๑๖๗. เช้านี้..ที่ระเบียงบ้าน

เมื่อคืนนี้เอง ราวสี่ทุ่ม ปิดไฟจะนอน แล้วก็ปิดพัดลมด้วย เพราะอากาศเริ่มเย็น มีลมโชยพัดเข้ามาทางหน้าต่าง หอบเอากลิ่นหอมจัดจ้านชนิดที่รุนแรง..มาก..แบบว่า..ไม่ต้องหอมขนาดนี้ได้ไหม..ไม่ทันได้สืบเสาะหาคำตอบ..ง่วงจัด..หลับไปก่อน

ตื่นขึ้นมาในเช้าวันหยุดของวันปิดภาคเรียน ก็รู้สึกสบายๆ ไม่ต้องรีบร้อน ไปโรงเรียนสายหน่อยก็ได้..ชงกาแฟเสร็จ คว้าหนังสือออกไปที่นอกระเบียงบ้าน ตั้งใจอ่านให้สบายอารมณ์ พร้อมจิบกาแฟร้อนที่หอมกรุ่น รสชาติคมเข้มกับหนังสือเล่มโปรด และอากาศยามเช้าที่สุดแสนจะสดชื่น..

เก้าอี้ที่นั่งประจำและโต๊ะตัวเก่าหน้าระเบียงบ้าน ถูกจับจองด้วยสหายทั้งเจ็ด เขาและเธอทั้งหลายไม่ยอมไปไหน นั่งเฉยเหมือนจะบอกว่า... ฉันมาก่อน และนั่งรับลมอยู่นานแล้ว

ครับ มองตา..ก็เหมือนรู้ใจ เมื่อไม่ลุกไป ผมก็ไม่ไล่และไม่พูดอะไร ให้มากความ ที่นั่งอ่านหนังสือมีเยอะแยะ ไม่ให้นั่งฝั่งนี้ ผมก็ผละออกไป ตั้งใจจะไปนั่งที่ศาลา..ที่ระเบียงบ้านอีกด้านหนึ่ง

ฉับพลันทันใด สหายทั้งเจ็ด ก็ตัดพ้อและบ่นเป็นเสียงเดียวกัน ให้ผมได้ยินชัดเจน..เหงา เหงา เหงา

ผมหันไปมอง..ความรู้สึกบอกไม่ถูก จะใจอ่อนหรืออ่อนใจดี ถ้าใจอ่อน แล้วแทรกตัวนั่งลงที่เก้าอี้ เขาและเธอก็จะมารุมนั่งที่ตัก แล้วผมจะมีสมาธิอ่านหนังสือได้อย่างไรกัน

ตอนนี้คงแกล้งอ่อนใจไปก่อน ขอสัมผัสรสกาแฟยามเช้า ที่ยังหาที่นั่งตัังหลักไม่ได้ ก่อนที่กาแฟจะเย็นมากไปกว่านี้ ผมเดินออกไปทางหลังบ้าน..ที่เป็นระเบียงยาว มีราวเหล็กปกคลุมด้วยกิ่งมะขามและบุหงาส่าหรี

จิบกาแฟแล้ววางแก้วที่ศาลาทรงไทย ไม่ได้ยินเสียงบ่นแล้ว ไม่สนใจว่าใครจะเหงาหรือไม่ แต่จมูกได้กลิ่นแปลกๆ สักพักก็เริ่มคุ้นและนึกออกว่า..ได้กลิ่นนี้ที่ไหน เมื่อไหร่

เมื่อคืนนี้เอง ราวสี่ทุ่ม ปิดไฟจะนอน แล้วก็ปิดพัดลมด้วย เพราะอากาศเริ่มเย็น มีลมโชยพัดเข้ามาทางหน้าต่าง หอบเอากลิ่นหอมจัดจ้านชนิดที่รุนแรง..มาก..แบบว่า..ไม่ต้องหอมขนาดนี้ได้ไหม..ไม่ทันได้สืบเสาะหาคำตอบ..ง่วงจัด..หลับไปก่อน

ตื่นขึ้นมาแล้วออกมายืนตรงนี้ ยิ่งได้กลิ่นหนักขึ้น ทั้งที่ยืนอยู่ใกล้บุหงาส่าหรีอันเป็นที่รักของผม และกำลังออกดอกเล็กๆสีขาว ในช่อที่ยาวสวย แต่กลิ่นหอมที่สัมผัสอยู่นี้ มิใช่กลิ่นของนางนี่นา..

ผมมองให้ยาวไกลออกไป หลังพุ่มไม้ใบบัง จ้องมองให้ละเอียดถี่ถ้วนมากขึ้น ชัดเลย ..เดินไปรอบระเบียงยิ่งชัดใหญ่ นึกว่ากลิ่นอะไร ไม่ทันได้สังเกตมาตั้งแต่ต้น..ว่าเธอมาเยี่ยมเยือนแล้ว

กลิ่นนาง..พญาสัตบรรณ หรือ สัตบรรณ..รอบบ้าน ที่ผมนำมาเลี้ยงไว้ตั้งแต่ปลูกบ้านวันแรก ต้นอวบใหญ่สมบูรณ์ แผ่กิ่งก้านสาขา แข่งกับต้นหูกระจง ส่งกลิ่นประชันขันแข่งกับเจ้าบุหงาส่าหรี ที่ขึ้นเคียงคู่ ชั้นเชิงหรือชื่อชั้นไม่ได้ห่างกันเลย แต่กลิ่นของทั้งสองต้น..ไม่สูสีกันเลยจริงๆ..ขอบอก

วันนี้..วันที่ปิดภาคเรียน..จึงรับรู้และเข้าใจแล้ว..ว่าเป็นช่วงเวลาที่สัตบรรณผลิดอกอลังการไปทุกต้น ทั้งต้นที่อยู่หน้าบ้าน ข้างถนนในซอยและในสวนหลังบ้าน คิดดูเถิด..กลิ่นของเจ้าจะตลบอบอวลซะขนาดไหน

ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะบอกดอกแก้วและบุหงาส่าหรีว่าเจ้าทั้งสอง ไม่จำเป็นก็ไม่ต้องอวดโฉมผลิดอกที่งดงามและหอมหวานในช่วงฤดูนี้ก็ได้นะ..มันไม่คุ้มกันเลย..กับเวลาที่เจ้าของบ้าน...ผู้ซึ่งเป็นหนุ่มน้อย ที่สู้อุตส่าห์มายืนเชยชมแล้วไม่ได้อะไรเลย.. นอกจากกลิ่นหอมที่รุนแรงของสัตบรรณที่ปะทะจมูก..จนแทบล้มทั้งยืน

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๘


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บ้านหนองผือ...สถานศึกษาพอเพียง



ความเห็น (4)

เขียนเมื่อ 

ของเพื่อนบ้านรั้วติดกันมีต้นนึง คงใกล้ออกดอกแล้วซินะ เขาสูงใหญ่มากส่งกลิ่นตลบไปทั้งหมู่บ้าน กลัวจังต้องหาที่หลบเข้าห้องนอนไปเลยค่ะ ไม่ต้องหอมขนาดนั้นก็ได้

เขียนเมื่อ 

ช่วงนี้พญาสัตบรรณกำลังผยายกลีบแบ่งปันกลิ่นอาย

ให้ทุก ๆ คนที่กรายใกล้ ... เหม็นเอียน ๆ ชวนคลื่นไส้

หลายบ้านจ้างคนไปรานกิ่ง (คงไม่กล้าโค่นเพราะ

เป็นไม้ที่เทศบาลปลูกไว้ตามแนวถนน)

ทำไมเขาไม่ปลูก ต้นแค หรือมะรุมนะ

นอกจากไม่มีกลิ่นชวนอ้วก แล้วยังมี

ประโยชน์ เอาดอกเอาผล แกงกินได้อีกด้วย

เฮ้อออออออออ!



บุหง่าส่าหรี....หอมชื่นใจ ภาพนี้ได้มาจากเมืองเพชรบุรี

คุณมะเดื่อขอเมล็ดมาเพาะที่บ้าน ตอนนี้มีอยู่ ๒ ต้น

แต่ยังเล็ก ๆ อยู่จ้าา

สัตบรรณหอมแรงนะคะ บางคนก็บอกว่าหอมจนปวดหัวค่ะ

พี่มะเดื่อค่ะ รูปที่พี่ใส่ใน comment ไม่แสดงผลเพราะลิ้งก์จากเว็บต้นฉบับเขาไม่อนุญาตแสดงผลที่เว็บอื่นนะคะ