นักโทษล้นคุกเป็นวิกฤติหรือโอกาส

ตรรกะ และ วิสัยทัศน์ของคุกไทยต่อปัญหานักโทษล้นคุก (Prison overcrowding) แท้จริงเป็นวิกฤติ หรือ เป็นโอกาสในการใช้แรงงานนักโทษ (Penal Labour) ให้เป็นประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ ...............


นักโทษล้นคุกเป็นวิกฤติหรือโอกาส


วินัย เจริญเฉลิมศักดิ์


นักโทษล้นคุก (Prison overcrowding) แท้จริงเป็นวิกฤติ หรือ โอกาส เพราะเจากข้อเท้จจริงเรือนจำในประเทศต่างๆ หลายประเทศที่มีนโยบายเน้นหนักในการใช้แรงงานนักโทษให้เป็นประโยชน์กับเศรษฐกิจ ตามทฤษฎีลดค่าใช้จ่ายคุก ( Reduction in immediate costs Theory) เช่น อังกฤษ สหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย รัสเซีย จีน ญี่ปุ่น ที่มีความต้องการเพิ่มจำนวนนักโทษในปริมาณที่ค่อนข้างมาก เช่น ประเทศจีนที่เคยมีนโยบายให้คุกหาเลี้ยงตนเองโดยจัดหาที่ดินทำกินให้โดยไม่ต้องใช้งบประมาณของรัฐ และ สหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะคุกเอกชน (Private prison) ในสหรัฐอเมริกา ที่ยอมลงทุนถึงขนาดไปลอบบี้สภานิติบัญญัติมลรัฐ (State Legislature) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมลรัฐ (Member of Parliament) ในการขอความร่วมมือหาทางออกกฎหมายเพื่อช่วยเพิ่มปริมาณนักโทษในคุก หรือ ที่เรียกล้อกันเป็นสำนวนว่า คุกต้องการคุณ (I want you in Prison)


ปัจจัยที่สนับสนุนให้คุกเอกชนมีความต้องการนักโทษจำนวนมากมีสาเหตุมาจาก นักโทษที่ติดคุกมิได้มาติดคุกด้วยมือเปล่า แต่มาพร้อมกับงบประมาณค่าอาหาร ค่าที่พัก เสื้อผ้า ค่ารักษาพยาบาล ซึ่งจะปรากฏอยู่ในสัญญาคุกเอกชน และ ยังมีสาระสำคัญ หรือ เงื่อนไขที่น่าสนใจประการหนึ่ง คือ สัญญาค้ำประกันจำนวนเตียง หรือ จำนวนนักโทษ ที่รัฐตกลงค้ำประกันว่าจะจ่ายงบประมาณเลี้ยงดูนักโทษ ดังกล่าว เป็นระยะเวลานานนับสิบปี ยี่สิบปี หรือ สามสิบปี แล้วแต่ข้อตกลงในสัญญาคุกเอกชน ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลมลรัฐจะตกลงค้ำประกันงบประมาณค่าเตียง หรือ งบประมาณค่าเลี้ยงดูนักโทษเป็นรายหัว อยู่ที่ร้อยละ ๘๐ ถึงร้อยละ ๑๐๐ (รับประกันการขาดทุน หมายถึง แม้จะไม่มีนักโทษรัฐก็ยังต้องรับภาระจ่ายค่าเลี้ยงดูเป็นรายหัวตามร้อยละที่กำหนดไว้ในสัญญา แต่ถ้ามีจำนวนนักโทษจริงมากเท่าไรก็จะเป็นการดีเพราะจะได้รับค่าเลี้ยงดูรายหัวเพิ่มขึ้นเต็มจำนวนเท่ากับจำนวนนักโทษ) นอกจากประเด็นสำคัญที่นักโทษมาติดคุกพร้อมกับงบประมาณค่าเลี้ยงดูเป็นรายหัวจากรัฐแล้ว ที่สำคัญ คือ นักโทษทุกคนมีมือ มีเท้า และ มีสมอง ติดมาด้วย เรียกว่า แรงงานนักโทษ (Penal Labour) นั่นก็หมายความว่าถ้าคิดแบบเศรษฐศาสตร์คุก (Prison Economics) สมมุติว่ามีนักโทษมาติดคุก ๑,๐๐๐ คน ก็เท่ากับว่า บริษัท คุกเอกชน มีแรงงานฟรี เพิ่มขึ้น ในบริษัท ๑,๐๐๐ คน ถ้าสมมุติต่อไปว่านักโทษสามารถทำงานได้ตามค่าแรงงานขั้นต่ำ วันละ ๓๐๐ บาท ก็สามารถเอาจำนวนนักโทษ ๑,๐๐๐ คน คูณด้วย ๓๐๐ คูณด้วย ๓๖๕ วัน จะได้ค่าแรงในหนึ่งปีเท่ากับ ๑๐๙,๕๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งร้อยเก้าล้านห้าแสนบาทถ้วน) สมมุติว่าถ้ามีนักโทษ ๓๐๐,๐๐๐ คน คูณด้วยค่าแรงงานขั้นต่ำ วันละ ๓๐๐ คูณด้วย ๓๖๕ จะได้ค่าแรงในหนึ่งปีเท่ากับ ๓๒,๘๕๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท (สามหมื่นสองพันแปดร้อยห้าสิบล้านบาทถ้วน) กรณีนี้จึงเป็น “การมองปัญหานักโทษล้นคุกให้เป็นโอกาส”


เรือนจำอุตสาหกรรมอลาบามา สหรัฐอเมริกา


ในขณะที่ผู้เกี่ยวข้องในคุกไทยได้แสดงความเดือนร้อน กังวล กับปัญหา ดังกล่าว มาเป็นเวลานาน และ ได้พยายามส่งเสียงร้องตะโกนบอกกับสังคมผ่านเวทีประชุมสัมมนาต่างๆ ตลอดมาว่า “นักโทษล้นคุก วิกฤติที่ต้องแก้ไข ” และ ท้ายที่สุดก็จบลงด้วยการของบประมาณมาใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหานักโทษล้นคุกในรูปแบบต่างๆ ที่เห็นได้ชัด คือ ความพยายามในการของบประมาณก่อสร้างคุกเพิ่มในรูปแบบต่างๆ เป็นต้น กรณีนี้จึงอาจเป็น “การมองปัญหานักโทษล้นคุกให้เป็นวิกฤติ




โดยสรุป


เมื่อเปรียบเทียบบริบทว่าด้วยจำนวนนักโทษที่เพิ่มขึ้นระหว่างเรือนจำเอกชนในสหรัฐอเมริกา และ บริบทว่าด้วยจำนวนนักโทษในคุกไทยในประเด็น “นักโทษล้นคุก แท้จริงเป็นวิกฤติ หรือ โอกาส” ทำให้พบจุดเหมือน จุดต่าง จุดดี จุดเสีย จุดอ่อน จุดแข็ง จุดเด่น จุดด้อย รวมตลอดถึง “ตรรกะ และ วิสัยทัศน์ของคุกต่อจำนวนนักโทษที่เพิ่มขึ้น” กล่าวคือ คุกเอกชนในสหรัฐอเมริกา มีความต้องการนักโทษจำนวนมาก เพราะพบว่า การมีนักโทษจำนวนมาก เสมือนกับมีขุมทรัพย์จำนวนมากมายมหาศาล ซึ่งขุมทรัพย์ในความหมาย ดังกล่าว หมายถึง แรงงานนักโทษ (Penal Labour) ที่สามารถแปลงแรงงานนักโทษ ดังกล่าว ให้เป็นระบบเรือนจำแรงงาน (Prison Labour) และ เรือนจำอุตสาหกรรม (Prison Industry) ทั้งรับจ้างแรงงาน การผลิตสินค้าและผลิตภัณฑ์ จำหน่ายให้กับทั้งภาครัฐและภาคเอกชนสามารถสร้างกำไรให้กับคุกเอกชน ถึงขนาดที่บางคนได้กล่าวว่า "คุกธุรกิจที่ร่ำรวยกว่าค้ายาเสพติด" ในขณะที่คุกไทยได้แต่พยายามส่งร้องเสียงตะโกนบอกกับสังคมว่า “นักโทษล้นคุก วิกฤติที่ต้องแก้ไข” และ ท้ายที่สุดก็จบลงด้วยการของบประมาณมาใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหานักโทษล้นคุกในรูปแบบต่างๆ ดังกล่าว โดยไม่ได้ให้ความสำคัญกับแรงงานนักโทษเช่นเดียวกับนานาอารยประเทศ จึงสงสัยว่า "ตรรกะ และ วิสัยทัศน์ของคุกไทยต่อปัญหานักโทษล้นคุก แท้จริงเป็นวิกฤติที่ต้องแก้ไข หรือ เป็นโอกาสในการใช้แรงงานนักโทษให้เป็นประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ รวมตลอดถึงโอกาสในการนำแนวคิดการจำคุกที่บ้านด้วยระบบอิเล็คทรอนิกส์ (House Arrest Electronic Monitoring) หรือ การปฏิบัติต่อนักโทษในชุมชนมาใช้โดยไม่ต้องใช้คุก" หรือไม่ประการใด นั้น เห็นว่าท่านผู้อ่านพอจะมองเห็นคำตอบจากข้อเท็จจริง ดังกล่าว ข้างต้น


.........................



อ้างอิง


บทความ เรื่อง เรือนจำธุรกิจที่ร่ำรวยกว่าค้ายาเสพติด ของวินัย เจริญเฉลิมศักดิ์ เว็บไซต์ gotoknow

บทความ เรื่อง นักโทษไทยแรงงานที่สูญเปล่า ของวินัย เจริญเฉลิมศักดิ์ เว็บไซต์ gotoknow

บทความ เรื่อง เศรษฐกิจคุก ของวินัย เจริญเฉลิมศักดิ์ เว็บไซต์ gotoknow

ข้อมูลภาพจากเว็บไซต์ https://www.google.co.th/search?q=I+want+you+in+Prison , เว็บไซต์

https://www.google.co.th/search?q=Prison+Labor+is+Industry และ

เว็บไซต์ https://www.google.co.th/search?q=นักโทษล้นคุก




บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เครือข่ายกระบวนการยุติธรรมเชิงพุทธ กฎหมายและการบังคับโทษจำคุกเชิงพุทธ และ เครือข่ายทนายความเชิงพุทธ



ความเห็น (7)

เขียนเมื่อ 

บ้านเรามีแรงงานมากเลยครับ

ชอบใจฝีมืองานคนในคุุกครับ

ขอบคุณมากๆครับ

เขียนเมื่อ 

ได้ความรู้มากเลยค่ะ ท่านอาจารย์ โดยเฉพาะ "คุกเอกชน" เป็นระยะเวลานานนับสิบปี ยี่สิบปี หรือ สามสิบปี แล้วแต่ข้อตกลงในสัญญาคุกเอกชน กับคุกรัฐบาล นะคะ .... เงินทั้งนั้น นะคะ

เขียนเมื่อ 

เปรียบเทียบได้ชัดเจนมากครับ

ขอขอบคุณอาจารย์ ดร.ขจิต ฝอยทอง แทนกรมราชทัณฑ์ ด้วยน่ะครับที่ท่านชอบฝีมืองานคนคุก ปัจจุบันแรงงานนักโทษในคุก ณ 1 มกราคม 2558 มีนักโทษทั้งสิ้น 271,787 คน แต่จากข้อมูลในปี 2554 พบว่า นักโทษไทยสามารถทำงานเป็นประโยชน์กับทางเศรษฐกิจ คิดเป็นเงินโดยเฉลี่ย วันละ ประมาณ 2.11 บาท (สองบาทสิบเอ็ดสตางค์) ต่อกำลังผลิตของนักโทษต่อคนต่อวัน จึงมีแนวโน้มว่าอาจเป็นแรงงานที่สูญเปล่า...

ขอขอบคุณอาจารย์ Dr. Somsri P'Ple Nawarat
(Dr.Ple) มากครับ ที่กรุณาติดตามและให้ความเห็นเกี่ยวกับ "คุกเอกชน" ความจริงแล้วไม่ว่าจะเป็นคุกเอกชน หรือ คุกของรัฐ ต่างก็มีผลประโยชน์มหาศาล ต่างประเทศเขาเรียก "คุกที่สลับซับซ้อน" หมายถึง ผลประโยชน์ที่สลับซับซ้อน สำหรับคุกไทย เรียกว่า "แดนสนธยา" หมายถึง แดนที่เสมือนมีบางสิ่งบางอย่าง (ผลประโยชน์) ที่ลึกลับ และ มีปัญหา (ผลประโยชน์) ที่สลับซับซ้อนแอบแฝงให้น่าสงสัยอยู่มาก...ซึ่งเป็นลักษณะที่เหมือนกัน ส่วนลักษณะต่าง คือ ข้อมูล เรื่องผลประโชน์ของของคุกเอกชนเป็นที่เปิดเผย ส่วนข้อมูลเรื่องผลประโยชน์ของคุกรัฐเป็นความลับ (เนียนมาก).... นักวิชาต่างประเทศจึงเรียกว่า "คุกธุรกิจที่ร่ำรวยกว่าค้ายาเสพติด).....ขอบคุณอาจารย์มากครับ

ขอขอบคุณอาจารย์ต้นมากน่ะครับ ที่กรุณาแสดงความคิดเห็น และชมว่าเป็นการเปรียบที่ชัดเจนมาก และ ขอเรียนว่าแม้จะเป้นเรื่องจริง แต่ประเด็นปัญหา คือ "ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย แต่คนที่ที่พูดความจริงจะตายเสียก่อน"...เพราะ "คุกสลับซับซ้อน" หรือ "แดนสนธยา"...

ขอขอบคุณอาจารย์มะเดื่อมากน่ะครับ ที่กรุณาติดตาม....