ขอถอนหายใจสักเฮือก ก่อนที่จะเริ่มบันทึกวันนี้

เพราะเจอเรื่องถาโถมทั้งร่างกาย+จิตใจ

เรื่องเริ่มจากเมื่อวันก่อนได้มีประชุมเหล่าพยาบาลจากวอร์ดต่างๆ ที่จะเริ่มใช้โปรแกรม IPD  ได้แก่ 5/2(NICU), 5/3(ตึกเด็ก), 5/4(ศัลยกรรม), 5/5 (ท้องร่วง)

และมีพี่ๆ ที่เริ่มโครงการไปแล้วจากห้องคลอดและ 7/6 มาช่วยเสนอปัญหาที่พบด้วย 

หลังจากได้ทดลองนำเรื่องคราวๆ โดยพี่หญิง หัวหน้าห้องยาในของผมเอง ถึงก้าวในอนาคตและย้อนมาปัจจุบันว่าทำได้แค่ไหน

ก็โดนซักถามละเอียดมากจากตึกเด็กเพราะยาตึกเด็กจะพิเศษกว่าตึกอื่นตรงที่มักเป็นยาน้ำ, นม, ยาครีม ซึ่งจะเตรียมเป็นยาต่อเนื่องไม่ได้ (คำนวณไม่ได้ครับ) ต้องสั่งเบิกใหม่เมื่อใช้ใกล้หมด

บรรยากาศค่อนข้างสนุกสนานครับแต่ปัญหาจุกจิกก็พบมากเช่นกัน สาเหตุหลักๆ ที่ชวนปวดหัวและแก้ไม่ตกคือ

  • ปัญหาการส่ง DOS ลงมาห้องยาใน มีข้อเสนอหลายอย่างแต่ก็ยังติดขัดอยู่ครับ ตอนนี้ที่คิดว่าดีที่สุดเลย คือ รอแสกนเนอร์+ซอฟแวต์

  • ปัญหาเกิดจากเจ้าหน้าที่ไม่พอในการไปเบิก-รับยา ทำให้มีแต่ญาติรอ ขอด่วนแน่นหน้าห้องยาใน ซึ่งกลายเป็นต้องจ่ายยาอย่างเร่งรีบเกือบตลอด ตอนนี้ปี 49 ยอดคนไข้นอก+ยาด่วน+ญาติรอที่ต้องจัดก่อนพุ่งราว 41-46%  แล้วครับ จากเดิมปี 48 ราว 10-20%

(อ้างจากสถิติของห้องยาใน+สูตินรีเวช หูตาคอจมูก  เดือนมิย.-ตค.49)

ดัชนีชี้วัดความพอใจถ้ามาเก็บตอนนี้คงจะลดลงไม่น้อยเพราะเกือบกลายเป็นห้องยานอกไปซะแล้ว

เอ้า นอกเรื่องไปไกลนิดครับ แต่ยังอยู่ในหัวข้อครับ เรื่องนี้คงยังแก้ยากครับเพราะสาเหตุมาจากเจ้าหน้าที่ตึกที่ลดหายลงไป ทำให้งานมันโหลดมากขึ้น (ผมก็หาทางออกให้พี่ๆ เขาไม่ได้)

มาถึงตอนที่พูดให้พยาบาลเข้าใจว่าต้องทำอะไรบ้าง ตรงนี้ค่อนข้างยากมากครับ แต่พี่หญิงก็ผ่านมาได้ระดับหนึ่ง (น่าชื่นชม+ปรบมือให้มาก) เพราะว่าระบบใหม่นี้จะต้องมีการส่งข้อมูลใหม่ การให้คนปฎิบัติรับทราบแต่การทำให้เข้าใจแท้จริง+นำไปทำได้นั้นต้องอาศัยฝีมือย่างมาก

วันนั้นประชุมตั้งแต่ 9 โมงเศษจนถึง 11 โมงเวลาผ่านไปเร็วมากเพราะเนื้อหาค่อนข้างเข้มข้น เนื่องจากทุกคนมีประสพการณ์งานตรงอยู่แล้ว ได้อะไรมามากมายครับ ผมจดปัญหาที่พบได้ 3 หน้ากระดาษแต่จะแก้ได้แค่ไหนต้องดูต่อไป (เยอะจัดเลยมะกล้าลงเดี๋ยวจะเซ็งกันซะก่อน)

 ก็ได้แต่คิดๆ ได้แต่ฝันๆ 

ส่วนวันนี้เหรอครับ เฮ้อ...

มีประชุมกลุ่มงานเภสัชกรรมครับ เรื่องการคีย์ยาโดยใช้โปรแกรม IPD นี่แหละครับ

ผมถอนใจหลายหนก่อนเข้าและหลังเข้าไป เพราะอะไรเหรอครับ การเข้าไปประชุมไม่ได้เหมือนเข้าไปชี้แจงอะไรเลยครับ มันกลายเป็นการเข้าไปโดนซักฟอกข้อหาต่างๆ แทน

พูดสั้นๆ ครับ ถ้าเราทำอะไรก้าวหน้าขึ้นไม่มีเสียงตอบรับครับ (ดูเหมือนไม่สนใจด้วยซ้ำ) แต่คนในที่ประชุมจะพยายามหาข้อติ ตำหนิ ผมก็พยายามมองว่าพวกเขากำลังติเพื่อก่อครับ แต่เขาก็อัดมาเรื่อยๆ ว่าเราทำไมไม่ทำ มัวทำอะไรอยู่ ผมเลยนั่งฟังความคิดในอุดมคติของพวกเขาว่า ระบบห้องยาในควรเป็นแบบนี้ๆ

ผมลอบถอนใจหลายๆ หน พวกเขาไม่ได้เข้าไปทำงานในห้องยาในอาจไม่รู้ว่าที่พวกเขาพูดมาจะทำได้ ถ้าไม่มีปัญหาเรื่องคน....

ผมฟังพวกเขาพูดแต่พูดไม่ออก ข้อมูลของพวกเขามาจากที่ต่างๆ ที่เขาทำได้ ผมพูดเสนอไม่ได้เพราะว่าผมไม่เห็นที่ๆ เขาว่า ที่ๆ เขาทำได้จริงนั้นมีสภาพอย่างไร (น้องเขายืนยันว่าพวกเขาทำได้อะ) มีอุปกรณ์แวดล้อมอย่างไร คนของเขาเป็นอย่างไร จนพี่หญิงระเบิดอารมณ์ออกมาระลอกใหญ่ นั่นแหละพวกเขาถึงฟังพี่หญิงพูดกันก่อนปิดประชุมเล็กน้อย

  • ผมเสียใจครับ เสียใจที่ทุกคนมองคนห้องยาในเป็นอะไรไม่รู้

  • เสียใจที่ผมช่วยพี่หญิงได้น้อยมาก

  • เสียใจแทนทุกท่านที่เข้าประชุมวันนี้แทบไม่ได้อะไรเลยจากเข้าไปนั่งฟังพวกเขาพูดราว 1 ชั่วโมง (ผมได้พูด 3 ประโยค+เขาฟังป่าวผมก็ไม่แน่ใจ)

  • ผมสงสัยมากครับว่าทำไมการประชุม ถ้าไม่ตะโกนกันพูดเขาจะไม่ฟังกันหรือ

  • สงสัยว่าการเข้าประชุมของกลุ่มงานเราทำไมมันทำให้ผมห่อเหี่ยวแทนที่จะฮึกเหิมเพราะได้กำลังใจกลับไป

 


ก่อนกลับพี่กกถามผมว่าตกลงวันนี้เราได้อะไรบ้างจากการประชุม... 

ผมไม่กล้าบอกพี่เขาตอนนั้นครับ ผมสรุปเนื้อหาวันนี้ที่ได้

  • ทุกคนอยากให้งานตัวเองสบายที่สุด
  • ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของเราแต่เป็นของหน่วยอื่น...
  • ปัญหาของหน่วยอื่นอย่ามายุ่งกับเราเพราะมันทำให้งานเรารวนผิดพลาด....

บันทึกนี้จบด้วยพาราเซตามอล 2 เม็ดเพราะไข้ชักเพิ่มขึ้น

ขอให้ทุกท่านดูแลสุขภาพดีๆ ครับ

บันทึกนี้บันทึกด้วยความห่อเหี่ยวราว 45 นาที