อเป็นบันทึกและใช้ถ่ายทอดบทเรียนที่เกิดขึ้น ณ ขณะหนึ่ง ให้เจ้าของบทเรียนสามารถระลึกได้ และให้ผู้อื่นได้ศึกษา อย่างไรก็ดี ผมเห็นว่ามีข้อพึงระวังอยู่ ๒ ประการ คือ

  • อย่าให้บทเรียนในตัวบุคคลสำคัญน้อยกว่าเอกสาร เพราะเอกสารไม่สามารถเปลี่ยนวิถีของคน แต่คนจะเปลี่ยนเพราะตระหนักในบทเรียนที่ได้เรียนรู้
  • อย่าให้บทเรียนไร้ร่องรอยเพราะไร้บันทึก เนื่องจากบันทึกหรือเอกสารที่ดี จะช่วยให้ผู้ที่มาทีหลังไม่ต้องถางทางใหม่


พีธากร ศรีบุตรวงษ์
๑๑/๓/๕๙






บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ถอดบทเรียน



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

เห็นร่องรอยของเจตนารมณ์ การเปลี่ยนภายในตน และประโยชน์ของเอกสารถอดบทเรียน .... ขอบคุณค่ะ

หมายเลขบันทึก

603302

เขียน

12 Mar 2016 @ 00:11
()

แก้ไข

13 Sep 2017 @ 18:07
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
ดอกไม้: 6, ความเห็น: 1, อ่าน: คลิก