สร้างสรรค์ “ปัญญา” เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน

  ติดต่อ

  งานวิจัยเพื่อท้องถิ่น เป็นงานวิจัยที่ชุมชนเป็นคนริเริ่มกระบวนการด้วยตนเอง สร้างกระบวนการเรียนรู้ของชุมชน ด้วยหวังว่าการที่คนในชุมชนได้มาร่วมกันในกระบวนการวิจัย ตั้งแต่การเริ่มคิด การตั้งคำถาม การวางแผน และค้นหาคำตอบอย่างเป็นระบบ เป็นรูปธรรม โดยการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง จะทำให้ชุมชนได้เรียนรู้ แก้ไขปัญหาของตนเองได้เก่งขึ้น และสามารถใช้กระบวนการทางปัญญานี้แก้ไขปัญหาอื่นๆในท้องถิ่น   

 ถ้าแก้ปัญหาคนจนไม่ได้ ประเทศเจริญไม่ได้   

นพ.ประเวศ วะสี ได้กล่าวเอาไว้

นั่นก็หมายความว่า ปัญหาความยากจน เป็นเงื่อนไขสำคัญในการพัฒนาประเทศ มีความพยายามหลากวิธีเพื่อขจัดความยากจน แต่ก็ดูเหมือนยิ่งแก้ไขปัญหา ยิ่งจนซ้ำซาก เป็นความตั้งใจของนักบริหารนโยบาย และนักการเมือง หรืออย่างไร  

หากพูดถึง ความยากจน หลายท่านคงนึกถึง ความยากจนในเชิงเศรษฐกิจ นั่นคือ พิจารณาที่ระดับรายได้  หรือสถานะทางเศรษฐกิจของบุคคล จริงๆแล้ว ความยากจน ยังครอบคลุมมิติต่างๆที่ไม่ใช่ตัวเงิน ดังนี้

 ความยากจน มิได้จำกัดแต่เพียงการมีรายได้น้อยและบริโภคน้อยเท่านั้น หากยังครอบคลุมถึงการขาดโอกาสด้านการศึกษา การรักษาพยาบาล และโอกาสอื่นในการพัฒนาคน การไร้ซึ่งอำนาจ การขาดสิทธิ ขาดเสียง ตลอดจนการตกลงไปอยู่ในความเสี่ยงและความหวาดกลัว

ปัญหาความยากจน เป็นปัญหาที่ซับซ้อน ยากเกินกว่าจะแก้ไขปัญหากันด้วยวิธีการแบบเดียว และใช้รูปแบบการพัฒนาที่สำเร็จรูป ใช้แก้ปัญหาทั่วประเทศ  เมื่อวิธีคิดเชิงนโยบายยังห่างไกลต่อการแก้ไขปัญหา  ชุมชนน่าจะมีทางเลือกอย่างไรต่อการแก้ไขปัญหานี้ ?  

ทางออก เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน  

เมื่อปัญหาความยากจนอยู่คู่กับท้องถิ่นชนบท ช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนกว้างออกไปทุกที คนด้อยโอกาสยังคงด้อยโอกาสลงไปเรื่อยๆ ...   จะพึ่งใคร... ?   

คำตอบคือ พึ่งตนเอง  

พึ่งตนเอง น่าจะเป็นคำตอบที่ชุมชน ลุกขึ้นปฏิวัติกับความยากจน โดยไม่รีรอ ปัจจัยภายนอก แต่ได้ใช้ศักยภาพที่ตนเองมีอยู่ให้มากที่สุด  

ถามต่อว่า ถ้าอย่างนี้แล้ว เราจะมีวิธีก้าวไปสู่การพึ่งตนเองได้อย่างไร ?  

คำถามนี้สำคัญ เพราะไม่ง่ายเลยที่จะพลิกวิธีคิดแบบพึ่งพาซึ่งเป็นความรู้สึกสามัญ ของชุมชนมานาน เพื่อที่จะคิดพึ่งตนเอง วิธีก้าวไปสู่การพึ่งตนเอง จึงเป็นกระบวนการที่ชุมชนต้องเรียนรู้ด้วยตนเอง และต้องใช้ เวลา  

 ๒ ภาพบน : ผักงามๆปลอดสารพิษในสวนลำใยของลุงคำปัน ต. หนองช้างครืน ลำพูน
ภาพล่าง : ท้องร่องกลางสวนลำใยลุงคำปันที่เลี้ยงปลาและมีผักกระเฉดที่อวบอ้วน
...........................

สร้างปัญญาเพื่อปลดล็อคความยากจน  

ปัญญาสร้างยังไง ? ปัญญาเป็นสิ่งที่เกิดจากการเรียนรู้และประสบการณ์ที่สั่งสม สังเคราะห์ออกมาเป็นองค์ความรู้ การสร้างปัญญา จึงต้องสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้กับท้องถิ่น เปิดเวทีแห่งโอกาสให้คนได้มาร่วมคิด ร่วมวางแผน และร่วมรับผิดชอบผลที่เกิดขึ้น ผลที่ได้หากดีก็สามารถนำไปขยายผลต่อ หากล้มเหลวก็ต้องถอดบทเรียนให้ได้ว่าทำไม เพื่อหาวิธีการใหม่  

งานวิจัยเพื่อท้องถิ่น กับการสร้างสรรค์ปัญญา แก้ไขปัญหาความยากจน  

งานวิจัยเพื่อท้องถิ่น เป็นงานวิจัยที่ชุมชนเป็นคนริเริ่มกระบวนการด้วยตนเอง สร้างกระบวนการเรียนรู้ของชุมชน ด้วยหวังว่าการที่คนในชุมชนได้มาร่วมกันในกระบวนการวิจัย ตั้งแต่การเริ่มคิด การตั้งคำถาม การวางแผน และค้นหาคำตอบอย่างเป็นระบบ เป็นรูปธรรม โดยการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง จะทำให้ชุมชนได้เรียนรู้ แก้ไขปัญหาของตนเองได้เก่งขึ้น และสามารถใช้กระบวนการทางปัญญานี้แก้ไขปัญหาอื่นๆในท้องถิ่น   

จะเป็นเส้นทางหนึ่งที่จะช่วยสร้าง ความเข้มแข็งให้กับชุมชน อันจะนำไปสู่ การพึ่งตนเอง   สู่ทางเลือกในการแก้ไขปัญหาความยากจน ...เปลี่ยนแปลงวิธีคิดการพึ่งพาแบบเดิมไปสู่การริเริ่มแก้ไขปัญหา โดยการ   ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และขยายโอกาส    

และนั่นคือ  วิถีของงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น ที่ช่วยสร้างสรรค์ปัญญา เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน The ultimate leader

หมายเลขบันทึก: 59714, เขียน: , แก้ไข, 2013-09-06 17:37:52+07:00 +07 Asia/Bangkok, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 10, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #research#การมีส่วนร่วม#วิจัยและพัฒนา#งาน#การพัฒนาชุมชน#วิจัยเพื่อท้องถิ่น#การพึ่งตนเอง#การวิจัยเชิงปฏิบัติการ#ชุมชนพึ่งตนเอง#participatoryactionresearch#localwisdom#วาทกรรมการพัฒนาชนบทไทย#communitybasedresearch

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (10)

ความจนมีหลายสาเหตุ และส่วนใหญ่เป็นมาจากหลายๆสาเหตุรวมกัน แต่ความจนที่น่ากลัวที่สุด สำหรับผมคือ จนเพราะ (ถูกทำให้) ไม่รู้จักตัวเอง อันนี้ จะจนดักดานไปอีกนาน เพราะถึงแก้จนได้ แต่ก็ชั่วคราว ตราบเท่าที่สมการชีวิตยังแปรไปตามการพึ่งพาผู้อื่นแบบไม่ลืมหูลืมตาอย่างเก่า

 งานวิจัยเพื่อท้องถิ่น นอกจาก จะ "ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และขยายโอกาส" แล้วสิ่งที่สำคัญมากก็คือการทำให้ ชุมชนรู้จักตัวเอง กล้าที่จะฟังเสียงจากข้างในของตัวเอง และยินดีที่จะปอกเปลือกให้ผู้อื่นรับรู้ วิพากษ์วิจารณ์ ตรวจสอบ อันนี้เป็นความกล้าหาญพื้นฐานที่ยิ่งใหญ่มาก หลังจากที่ถูกรัฐและปัจจัยภายนอกปิดหู ปิดตา ปิดปาก มาชั่วเวลานานหลายสิบปี

ภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการเป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยเพื่อท้องถิ่น เหล่านี้ครับ

ตรงนั้นหละครับ "จนเพราะถูกทำให้จน"

เป็นเงื่อนไขที่น่าเจ็บปวดเหลือเกินสำหรับคนจน ที่จนดักดาน จนซ้ำซาก

 ทางเลือกทางรอดก็คือ "การพึ่งตนเอง" ให้ได้

วิจัยเพื่อท้องถิ่น เป็นเครื่องมือ ในการช่วยให้ชุมชนรู้ตนเอง และสร้างสรรค์ปัญญาเพื่อพัฒนาท้องถิ่น

ผมก็ภูมิใจเช่นเดียวกันครับที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง ในการขับเคลื่อนงานพัฒนา ยกระดับ และต่อยอดภูมิปัญญาของชุมชน

ขอบคุณพี่ยอดดอย  ครับ

kead
เขียนเมื่อ 

 

  • เมื่ออ่านวิจัยเพื่อท้องถิ่นสร้างสรรค์ “ปัญญา” เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน แล้วในความรู้สึกของตนเองมันเป็นสิ่งที่ประเสริฐสุดแล้ว.....แต่ทีนี้คนที่หนักที่สุดคือคนขับเคลื่อน...เพื่อให้เกิดคลื่นกระเพื่อมให้มากที่สุดและยาวนานที่สุด...อาจารย์จะต้องไม่ยอมให้คลื่นหยุดนิ่งนะ...ขอเป็นกำลังใจช่วยนะเจ้า.......

 

คุณ kead

สำหรับงาน "วิจัยเพื่อท้องถิ่น" แน่นอนว่า พี่เลี้ยงภานอก และ/หรือ นักพัฒนาอาจต้องทำงานหนักเมื่อคิดกระบวนการแรกเริ่ม การออกแบบกระบวนการให้เกิดการมีส่วนร่วมในทุกกระบวนการ รวมเอาคนมี "ใจ" มาทำงานพัฒนาชุมชน

บางครั้ง คนข้างนอกมองงานแบบนี้ โรแมนติค เกินไป คิดว่าชุมชนต้องทำเองทั้งหมด นั่นคือ ชุมชนเข้มแข็งพึ่งตนเองได้

ผมพบว่า ที่ผมทำงานชุมชน มีหลายๆหมู่บ้าน ต้องทำหน้าที่พี่เลี้ยงที่เข้มข้นพอสมควร อาจมีการชี้นำบ้างเล็กน้อย

งานวิจัยและพัฒนาน่าจะเป็นทางเลือกครับ...เป็นเวทีแห่งโอกาสที่จะช่วยสร้างสรรค์ ศักยภาพ ภูมิปัญญา และทบทวนวิธีคิด เพื่อการแก้ไขปัญหา

ในตอนนี้ผมเองก็เชื่อในสิ่งที่ที่ทำ และผลของงานที่เกิดขึ้น ครับ

ขอบคุณครับที่มาร่วมกันแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นที่มีประโยชน์ครับ

พืชผักงามจริงๆ อิจฉาคนอยู่กับธรรมชาติค่ะ

พืชผักเกษตรอินทรีย์เอื้ออาทรต่อธรรมชาติและผู้คน

ชีวิตชนบทสวยงามด้วยการเอื้อเฟื้อ

ขอบคุณอาจารย์หมอนนท์ครับผม

chah
IP: xxx.170.234.5
เขียนเมื่อ 

อาจารย์ค่ะ

ควมยากจนมีทุกหย่อมหญ้าของไทย..แต่คนไทยไม่ได้จนนำใจใช่ไหมค่ะอาจารย์

คุณ Chah 

เรื่อง น้ำใจ คนไทยไม่เคยขาด....

คนไทยไม่จน หากน้อมนำ เศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวง มาใช้ดำเนินชีวิต

พอเพียง เป็นคำตอบไปสู่ ความสุข

เป็นธรรมะง่ายๆด้วยครับ

 

เราอาจจะทำยอดgdpได้น้อยแต่นั้นก็ดี เราสามารถรักษาสภาพแวดล้อมของเราและมีวิถีที่มีสุข โดยให้ความสำคัญกับสิ่งที่อยู่ข้างใน...
ครับผมเห็นด้วยกับคุณ
P

พึ่งตนเอง น่าจะเป็นคำตอบที่ชุมชน ลุกขึ้นปฏิวัติกับความยากจน โดยไม่รีรอ ปัจจัยภายนอก แต่ได้ใช้ศักยภาพที่ตนเองมีอยู่ให้มากที่สุด 

ขอบคุณครับ