การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเมียนมา สิ้นสุดลงแล้ว โดยพรรคภายใต้การนำของนาง ออง ซาน ซูจี ได้รับชัยชนะอย่างเด็ดขาด ครองเสียงข้างมากทั้งสองสภา ชับชนะที่รอคอยครั้งนี้คงจะนำมาซึ่งความสุขใจแก่ The Lady เป็นอย่างยิ่ง ขอแสดงความยินดีค่ะ
การเมืองในระบอบประชาธิปไตยของเมียนมาหรือพม่านับจากนี้ไปน่าติดตามอย่างยิ่ง หวังว่าคงไม่โชคร้ายที่รัฐบาลเสียงข้างมากรัฐบาลนี้ต้องเผชิญกับวาทกรรม เผด็จการเสียงข้างมาก หรือ เผด็จการรัฐสภา อย่างประเทศเพื่อนบ้านผู้โชคร้ายประเทศหนึ่ง และไม่ต้องกลับไปสู่การปกครองของรัฐบาล ฮุนตา อีกครั้งอย่างรวดเร็ว
ภาพจาก มติชน ออนไลน์ 15 พฤศจิกายน 2558
ผมมองว่าตอนนี้ซูจีเป็นนักการเมือง การตัดสินใจทั้งหมดขึ้นอยู่กับว่าเธอจะประนีประนอมกับพลังต่างๆอย่างไร ชวนให้ติดตามเป็นอย่างยิ่งครับ
กกต. เมียนมา ในกรุงเนปิดอว์ ระบุว่า พรรคเอ็นแอลดี ได้ที่นั่งในสภา รวมทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา จำนวน 348 ที่นั่ง ซึ่งมากกว่าจำนวนที่ต้องการถึง 19 ที่นั่ง
ที่นั่งในรัฐสภาเมียนมาร์ต้องมีทหาร 25 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ผู้ที่แต่งงานกับชาวต่างชาติไม่มีสิทธิ์เป็นประธานาธิบดี (คงต้องการกีดกัน The Lady โดยเฉพาะ แฮ่ม บางประเทศที่กำลังร่างรัฐธรรมนูญ ดูเหมือนจะทำคล้าย ๆกัน กีดกันบางพวกบางคน )
น่าติดตามมากนะคะว่าเธอจะเดินหมากการเมืองอย่างไรในประเทศที่ทหารยึดครองมายาวนาน
<p>รวมทั้งการร่วมมือกับกลุ่มต่างๆ เพื่อทำสิ่งดีๆ เพื่อพม่า ไม่ง่ายเลย
</p>
<p>แต่เราคงต้องเอาใจช่วยเธอแน่ๆ
</p>
ขอบคุณค่ะหมอนุ้ยและอ. ต้น ต้องติดตามบทบาทของรัฐบาลและ ท่านซูจี น่าสนใจมาก ในช่วงที่กำลังนับคะแนน และทราบว่าคะแนนนำอย่างถล่มทลายแน่แล้ว เธอประกาศว่า จะอยู่เหนือประธานาธิบดี แต่เมื่อชนะแล้ว เธอเตือนสติผู้สนับสนุนว่าไม่ควรลิงโลดมากนัก ไม่ควรทำให้ฝ่ายไม่สนับสนุนรู้สึกไม่ดี ต่อมามีข่าวว่า เธอจะเข้าพบผู้มีอำนาจปัจจุบัน คือ ตานส่วย และเต็งเส่ง ซึ่ง นสพ. วิเคราะห์ว่าเธอไม่ประมาททหารที่กำลังลดทอนอำนาจลง และวิเคราะห์ว่า เธออาจเป็นประธานสภา และให้เต็งเส่งเป็น ประธานนาธิบดี ส่วนเต็งเส่งประกาศว่าจะถ่ายโอนอำนาจการปกครองให้พรรคที่ชนะ รับผิดชอบต่อไป และรัฐบาลต่อไปไม่ควรต้องกังวลอะไรในการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ ความจริงจะเป็นอย่างไรคือสิ่งที่เราและผู้สนใจจะติดตามต่อไป แต่มีสัญญานที่ดีที่พม่าทั้งสองฝ่ายจะตั้งต้นชีวิตใหม่ในระบอบประชาธิปไตย ประชาชนคงคึกคัก มีความหวังใหม่ ๆเกิดขึ้น เหมือนพวกอาจารย์มหาวิทยาลัยที่รู้สึกกระชุ่มกระชวยเวลาเปลี่ยนอธิการบดีและคณะผู้บริหาร
...... กองทัพทหารยืนยันว่า มีเหตุต่อสู้เกิดขึ้นต่อเนื่องในรัฐกะฉิ่นและรัฐฉาน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ยังมีปัญหาความขัดแย้งกับกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์มาเป็นเวลากว่า 70 ปี นับตั้งแต่ประเทศได้รับเอกราชจากอังกฤษในปี 2491
เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา รัฐบาลกึ่งพลเรือนของประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ได้ลงนามข้อตกลงหยุดยิงกับกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์จำนวนหนึ่ง แต่สำหรับกองทัพรัฐฉานเหนือและกองทัพเอกราชกะฉิ่น ไม่ได้ร่วมลงนามข้อตกลงใด ๆ
เมื่อการสู้รบเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง ทำให้ทางการตัดสินใจยกเลิกจัดการเลือกตั้งใน 7 หน่วยเลือกตั้ง ซึ่งเป็นหน่วยเลือกตั้งทั้งหมดในรัฐฉาน รวมทั้งระงับการลงคะแนนเสียงในพื้นที่บางส่วนของรัฐกะฉิ่น และรัฐกะเหรี่ยง
<p>หลังการเลือกตั้งผ่านไป วันนี้กยังมีการสู้รบ และนี่เป็นปัญหาที่รัฐบาลใหม่ต้องรับช่วงต่อไป
</p>
<p>
</p>
<p>
</p>
ผมชื่นชมในหัวใจของเธอมานานมากแล้วนะครับ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งพินัยกรรมชีวิตของเธอ ครับ
...
ลูกน้องชาวพม่าบอกผมว่า...พินัยกรรมชีวิตของเธอนั้นงดงามเหลือเกิน
..
หากเธอตายไปในวันไหนก็ตาม ร่างกายของเธอส่วนไหนที่ยังทำประโยชน์ให้กับโลกใบนี้ได้ให้เอาไปทั้งหมด หากส่วนไหนในร่างกายของเธอทำประโยชน์ไม่ได้แล้ว ก็จงเผาเสีย ...แลัส่วนที่เผานี้ เถ้ากระดูกส่วนหนึ่งให้เก็บไว้กับครอบครัว ส่วนที่เหลือให้นำไปเป็นปุ๋ยให้กับต้นไม้
..
ผมฟังสิ่งที่ลูกน้องพูดให้ฟังแล้ว ...ยิ่งทำให้เห็นความบริสุทธิ์ในหัวใจของเธอมากจริง ๆ ครับ
งดงาม กล้าหาญ เด็ดเดี่ยวและคิดถึงตัวเองน้อยเหลือเกินนะครับ อาจารย์
..
และผมยังรู้อีกว่า...อาจารย์GD นั้น... ยิ้มแป้น..ให้กับเธอ..จริง ๆ
..
ขอบคุณ บันทึกที่ชะโลมหัวใจประชาธิปไตยที่กำลังเบ่งบานอยู่ในขณะนี้นะครับ
ขอบคุณมาก ๆค่ะคุณ แสงแห่งความดี
พินัยกรรมชีวิต เพิ่งทราบค่ะ อ่านแล้วยิ่งเคารพในความเป็นเธอ งดงามจริง ๆค่ะ
พินัยกรรมชีวิตของ อองซาน ซูจี The Lady
ลูกน้องชาวพม่าบอกผม(แสงแห่งความดี )ว่า...พินัยกรรมชีวิตของเธอนั้นงดงามเหลือเกิน
..
หากเธอตายไปในวันไหนก็ตาม ร่างกายของเธอส่วนไหนที่ยังทำประโยชน์ให้กับโลกใบนี้ได้ให้เอาไปทั้งหมด หากส่วนไหนในร่างกายของเธอทำประโยชน์ไม่ได้แล้ว ก็จงเผาเสีย ...แลัส่วนที่เผานี้ เถ้ากระดูกส่วนหนึ่งให้เก็บไว้กับครอบครัว ส่วนที่เหลือให้นำไปเป็นปุ๋ยให้กับต้นไม้
ขอเป็นกำลังใจให้เหญิงเหล็กท่านนี้ค่ะ...