session ที่สองที่ได้เรียนรู้ คือ ...
"การงานกับชีวิตด้านใน" ร่วมกับภก.ฉัตรพิศุทธิ์ วิเศษสอน "ผู้เป็นเภสัชกรที่เข้าถึงคำว่าชีวิต"...ผู้คนรู้จักในนาม "เภสัชเยี่ยมบ้าน" จากโรงพยาบาลกุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์
และ...
อ.นพ.นิมิตร อินปั๋นแก้ว อายุแพทย์จากโรงพยาบาลลำพูน ...ผู้เป็นลูกศิษย์ของท่านหลวงปู่ติช นัท ฮันห์และนำวิถีที่หลวงปู่สอนมาใช้เรียนรู้ด้านใน...เชื่อมโยงกับการงานและชีวิต
Cr.ภาพจากคุณ พร ทั้ง หล้า วราภรณ์
อ.ต๋อม ...หรือ อ.ภก.ฉัตรพิศุทธิ์ วิเศษสอน ผู้กล้าก้าวออกจากห้องสี่เหลี่ยมที่นั่งจ่ายยาไปสู่การค้นหาคุณค่าและความหมายของชีวิต
เรื่องราวแห่งความดีงามที่ อ.ต๋อมเล่า นำมาซึ่งความปิติ ตลอดเวลาของการดำเนินชีวิตจะตั้งคำถามกับตนเองเสมอ เสียงภายในที่ข้าพเจ้าสัมผัสได้ คือ ความทุกข์จากการงาน อ.ต๋อมถามตัวเองว่า "จะทำเพียงเท่านี้เองเหรอ..." หลายครั้งต่อหลายครั้งที่อยากจะลาออก แต่ชีวิตก็ได้พลิกผันตนเองลงสู่ชุมชน ได้ค้นพบในตนเองว่า ...มีพลังและศักยภาพมากมายที่ตนเองสามารถช่วยเหลือคนไข้ได้
ภาพที่ อ.ต๋อม...ช่วยผู้ป่วยจิตเวชตัดเล็บ... เป็นภาพแห่งความนอบน้อม ของการโน้มลงสู่ชีวิต
ภาพที่ อ.ต๋อมนำพาชาวบ้าน...หาที่นอนและสร้างบ้านใหม่ให้กับผู้ป่วย
และอีกหลายๆ ภาพ สะท้อนเข้ามาในใจตามฉายาที่ อ.ต๋อมได้รับ คือ ... "เภสัชกรเยี่ยมบ้าน"
...
อิ่มในใจผ่านไปจากเรื่องราวของ อ.ต๋อม...
เสียงระฆังแห่งสติได้ดังขึ้น จากการอัญเสียงระฆังของ อ.นิมิตร ...เสียงแห่งความสงบปรากฏขึ้น เสียงแอร์ที่ดังอย่างแจ่มชัด และเสียงพูดคุยกันเงียบลง
ทุกคนกลับมาอยู่กับตัวเอง...
อาจารย์ได้เล่าถึงวิถีแห่งการพัฒนาใจด้านในให้ฟัง ...การแปรเปลี่ยนของดวงจิต และสิ่งที่อาจารย์เน้นคือ สติและการฝึกฝนตนเอง
การงานกับชีวิตด้านใน
รู้ตัว...สติ "ต้องรู้ว่าตัวเองเป็นยังไง
เริ่มจากรู้กาย...รู้จิต => ความคิด ความรู้สึก ความจำประสบการณ์ สติ
"ความสามารถในการมองเห็นตนเอง"
ความช้าลงทำให้เรามองเห็น...เมื่อเห็นแล้ว จะไวขึ้น
ทุกข์จากการเป็นแพทย์...คำถามชีวิตมีแค่นี้เหรอ
ฝึกตนเองมองคนไข้ด้วยใจเมตตา
ห้องตรวจคือสนามรบ
กลับมาอยู่กับปัจจุบันขณะ
ต้องมีเครื่องมือเรียกสติ
สิ่งที่ข้าพเจ้าได้เรียนรู้
- ความงดงามของชีวิตและการเติบโตด้านใน ข้าพเจ้าประทับใจที่ อ.นิมิตรเล่ามากคือ เรื่องสนามรบ ...อาจารย์เปรียบเปรยว่า "ห้องตรวจ เมื่อหมอกับคนไข้มาเจอกันสนามรบเริ่มเกิดขึ้น หมอเป็นผู้มีอำนาจ แม้คนไข้จะยอมจำนน แต่หมอก็ยังที่จะไม่หยุดรบกับคนไข้..." ฟังที่อาจารย์เล่าแล้ว ชวนให้เกิดแรงบันดาลใจในการนำพาผู้คน ...ให้มีหัวใจที่นอบน้อมและอ่อนโยน
- จากอาจารย์วิทยากรทั้งสองท่าน ... คือ ต้นแบบของการใช้โอกาสของวิถีแห่งการงานเป็นพื้นที่ของการบ่มเพาะจิตใจด้านในให้เจริญงอกงาม แม้ต้องเผชิญกับสภาวะบางอย่าง แต่พึงนำพาตนเองก้าวผ่านไปได้
- แม้เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ...แต่ได้มองเห็นร่องรอยแห่งความดงามที่ปรากฏขึ้นภายใต้คำว่า "ชีวิตและลมหายใจ"
...
๙ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๙

ต้นแบบของการใช้โอกาสของวิถีแห่งการงานเป็นพื้นที่ของการบ่มเพาะจิตใจด้านในให้เจริญงอกงาม แม้ต้องเผชิญกับสภาวะบางอย่าง แต่พึงนำพาตนเองก้าวผ่านไปได้.....
เป็นสิ่งสำคัญ..
เราต้องก้าวข้ามสิ่งที่คิดว่ายาก สิ่งที่คิดว่าเป็นทุกข์
ค่อยๆๆทำ
เริ่มทีละน้อย เริ่มที่ตัวเอง
ไม่ต้องโทษสิ่งแวดล้อมรอบตัว
เราก็จะพบสุขเช่นกันค่ะ