6. หน้าต่างแห่งโอกาส -โอกาสทองในการพัฒนาสมองเด็ก

" หน้าต่างแห่งโอกาส"

ทักษะต่างๆที่เด็กควรได้รับการพัฒนาอย่างถูกต้องตามวัย ตามเวลา และ ตามโอกาสที่เหมาะสม

_________

ครูแม่แอนจึงขอขยายความคำว่า Window of opportunity หน้าต่างแห่งโอกาส นี้ให้ฟัง

เพื่อเตรียมพร้อมพัฒนาการของลูกนะคะ :

หน้าต่างแห่งโอกาส คือ

โอกาสทองของการพัฒนาสมองลูกอย่างเหมาะสม ในเวลาที่ถูกต้อง ซึ่งการพัฒนาในแต่ละเรื่องมีระยะเวลาในการพัฒนาได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่เท่ากัน หากพ่อแม่สามารถวางรากฐานพัฒนาการลูกตามหน้าต่างแห่งโอกาสได้ภายในระยะเวลา สิ่งต่างๆที่ได้วางฐานไว้ จะเป็นหลักชีวิตให้กับลูกได้อย่างยั่งยืนและมั่นคงต่อไปในอนาคต

แต่หากเด็กไม่สามารถเรียนรู้ได้ในช่วงเวลานี้ การจะพัฒนาความสามารถดังกล่าวได้เต็มศักยภาพอีกครั้งจะทำได้ยากขึ้นเรื่อยๆตามวัยที่เพิ่มขึ้น เพราะเท่ากับว่าช่วงเวลาที่ดีที่สุดของการฝึกเรื่องเหล่านี้ได้ผ่านพ้นไปเสียแล้ว

_________

พัฒนาการที่สำคัญที่ควรได้ฝึกช่วงวัยนี้ ที่อยากกล่าวถึง คือ

* พัฒนาการการรับมือกับอารมณ์ (Emotional Control) หน้าต่างแห่งโอกาสจะเปิดตั้งแต่ก่อน 1 ขวบ และปิดตอนอายุ 5 ขวบ หลังจากนั้น การฝึกเรื่องราวเหล่านี้จะยากขึ้นเรื่อยๆ

ดังนั้น เด็กในวัยนี้ ที่มีความเป็นตัวของตัวเอง ชอบการทดสอบ ทดลอง มีอารมณ์แปรปรวน ขี้หงุดหงิด โมโห เมือ่ไม่ได้ดังใจ สิ่งต่างๆเหล่านี้ พ่อแม่ไม่ควรเอามาเป็นอารมณ์ หรือ หงุดหงิดกับอารมณ์ของลูก. แท้จริงแล้ว การที่เด็กมีอารมณ์ที่หลากหลาย โมโห โกรธ เสียใจ หงุดหงิด ไม่พอใจ นับเป็นโอกาสอันดีที่คุณพ่อคุณแม่จะได้ใช้โอกาสที่ลูกๆมีอารมณ์เหล่านี้ มาใช้ในการฝึกให้ลูก"รู้จัก"อารมณ์ของตนเอง เพื่อจะได้รู้จักที่จะ"รับมือ"กับอารมณ์ของตนเองได้เป็นอย่างดีต่อไป

* พัฒนาการทางด้านการเข้ากับเพื่อน (Peer Social Skills) หน้าต่างแห่งโอกาสในเรื่องนี้ จะเปิดในช่วง 3-7 ปี ดังนั้น การพาลูกไปเรียนตามสถาบันต่างๆ เพื่ออยากให้ลูกได้ฝึกการเข้าสังคมก่อนช่วงเวลา 3 ปีต่างๆ หากพูดแล้ว ก็อาจไม่มีความจำเป็นเท่าใดนัก

แต่สิ่งที่สำคัญสำหรับเด็กวัย 0-3 ปี แท้จริง คือ การอยู่กับพ่อแม่ สร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน สร้างสายใยรักสัมพันธ์กัน (Attachment) สร้างความมั่นคงทาง"ใจ"ให้กับลูก เตรียมพร้อมใจลูกให้พร้อมที่จะเปิดตัวออกสู่โลกภายนอก โลกของเพื่อนๆ ที่ต้องมีการปฎิสัมพันธ์กัน ทั้งในทางเล่นกัน สนุกกัน และ ในทางที่พ่อแม่อาจไม่ชอบ คือ แย่งของเล่นกัน ดึงของกัน ทะเลาะกัน ซึ่งไม่ว่าการปฎิสัมพันธ์ของเด็กจะเป็นอย่างไร หากลูกเป็นเด็กที่มีความมั่นคงทางใจ กับพ่อแม่ และครอบครัว ดังนั้น ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น ลูกรู้ว่ามีกองหลังคอยหนุน กลับบ้านมา มีที่พึ่งพิงทางใจอยู่ เด็กจะพร้อมเผชิญหน้าและเรียนรู้โลกกว้างอย่างมุ่งมั่น ตั้งใจ และ สิ่งนี้จะเป็นการเสริมพัฒนาการให้ลูกเป็นเด็กชอบเรียนรู้ และเข้ากับเพื่อนได้ แม้บางครั้งอาจมีความคิดเห็นที่ไม่เหมือนกับเพื่อน. เราไม่จำเป็นต้องคิดเหมือนเพื่อน แต่เราก็เป็นเพื่อนกันได้ เด็กจะรู้จักปรับตัวในการอยู่กับเพื่อน เป็นทั้งผู้นำได้ และเป็นทั้งผู้ตามได้ในเวลาเดียวกันขึ้นกับสถานการณ์ สิ่งต่างๆเหล่านี้ ไม่ได้เกิดขึ้นมาตามวัย แต่ต้องเกิดจากการฝึกอย่างถูกต้อง และ หากฝึกได้เหมาะสมกับวัย เหมาะสมกับช่วงเวลาของหน้าต่างแห่งโอกาส การฝึกเรื่องราวต่างๆเหล่านี้ จะเป็นพื้นฐาน"ทักษะชีวิต"ที่ดีให้กับลูกต่อไปในอนาคตอย่างยั่งยืน

เมื่อเรารู้ว่า ทักษะการเข้าสังคมในเด็ก ไม่ได้พัฒนาขึ้นในช่วง 0-3 ปี แต่หากเรา"ต้องการ" อยากฝึกพัฒนาทักษะเหล่านี้ให้กับลูกโดยพาลูกไปเรียนตามสถานที่ต่างๆ ( ทั้งที่ยังไม่ถึงวัยเรียน) ขอเพียงให้ระลึกว่า เมื่อเด็ก 2คนที่มีพัฒนาการ Egocentric (เอาตัวเองเป็นใหญ่) อยู่ด้วยกัน 2คน เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่อาจเกิดขึ้นได้ ที่เด็กจะแย่งของเล่นกัน และอาจทำให้เกิดปัญหาทะเลาะกัน เรื่องที่เกิดขึ้นไม่มีใครผิด และ ไม่สามารถกล่าวโทษใครผิดได้ เพราะเป็นพัฒนาการตามวัยของทั้งสองคน และ หากในวัยนี้ เราฝึกลูกที่จะให้แบ่งปันสิ่งของกับเพื่อนโดยที่ลูกยังไม่รู้จักที่จะรักษาสิทธิ์ให้กับตนเอง ก็ขอเพียงให้ระลึกว่า สิ่งนี้ไม่ได้เป็นไปตามพัฒนาการ และ เราไม่สามารถคาดเดาว่าในอนาคตเรื่องนี้จะเกิดผลกระทบอย่างไรกับลูกต่อไป ทางที่ดีของเด็กวัยนี้ คือ การอยู่กับพ่อแม่ เพือ่สร้างสายใยสัมพันธ์กัน และหากเด็กเล็กอยู่ด้วยกัน 2 คน ก็ควรมีผู้ใหญ่อยู่ตรงกลางที่จะคอยดูแลให้แต่ละคนได้รับสิทธิ์ที่เหมาะสมของตน เพื่อส่งเสริมพัฒนาการที่ดีของเด็กทั้งสองคนต่อไป


ไม่มีเด็กคนไหนดี- ไม่ดี

ไม่มีเด็กคนไหนเก่ง -ไม่เก่ง

มีแต่เด็ก2คนที่เก่งคนละด้าน เก่งคนละแบบ เก่งคนละเรื่อง

เพราะเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน..

เด็กแต่ละคน แตกต่างกัน..โดยสิ้นเชิง

ขอให้มั่นใจว่า .. เรามีเด็กที่เก่งทั้งสองคน ..

เราแต่ละคนมีเด็กที่เก่งอยู่ในมือกันแล้วทุกคนค่ะ^^

ด้วยรัก

ครูแม่แอน

______________

Pic cr: ภาพจากงานประชุมวิชาการนานาชาติ

The 12th SEA Regional Scientific Meeting of the International Epidemiological Association jointed with The 2nd Annual Conference of TAI and Journalists and Writers Foundation (UN ECOSOC Member)

* Theme : Ensuring Child and Maternal Health - Key to Universal Health Coverage

* หัวข้อ Early Childhood Development , Priority Issues

* โดย ดร.นิตยา คชภักดี

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เลี้ยงลูกแบบ Win-Win



ความเห็น (0)