10 บันทึกแห่งปี(บันทึกที่ 4) ความสุขน้อย ๆ ง่าย ๆ เรียบและงาม.....ของแพทย์คนหนึ่ง

ประสบการณ์ที่ผ่านไปแล้ว บวกกับความคิดใคร่ครวญในเรื่องราวต่าง ๆ

สิ่งเหล่านี้เป็นเสมือนครูแห่งชีวิต

สอนเรา เตือนและเป็นบทเรียนที่ทำให้เรารู้จักมีความสงบ มั่นคง มีความสุขน้อยง่ายเรียบและงาม

..

ไม่หวั่นไหวไปกับสายลมหนาว

แสงแดดเจิดจ้า

หาดทรายสีน้ำตาลนวลเม็ดละเอียดและชุ่มน้ำทะเล

ฟองคลื่นขาวโพลน


วันนี้อบอุ่นพร้อมพรั่งความสุข

วันอื่น ๆ ยังไม่รู้

..

..... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/566015


ผู้เขียน อ่านบันทึกนี้อยู่หลายรอบ...เพราะคนเขียนบันทึกฉบับนี้ มีต้นทุนชีวิตทั้งทางโลก และทางธรรม ที่มากพอ.. พอที่จะนำพาสองสิ่งนี้...มาเผื่อแผ่ให้ผู้คนได้คิดได้พิจารณา... ในความเป็นไปของสรรพสิ่ง

..

บทเรียนที่คุณหมอภูสุภา..ขมวดปมทิ้งไว้นั้น มันมีคำพิเศษ อยู่หลายคำนัก

และผู้เขียนเชื่อว่า...นี่มิใช่งานเขียนที่เขียนไว้เพียงแค่ฉาบฉวย...แล้วปล่อยให้มันผ่านไปหรอกนะ!!

..

คุณหมอภูฯ ...เขียนสิ่งใดไว้หรือ?

..

ความสงบ มั่นคง มีความสุขน้อยง่ายเรียบและงาม

ทุกสิ่งในโลกล้วนเป็นอนิจจัง ไม่เที่ยง ไม่จริง ไม่นิ่ง ไม่จีรัง ผันแปร

เตรียมตัว เตรียมใจ มีสติ สัมปชัญญะ หมั่นเจริญภาวนาจนกว่าเกิดความรู้ความเข้าใจ

เพื่อเป็นพลังใจ...เป็นที่พึ่ง...เป็นกัลยาณมิตร


..



สิ่งที่คุณหมอภูฯ เขียน ..สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผู้เขียน อยากสรุปตบท้ายไว้กับบันทึกแห่งปีบันทึกนี้นั่นก็คือ...

..

คนเรานั้น มันมี อยู่สองสิ่ง ที่ต้องไปด้วยกันเสมอนั่นก็คือ ....พลังกายและพลังใจ ---->สองสิ่งนี้เอง..ที่ทำให้เกิด"พลังแห่งชีวิต"

เมื่อร่างกายเราอ่อนล้าลง จากทุกสถานการณ์ที่เราต้องแบกรับ ....การที่จะเราจะต้องดำรงชีวิตอยู่ต่อไปนั่นคือ...พลังกายของเรา สุขหรือเศร้า ร่ำรวยหรือขัดสน ....มันก็ต้องดิ้นรนให้มีชีวิตอยู่ อยู่ไปจนกว่า...จะถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ...

และสิ่งที่คุณหมอภูฯ เขียนทิ้งไว้ ประโยคนี้เอง.. เตรียมตัว เตรียมใจ มีสติ สัมปชัญญะ หมั่นเจริญภาวนาจนกว่าเกิดความรู้ความเข้าใจ

เพื่อเป็นพลังใจ ...เป็นที่พึ่ง....และเป็นกัลยาณมิตร

..

ประโยคนี้เองที่ทำให้ ผู้เขียนมอง...เห็นบางสิ่งบางอย่างที่คุณหมอ อยากสื่อ...สิ่งนั้นก็คือ พลังใจของเรา นั่นเอง...และการที่เราจะให้ได้มาซึ่งพลังใจนั้น มันมีเพียงวิธีเดียวเท่านั้น ที่เราจะเรียกร้องและไขว่คว้า สิ่งนี้มาเป็นที่พึ่งของเรา และสิ่งนี้เองจะเป็นกัลยาณมิตรที่ซื่อสัตย์ที่สุดของเรา... มันมีเพียงหนทางเดียวเท่านั้น... จริง ๆ

..

คุณหมอได้เขียนแผนที่ชีวิต...ไว้ให้เราคิด... อยู่ที่ว่า...เราจะเลือกเดินหรือเปล่า?.... มันก็เท่านั้นเอง...

..

และสำหรับตัวผู้เขียนแล้ว...ทางสายนี้.. คือทางที่ผู้เขียนเลือกที่จะเดินเช่นกัน ... พลังใจที่เราจะได้นั้น... มันไม่มีใครคนไหนหรอกนะ!!..ที่จะหยิบยื่นสิ่งนี้ให้กับเราได้...นอกจากตัวของเราเอง..ที่จะเป็นผู้หยิบมอบให้กับตัวเอง..

..

..พินัยกรรมชีวิตนี้..เราเท่านั้นที่จะเป็นผู้เลือก...แล้วเราจะเลือกทางไหนดีละ?...

..

คนบางคนใช้ชีวิต... ปล่อยวันเวลาให้มันสูญเปล่าไปวัน... วัน แต่คนบางคน..ค้นหาสิ่งนี้จนพบเจอ และเมื่อพบเจอแล้วเขาก็ตั้งต้นเดินทางไปตามครรลองของมัน และที่สุดสายปลายทางของชีวิตนั้น... พินัยกรรมชีวิตนี้..จะตามติดตัวเขาไป

..

..

มันจะอุ่นใจเพียงไหน?..มิอาจรู้ได้...แต่สำหรับผู้เขียนแล้ว สิ่งนี้คือ... กัลยาณมิตรที่ซื่อสัตย์ และจะเป็นที่พึ่งสุดท้ายของชีวิตเพราะ นี่คือ... พลังใจ... จากที่ผู้เขียนสื่อความหมายที่คุณหมอภูสุภาเขียนทิ้งไว้ ...การเจริญภาวนา..คือสิ่งที่คุณหมอหมายถึง...สิ่งนี้คือ การทำสมาธิ...ประมาณนี้ใช่มั้ยครับ

..

..

ขอบขอบคุณ บันทึกแห่งปี บันทึกนี้.. ของคุณหมอภูสุภา มากนะครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน นักเขียนในดวงใจ



ความเห็น (8)

เขียนเมื่อ 

ชอบอ่านบันทึกของคุณหมอ ภูสุภา เช่นกันครับ

เป็นบันทึกสั้นๆแต่ลึก กินใจน่ะครับ

เขียนเมื่อ 

คุณหมอหายไปนานหลายวันแล้วนะ

เขียนเมื่อ 

"ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน"..คนโบราณ..สอนไว้..น่ะเจ้าค่ะ...คุณแสงแห่ง..ความดี..ฝากความคิดถึงคุณหมอ..ภูสุภาผ่านหน้านี้..ไปด้วยเจ้าค่ะ..ขอให้ถึงซึ่งพลังแห่งกายแลใจเจ้าค่ะ..และเช่นกันนะเจ้าคะคุณแสงแห่งความดี...

ความไม่มีโรค..เป็นลาภอันประเสริฐ..

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะน้องแสงแห่งความดี


เสียงเพรียกจากบันทึกของน้องแสง บันทึกนี้ ทำให้พี่ต้องล็อกอินเข้ามาตอบบันทึกของน้องแสง หลังจากที่ช่วงหลัง เรามีความสงบ ราบเรียบ กลาง ๆ และมีสุขพอเพียงกับการงาน จนห่างหายจากโซเชียลและการเขียนบันทึก

พาให้เกิดแรงบันดาลใจที่จะเขียนบันทึกของตัวเองอีกหนึ่งบันทึก


ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณน้องแสงมากที่ขุดกรุบันทึกเก่าของพี่ พาให้พี่ได้กลับไปอ่านบันทึกที่ว่าใหม่

อ่านช้า ๆ อย่างละเลียดและครุ่นคิดคำนึงถึงวันสวยงามแบบนั้น ก่อให้เกิดความสุขแบบน้อย ๆ ง่าย ๆ เรียบ ๆ จนต้องบันทึกเก็บไว้

นั่งคิดดูว่า ณ วันคืนแห่งห้วงชีวิตนั้น เราคิดถึงอะไรอยู่ เราฝากหรือซ่อนนัยใดไว้ในนั้น

ซึ่งน้องแสงอ่าน คิดตามและเขียนบันทึกนี้ต่อยอด

ทำให้พี่ เมื่อกลับไปอ่านบันทึกตัวเองใหม่ แล้วมาอ่านบันทึกน้องแสง

ไม่น่าเชื่อว่า เรื่องราวมันต่อกันได้ เป็นเนื้อเดียวกัน เหมือนเป็นคำตอบ หรือคำอธิบายให้แจ้งขึ้น


การบันทึกเรื่องราว สื่อข้อความ บางครั้งเราทำได้ไม่ดี ส่งผ่านความคิดออกไปไม่ได้

แต่จากบันทึกนี้และบันทึกของน้องแสง ทำให้เกิดปิติที่เราสื่อข้อความออกได้
และหรือคือ ความคิดที่น้องแสงต่อยอดให้ ช่วยให้ความกระจ่างมากขึ้น ทั้งต่อพี่ ผู้เขียนบันทึกและเผื่อท่านอื่นที่มาอ่าน


ขอทิ้งท้ายไว้ด้วยข้อความนี้ที่คุณส.รตนภักดิ์ ได้คัดเลือกออกมาจากบันทึกดังกล่าวว่า

"ระลึกรู้ทุกขณะว่า ทุกสิ่งในโลกล้วนเป็นอนิจจัง ไม่เที่ยง ไม่จริง ไม่นิ่ง ไม่จีรัง ผันแปร ไม่อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ใด ๆ เปลี่ยนแปลงหมุนวนนอกเหนือการควบคุม"..... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/566015

ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ



ผมเชื่ออยู่อย่างหนึ่งนะครับคุณ พิชัย ครับ

คนที่มีความคิดคล้าย ๆ กัน เมื่อพบเจอกัน มันมีบางสิ่งบางอย่างที่ส่งถึงกันได้นะครับ

..ว่าแต่ว่า...เรายังไม่เคยเจอกันเลยเนอะ

..

แต่ผมเชื่อนะครับว่า...แม้นว่าเราจะไม่เคยเจอกัน แต่ความคิดที่คล้ายกันนั้น มันมีพลังแห่งความศรัทธาแฝงอยู่..แค่มองหน้ากัน ความขัดแย้งก็ไม่เกิดแล้วละครับ...เอาละซิ..

..

สักวันเราคงได้เจอกันนะครับ..

คุณหมอภูฯกลับมาให้ติดตามอ่านและคิดตามกันแล้วนะครับ.. คุณครูมะเดื่อ

:)

มาร่วมชื่นชมความสุขจากการอ่านบันทึกดีๆนี้เช่นกันค่ะ

ความไม่มีโรค..เป็นลาภอันประเสริฐ.......

ชอบใจคำนี้ของยายมากเลยครับ

..

รู้นะว่ายาย คิดอะไรอยู่!!