เขาชวนให้ไปสอนมัธยม พี่ไม่ไป ชวนไปสอนมหาวิทยาลัย พี่ก็ไม่ไป พี่เลือกจะสอนในโรงเรียนประถมศึกษาอย่างในปัจจุบัน โดยไม่อธิบายเหตุผลด้วย ว่าเพราะเหตุใด? พี่อ้อยเปิดประเด็นเรื่องเล่าอย่างน่าสนใจ ด้วยความภาคภูมิใจในความเป็นครูประถมศึกษา ผมในหน้าที่ผู้บันทึกเรื่องราว..รู้สึกอย่างนั้น!

(ครูอ้อย แซ่เฮ)

ก่อนสอนพี่จะวิเคราะห์หลักสูตร ผู้เรียน การบริหารจัดการ รวมทั้งกระบวนการเรียนรู้ด้วย การวิเคราะห์หลักสูตร ก็จะบันทึกถึงจุดประสงค์ ผลการเรียนรู้ หรือตัวชี้วัดในรายวิชาที่รับผิดชอบ เพื่อให้การจัดการเรียนรู้สอดคล้อง หรือเป็นไปตามที่หลักสูตรกำหนด

จากนั้นจะวิเคราะห์ผู้เรียน พื้นฐานการเรียนวิชาภาษาอังกฤษที่ผ่านมาของนักเรียน จะถูกวัดโดยข้อสอบวัดแววความเป็นเลิศที่พี่มี แล้วนำคะแนนผลการสอบมาจัดกลุ่มนักเรียน เป็นกลุ่มเก่ง ปานกลาง และอ่อน เกณฑ์คะแนนที่ใช้ เช่น นักเรียนที่ได้คะแนน 8-10 เป็นกลุ่ม A หรือเก่ง นักเรียนที่ได้คะแนน 0-40 เป็นกลุ่ม C หรืออ่อน เป็นต้น พี่อ้อยเล่ารายละเอียดต่างๆอย่างแม่นยำ

(จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร:ภาพ)

สาหรับการจัดการเรียนรู้ พี่ใช้ระบบกลุ่มจัดการ พี่แบ่งกลุ่มโดยการคละนักเรียนเก่ง ปานกลาง อ่อน เข้าด้วยกัน เพื่อให้นักเรียนเก่งช่วยเหลือหรือเอื้อเฟื้อนักเรียนที่อ่อน วิธีสอนเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

ภาษาอังกฤษคำศัพท์เป็นสิ่งสำคัญ บางอย่างครูจะบอก แต่ต่อไปนักเรียนต้องคิดค้นเอง เรื่องที่เรียนส่วนใหญ่นักเรียนบอกความต้องการ ครูพยายามสอนตามนั้นเพื่อสนอง เพื่อความน่าสนใจ โดยพี่จะพยายามโยงเรื่องราวนั้นมาสู่คำศัพท์ภาษาอังกฤษที่นักเรียนวัยนี้ควรจะรู้

จุดเด่นคือผู้ปกครองนักเรียนมีความพร้อมจะให้ความร่วมมือ สามารถช่วยสนับสนุนสื่อการเรียนการสอนต่างๆได้เป็นอย่างดี พี่อ้อยเล่ามาถึงตรงนี้ ในใจผมแอบอิจฉาความพร้อมของผู้ปกครอง ซึ่งหมายรวมถึงความพร้อมของตัวนักเรียนด้วย โรงเรียนผมเองนั้น แบบนี้หายากเต็มที

สุดท้ายของการเรียน กลุ่มต้องออกมานำเสนอความรู้ให้เพื่อนกลุ่มอื่นๆรู้ด้วย โดยเน้นให้ใช้สื่อเทคโนโลยีในการนำเสนอ อาจเป็น PowerPoint รวมทั้งทุกกลุ่มต้องเขียนฉบับรายงานส่งด้วย เป็นการฝึกการเขียนไปในตัว เพราะโรงเรียนพี่เป็นโรงเรียนมาตรฐานสากล การเขียนเป็นทักษะอย่างหนึ่งที่ครูต้องเน้น

สัญญาณหมดเวลาประกาศขึ้น พี่อ้อยจำต้องจบเรื่องเล่าน่าประทับใจนี้ไว้อย่างน่าเสียดาย..

ที่มา : บันทึกจากเวที “21st Century Skills กับการปฏิรูปการศึกษาด้วยพลังการเรียนรู้ครูเพื่อศิษย์” เมื่อ 16 สิงหาคม 2554 (กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ครูอ้อยเล่า-ครูธนิตย์บันทึก)