ประสบการณ์ที่ผ่านไปแล้ว บวกกับความคิดใคร่ครวญในเรื่องราวต่าง ๆ

สิ่งเหล่านี้เป็นเสมือนครูแห่งชีวิต

สอนเรา เตือนและเป็นบทเรียนที่ทำให้เรารู้จักมีความสงบ มั่นคง มีความสุขน้อยง่ายเรียบและงาม

..

ไม่หวั่นไหวไปกับสายลมหนาว

แสงแดดเจิดจ้า

หาดทรายสีน้ำตาลนวลเม็ดละเอียดและชุ่มน้ำทะเล

ฟองคลื่นขาวโพลน


วันนี้อบอุ่นพร้อมพรั่งความสุข

วันอื่น ๆ ยังไม่รู้

..

..... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/566015


ผู้เขียน อ่านบันทึกนี้อยู่หลายรอบ...เพราะคนเขียนบันทึกฉบับนี้ มีต้นทุนชีวิตทั้งทางโลก และทางธรรม ที่มากพอ.. พอที่จะนำพาสองสิ่งนี้...มาเผื่อแผ่ให้ผู้คนได้คิดได้พิจารณา... ในความเป็นไปของสรรพสิ่ง

..

บทเรียนที่คุณหมอภูสุภา..ขมวดปมทิ้งไว้นั้น มันมีคำพิเศษ อยู่หลายคำนัก

และผู้เขียนเชื่อว่า...นี่มิใช่งานเขียนที่เขียนไว้เพียงแค่ฉาบฉวย...แล้วปล่อยให้มันผ่านไปหรอกนะ!!

..

คุณหมอภูฯ ...เขียนสิ่งใดไว้หรือ?

..

ความสงบ มั่นคง มีความสุขน้อยง่ายเรียบและงาม

ทุกสิ่งในโลกล้วนเป็นอนิจจัง ไม่เที่ยง ไม่จริง ไม่นิ่ง ไม่จีรัง ผันแปร

เตรียมตัว เตรียมใจ มีสติ สัมปชัญญะ หมั่นเจริญภาวนาจนกว่าเกิดความรู้ความเข้าใจ

เพื่อเป็นพลังใจ...เป็นที่พึ่ง...เป็นกัลยาณมิตร


..



สิ่งที่คุณหมอภูฯ เขียน ..สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผู้เขียน อยากสรุปตบท้ายไว้กับบันทึกแห่งปีบันทึกนี้นั่นก็คือ...

..

คนเรานั้น มันมี อยู่สองสิ่ง ที่ต้องไปด้วยกันเสมอนั่นก็คือ ....พลังกายและพลังใจ ---->สองสิ่งนี้เอง..ที่ทำให้เกิด"พลังแห่งชีวิต"

เมื่อร่างกายเราอ่อนล้าลง จากทุกสถานการณ์ที่เราต้องแบกรับ ....การที่จะเราจะต้องดำรงชีวิตอยู่ต่อไปนั่นคือ...พลังกายของเรา สุขหรือเศร้า ร่ำรวยหรือขัดสน ....มันก็ต้องดิ้นรนให้มีชีวิตอยู่ อยู่ไปจนกว่า...จะถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ...

และสิ่งที่คุณหมอภูฯ เขียนทิ้งไว้ ประโยคนี้เอง.. เตรียมตัว เตรียมใจ มีสติ สัมปชัญญะ หมั่นเจริญภาวนาจนกว่าเกิดความรู้ความเข้าใจ

เพื่อเป็นพลังใจ ...เป็นที่พึ่ง....และเป็นกัลยาณมิตร

..

ประโยคนี้เองที่ทำให้ ผู้เขียนมอง...เห็นบางสิ่งบางอย่างที่คุณหมอ อยากสื่อ...สิ่งนั้นก็คือ พลังใจของเรา นั่นเอง...และการที่เราจะให้ได้มาซึ่งพลังใจนั้น มันมีเพียงวิธีเดียวเท่านั้น ที่เราจะเรียกร้องและไขว่คว้า สิ่งนี้มาเป็นที่พึ่งของเรา และสิ่งนี้เองจะเป็นกัลยาณมิตรที่ซื่อสัตย์ที่สุดของเรา... มันมีเพียงหนทางเดียวเท่านั้น... จริง ๆ

..

คุณหมอได้เขียนแผนที่ชีวิต...ไว้ให้เราคิด... อยู่ที่ว่า...เราจะเลือกเดินหรือเปล่า?.... มันก็เท่านั้นเอง...

..

และสำหรับตัวผู้เขียนแล้ว...ทางสายนี้.. คือทางที่ผู้เขียนเลือกที่จะเดินเช่นกัน ... พลังใจที่เราจะได้นั้น... มันไม่มีใครคนไหนหรอกนะ!!..ที่จะหยิบยื่นสิ่งนี้ให้กับเราได้...นอกจากตัวของเราเอง..ที่จะเป็นผู้หยิบมอบให้กับตัวเอง..

..

..พินัยกรรมชีวิตนี้..เราเท่านั้นที่จะเป็นผู้เลือก...แล้วเราจะเลือกทางไหนดีละ?...

..

คนบางคนใช้ชีวิต... ปล่อยวันเวลาให้มันสูญเปล่าไปวัน... วัน แต่คนบางคน..ค้นหาสิ่งนี้จนพบเจอ และเมื่อพบเจอแล้วเขาก็ตั้งต้นเดินทางไปตามครรลองของมัน และที่สุดสายปลายทางของชีวิตนั้น... พินัยกรรมชีวิตนี้..จะตามติดตัวเขาไป

..

..

มันจะอุ่นใจเพียงไหน?..มิอาจรู้ได้...แต่สำหรับผู้เขียนแล้ว สิ่งนี้คือ... กัลยาณมิตรที่ซื่อสัตย์ และจะเป็นที่พึ่งสุดท้ายของชีวิตเพราะ นี่คือ... พลังใจ... จากที่ผู้เขียนสื่อความหมายที่คุณหมอภูสุภาเขียนทิ้งไว้ ...การเจริญภาวนา..คือสิ่งที่คุณหมอหมายถึง...สิ่งนี้คือ การทำสมาธิ...ประมาณนี้ใช่มั้ยครับ

..

..

ขอบขอบคุณ บันทึกแห่งปี บันทึกนี้.. ของคุณหมอภูสุภา มากนะครับ