การปฏิรูประบบราชการไทย เขียนขึ้นเมื่อปลายปี พ.ศ. 2558

การปฏิรูประบบราชการไทย เขียนขึ้นเมื่อปลายปี พ.ศ. 2558

ในปัจจุบันเมื่อนำงบประมาณทั้งหมดจากภาษีอากรไปสู่การพัฒนาประเทศแล้วมีเหลือเพียง 20 %
จากผลการใช้จ่ายงบประมาณ จากภาษีอากรของประชาชน ทั้งประเทศ 100 % แบ่งเป็น

เงินเดือนและค่าจ้างของข้าราชการ ทั้งประเทศทุกหน่วยงาน ประมาณ 60 %

ค่าตอบแทน ใช้สอย วัสดุ ครุภัณฑ์ สาธารณูปโภค ของ ข้าราชการทุกหน่วยงาน ในการปฏิบัติงาน ประมาณ 20 %

ที่เหลือเป็น เงินภาษีที่เก็บได้นำไปพัฒนาประเทศ ประมาณ 20 %

ใน 20 % มีการนำเงินในอนาคตมาใช้พัฒนาประเทศไปก่อนหน้านี้แล้ว และต้องผ่อนส่ง ประมาณ 5 %
เหลือพัฒนาประเทศในปี นั้น ๆ ประมาณ 15 %

(*****เป็นตัวเลขโดยประมาณ สำหรับการวิเคราะห์ อาจคาดเคลื่อนไปบ้าง ตัวเลขจริง ต้องที่สำนักงบประมาณ)

ทิศทางของเงินเดือนในภาพรวม ก็เพิ่มขึ้นทุกปี จึงต้องมีการปฏิรูประบบราชการ ขึ้นในอีกไม่นาน ไม่อย่างนั้น ก็เท่ากับประชาชนจ่ายภาษี มาจ่ายเงินเดือนให้ ข้าราชการ และอำนวยความสะดวกให้ ข้าราชการ เป็นส่วนใหญ่ เหลือไว้พัฒนาประเทศเพียง 20 %

จากเหตุผลดังกล่าว ผู้เขียนจึงขอนำเรียนเสนอวิธีการปฏิรูประบบราชการ ดังนี้

1. ให้มีการจัดซื้อจัดจ้างได้เฉพาะที่กระทรวง หรือส่วนราชการเทียบเท่ากระทรวงเท่านั้น ยกเลิกการจัดซื้อจัดจ้างในระดับกรม หรือส่วนราชการที่เทียบเท่ากรมลง แบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อที่จะลดความซ้ำซ้อนในการใช้จ่ายงบประมาณ และหน่วยงานในกระทรวง หรือเทียบเท่ากระทรวง จะบูรณาการงานกันโดยอัตโนมัติ หน่วยงานระดับกรมจะลดน้อยลงในหน่วยที่ซ้ำซ้อนกัน และนำคนไปเพิ่มในหน่วยงานที่มีความจำเป็นในการให้บริการประชาชน ให้มากยิ่งขึ้น

2.ขยายเวลา การเกษียณอายุราชการออกไป เป็น 70 ปี เทียบเท่ากับ ข้าราชการตุลาการ จะได้ประโยชน์จากการที่จะได้ไม่ต้องจ่ายบำเหน็จ บำนาญในระยะ 10 ปี แล้วนำเงินเหล่านั้น มาพัฒนาประเทศ เป็นการดีกว่าการรับข้าราชการใหม่เข้ามาทำงาน จะต้องจ่ายเงินเดือน พร้อมทั้งจะต้องจ่ายบำนาญในอนาคต ก็จะทำให้เงินเดือนและค่าจ้างข้าราชการในภาพรวมไม่เพิ่มชึ้น ซึ่งจะทำให้งบประมาณในการพัฒนาประเทศไม่เป็นงบประมาณติดดินอย่างเช่นทุกวันนี

3. ลดงานในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคลง ส่งต่อไปให้ส่วนท้องถิ่นให้มากขึ้น เพราะท้องถิ่นจะเข้าใจสภาพปัญหาของท้องถิ่นดี และสามารถทำให้ประชาชนในท้องถิ่นมีความสุขได้มากกว่า

พีระพงศ์ วาระเสน (Bobbie)
4 ธันวาคม 2558

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกความคิดของ Peeraphong Varasen



ความเห็น (0)