ประเภทของทรัมเป็ต

ทรัมเป็ตเป็นเครื่องดนตรีที่ประกอบไปด้วยหลายคีย์ได้แก่ B-flat, C, D, E-flat เป็นต้น ซึ่งมีความแตกต่างกันในเรื่องของระดับเสียงและลักษณะของเสียงจากความสั้นยาวของท่อที่ไม่เท่ากัน และแต่ละเครื่องมีโอกาสใช้ในการบรรเลงที่แตกต่างกัน แต่ทรัมเป็ตทุกประเภทนั้นใช้ระบบนิ้วและการบันทึกโน้ตในช่วงเสียงแบบเดียวกัน ประเภทของทรัมเป็ตมีดังต่อไปนี้

B-flat, C Trumpet

  • B-flat trumpet เป็นทรัมเป็ตที่นิยมใช้กันมากที่สุด ซึ่งบทเพลงประเภท Band music มักจะเขียนให้กับทรัมเป็ตคีย์นี้ ส่วน C trumpet มีการใช้เป็นเวลานานกว่า 100 ปีแล้วในประเทศฝรั่งเศส โดยทั่วไปแล้วมักจะใช้ในงานประเภท Orchestra ข้อแตกต่างระหว่าง 2 เครื่องนี้คือ C trumpet จะให้ลักษณะเสียงที่สว่างใสกว่า B-flat trumpet สำหรับเมาส์พีชที่เป็นมาตรฐานของทรัมเป็ตสามารถใช้ร่วมกันได้ทั้ง 2 เครื่องนี้


D trumpet

  • D trumpet ถูกใช้บ้างในบางโอกาสำหรับบทเพลงที่มีช่วงเสียงสูง เพราะง่ายต่อการควบคุม ส่วนมากมีไว้สำหรับเล่นบทเพลงในสมัยบาโรค (Baroque) และมีบ้างในงานประเภท Orchestra สำหรับเมาส์พีชที่เป็นมาตรฐานของทรัมเป็ตสามารถใช้ได้หรือจะเลือกใช้เมาส์พีชเฉพาะสำหรับ D trumpet ก็มีเช่นกัน


E-flat trumpet

  • E-flat Trumpet ส่วนใหญ่ใช้บรรเลงในบทเพลงประเภท Concerto อย่างเช่น trumpet concerto ของ Franz Joseph Haydn และ Johann Nepomuk Hummel อาจใช้บางในงานประเภท Orchestra เพื่อความสะดวกและการตอบสนองที่ดี สำหรับเมาส์พีชที่เป็นมาตรฐานของทรัมเปตสามารถใช้ได้หรือจะเลือกใช้เมาส์พีชเฉพาะสำหรับ E-flat trumpet ก็มีเช่นกัน

E, F และ G trumpet

  • E, F และ G trumpet เป็นทรัมเป็ตที่มีโอกาสการในใช้น้อยและหายาก ใช้ในโอกาสที่บทเพลงมีความเฉพาะเจาะจง ทรัมเป็ตบางรุ่นสามารถเปลี่ยนคีย์ได้โดยการเปลี่ยน Bell โดยที่ Bell แต่ละคีย์มีความยาวไม่เท่ากัน E trumpet แต่เดิมพัฒนาขึ้นเพื่อบรรเลงในบทเพลง Hummel’s Trumpet Concerto ซึ่งคีย์ที่ถูกประพันธ์ขึ้นนั้นคือ E natural นั้นเอง F trumpet พัฒนาขึ้นเพื่อบรรเลงในบทเพลง Bach’s Second Brandenburg Concerto (ซึ่ง E, F trumpet ที่กล่าวมานี้ถูกทดแทนด้วยการใช้ piccolo trumpet ในคีย์ B-flat) G trumpet ส่วนมากใช้บรรเลงในบทประพันธ์ช่วงยุคบาโรค ลักษณะเสียงมีความใกล้เคียงกับ D trumpet แต่ให้ความสะดวกและมีความคล่องแคล่วใกล้เคียงกับ piccolo trumpet โดยอยู่ที่ความชื่นชอบของผู้เล่นเป็นผู้เลือก สำหรับเมาส์พีชที่เป็นมาตรฐานของทรัมเป็ตสามารถใช้ได้หรือจะเลือกใช้เมาส์พีชเฉพาะสำหรับ E, F และ G trumpet ก็มีเช่นกัน


Piccolo trumpet

  • Piccolo trumpet in B-flat และ A ให้เสียงที่สูงกว่า B-flat trumpet อยู่ 1 octave และตัวเครื่องมีความสั้นครึ่งต่อครึ่งของ B-flat trumpet ส่วนมากใช้ในการบรรเลงเพลงในช่วงเสียงที่สูง เราจะเลือกใช้ piccolo trumpet เป็นอันดับแรกในการบรรเลงบทเพลงยุคสมัยบาโรค โดยที่ในบทเพลงไม่ปรากฏโน้ต low C natural อย่างไรก็ตามบทเพลงในยุคนั้นมีการเขียนโน้ตนี้อยู่มาก จึงมีการเพิ่มลูกสูบ (Valve) ที่ 4 เพื่อขยายช่วงเสียงให้สามารถบรรเลงไปยังช่วงเสียงต่ำในขั้นคู่ 4 การเปลี่ยนคีย์จาก B-flat ไป A ก็มีความสะดวกด้วยการปรับท่อ tune ที่ leadpipe สำหรับเมาส์พีชที่เป็นมาตรฐานของทรัมเป็ตสามารถใช้ได้หรือจะเลือกใช้เมาส์พีชสำหรับ piccolo trumpet ก็มีเช่นกัน ผู้เล่นอาจเลือกใช้เมาส์พีชส่วนที่ Cup มีความตื้นเพื่อใช่ในการเล่นเสียงสูงง่ายขึ้น


Cornet

  • Cornet in B-flat และ E-flat ใช้สำหรับบรรเลงในวง Brass Band ซึ่งรูปลักษณะไม่เหมือนทรัมเป็ต ด้วยท่อทรงกรวยที่เห็นได้อย่างชัดเจน ส่งผลให้คุณภาพของเสียงมีความนุ่มมากกว่าทรัมเป็ต เนื่องจากท่อของคอร์เน็ต มีความคดเคี้ยวเยอะกว่าทรัมเป็ต ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนการใช้ลม ผู้เล่นอาจรู้สึกถึงแรงต้านที่มีมากขึ้นเพียงเล็กน้อยคอร์เน็ต เหมาะมากสำหรับผู้เริ่มเล่นเพราะมีขนาดเล็กกว่าและง่ายต่อการถือเครื่องคอร์เน็ต บางรุ่นเปลี่ยนคีย์ได้ด้วยการเปลี่ยนท่อ (Crooks) สำหรับเมาส์พีช Cornet ส่วนที่เป็น Backbore และ Shank มีขนาดสั้นกว่าจึงต้องใช้เมาส์พีชเฉพาะของคอร์เน็ต เมาส์พีชของคอร์เน็ตส่วนที่เป็น Cup มีลักษณะเป็น V-Shaped คือโค้งเป็นตัววีและตื้นมากกว่า C-Shaped


Flugelhorn

  • ส่วนมากอยู่ในคีย์ B-flat และมีบ้างในคีย์ C ส่วนใหญ่มี 3 ลูกสูบหรือ 4 ลูกสูบก็มีเช่นกัน ถูกพัฒนาขึ้นในประเทศเยอรมัน เนื่องจากมีลักษณะเป็นทรงกรวยมากกว่าคอร์เน็ตจึงให้เสียงที่นุ่มละมุนกว่า สำหรับเมาส์พีชควรใช้เฉพาะสำหรับฟลูเกิลฮอร์น ผู้เล่นมักเลือกใช้เมาส์พีชที่มีความลึกเป็นกรวยเพื่อให้ง่ายต่อการเน้นเสียง เป็นเครื่องดนตรีที่มีความท้าทายเพราะควบคุมยากในการเล่นช่วงเสียงสูง ด้วยลักษณะของเสียงที่นุ่มมากจึงทำให้เหมาะสำหรับการบรรเลงสไตล์ Jazz


Rotary Valve Trumpet

  • การถือเครื่องของ Rotary Valve Trumpet มีความแตกต่างจากทรัมเป็ตแบบลูกสูบ (Piston Valve) โดยที่ตำแหน่งการถืออยู่ที่ด้านข้างของตัวเครื่องดนตรี Rotary Valve Trumpet มีลักษณะเป็นท่อทรงกรวยไม่มากนัก ส่วนที่เป็น leadpipe และ bell มีความใหญ่กว้างมากกว่า ในความแตกต่างของลูกสูบ Rotary Valve ตอบสนองได้ช้ากว่า Piston Valve อย่างไรก็ตาม Rotary Valve Trumpet ให้เสียงที่กังวานกว่าเหมาะสำหรับใช้บรรเลงในวง Orchestra


Mellophone

  • Mellophone ถูกพิจารณาแล้วว่าอยู่ในประเภทของทรัมเป็ต อยู่ในคีย์ F มีระดับเสียงต่ำกว่าทรัมเป็ตเป็นคู่ P4 มี 3 ลูกสูบ นิยมใช้เป็นอย่างมากในวง Marching Band มักบรรเลงโดยนัก Horn


B-flat, C Bass Trumpet

  • มีระดับเสียงที่ต่ำกว่าทรัมเป็ตอยู่ 1 octave และให้ระดับเสียงเดียวกับ Trombone แต่มีลักษณะเสียงที่สว่างกว่าทรอมโบน มักใช้บรรเลงในงานประเภท Symphonic และ Opera อาจมีใช้บ้างในวง Jazz หรือ Marching Band เบสทรอมโบนมีทั้งแบบ Rotary Valve และ Piston Valve มักบรรเลงโดยนักทรอมโบน สำหรับเมาส์พีช Trombone หรือ Euphonium สามารถใช้ได้หรือเมาส์พีชเฉพาะสำหรับ Bass Trumpet ก็มีเช่นกัน