ดิฉันเรียนรู้ว่าเมื่ออายุงานเราเพิ่มขึ้นสัดส่วนงานระหว่าง Job description กับ Job assign ชักจะหนักมาทาง Job assign ซะเป็นส่วนใหญ่

วันนี้ผ่านมาจน 5 โมงเย็นวันนี้ชีวิตเบาสบายกว่าปกติเช้าเข้าประชุมเตรียมรับ การประเมินจาก สมศ. ที่จะมาประเมิน 22 พย.นี้บ่ายมีเวลานั่งโต๊ะผ่านงาน(ได้แค่ผ่านงาน) มีประชุมเล็กๆกันเองในสำนักงาน(แบบไม่นัดล่วงหน้า) พอมีเวลาว่างนั่งลองไล่ดูงานคั่งค้างมีด้วยกัน11 รายการทั้งที่ต้องทำเองและต้องตามจากทีมงานให้ทำได้ตามเวลา  
1.ประเมินมูลค่าโครงการพัฒนางานสำนักงานอธิการบดีล่าช้ามา 16 วัน (ติดตามจากทีมงาน)
2.เตรียมประชุมคณะกรรมการอำนวยการพัฒนาบุคลากรมหาวิทยาลัยซึ่งล่าช้ามา 2 เดือน(ติดตามจากทีมงาน)
3.แผนการจัดการความรู้ปี 2550 เข้าที่ประชุมคณบดี (ติดตามจากทีมงาน)
4.โครงร่างหลักพัฒนาบุคลากร (บริหาร 1 ,บริหาร 2)(ตามตัวเอง)
5.แผนทั้งปีของการพัฒนาบุคลากรสำนักงานอธิการบดี(ตามตัวเอง)
6.ประกาศทุนสนับสนุนบุคลากรศึกษาต่อเต็มจำนวน(ตามตัวเอง)
7.จัดสรรเงินงบพัฒนาบุคลากรในสำนักงานอธิการบดี(ตามตัวเอง)
8.ชุดโครงการสุนทรียสนทนา cko คณะหน่วยงานภาพรวมทั้งปี (ตามตัวเอง)
9.รายงานการประชุมการจ้างที่ปรึกษาเร่งยอด Paper ลงพิมพ์ในวารสารนานาชาติล่าช้ามา 2 เดือน (ตามตัวเอง)
10.ปิดเล่มโครงการพัฒนางาน(ตามตัวเอง)
11. ปิดเล่มสาระนิพนธ์ ล่าช้ามา 4 เดือน (ตามตัวเอง)

โอ้โหทำไมมันค้างมากจัง ทบทวนสาเหตของการค้างมาจากนัดผู้ใหญ่ไม่ได้ส่วนหนึ่งที่เป็นงาน"กรรมการ"และงานหลายอย่างเป็นงานเขียนที่ต้องต่อเนื่องต้อง "บิ้วอารมณ์" (เกิดจากตัวเองล้วนๆ)ดิฉันสมาธิสั้นลง งานหลายอย่างเป็นงานให้ทำโดยระบุตัวคนซึ่งมีมากในระยะหลังดิฉันเรียนรู้ว่าเมื่อเราอายุงานเราเพิ่มขึ้นสัดส่วนงานระหว่าง Job description กับ Job assign  ชักจะหนักหน้ามาทาง Job assign  ซะเป็นส่วนใหญ่ในขณะเดียวกันเขาก็หวังว่า Job description ก็อย่าได้เสียหายอันนี้กระมังที่สะท้อนคำคุ้นชิน "งานอื่นๆที่ได้รับมอบหมาย" ว่าก็ว่าในระบบราชการเมื่ออายุงานมากขึ้น  Job description ควรเปลี่ยนหากทำงานเหมือนวันแรกที่เข้าทำงานดิฉันว่าน่าจะผิดแล้วหล่ะ