ภาพวาดที่ อาจารย์ ดร.วิรัตน์ คำศรีจันทร์ วาดให้ผู้เขียนเก็บไว้เป็นแรงบันดาลใจ เมือปี 2553

..

ชีวิตนี้มันก็ผ่านโลก มาพอสมควรแล้วละ...

ชีวิตนี้มันก็จะยังคงต้องเดินผ่านโลกที่งดงามใบนี้อีกต่อไป...จนสุดสายปลายทางแสงสีทองสาดส่อง..ที่กำลังลับขอบฟ้าอยู่นั้น!!

..

..

มุมบางมุมของชีวิต....บางครั้งมันก็โลดโผนโจนทะยาน

มุมบางมุมของชีวิต....บางที่มันก็สูงสุดเสียดฟ้าหรือดิ่งสุดขั้ว

มุมบางมุมของชีวิต....บางทีมันก็อยากลบเลือนออกจากใจให้หมดไป

หรือแม้กระทั่ง....ในบางมุมของชีวิตที่มันเปลี่ยวเหงา

..

มันเยอะนะ... เยอะเสียจน.... อธิบายไม่รู้จักหมดจักไม่สิ้น

..

แต่มันมีอยู่อย่างหนึ่งนะ....ไอ้มุมทุกมุมที่มันผ่านเข้ามาในชีวิตของคนเรานี่แหละ!! มันถูกถ่ายเก็บไว้ประหนึ่งดั่งกล้องถ่ายรูป.... อย่างงัยอย่างนั้นเลย

มิน่าละ!!!มุมทุกมุม...ภาพทุกภาพที่มันผ่านเข้ามาในชีวิตของเรา... มันจึงลบเลือนออกจากใจของเราไม่หมดเสียที....มันเป็นเหมือนกล้องถ่ายรูปจริง ๆ

..

มันถ่ายและเก็บภาพภาพของมันเก็บเอาไว้...ทุกเหลี่ยม ทุกมุม

..และภาพเหล่านั้น....มันก็ผุดขึ้นมาในดวงจิตของเรา...ตามเหตุตามวาระของมัน...เสมอ

..

สิ่งนี้เองกระมัง!!ที่ทำให้ผู้เขียนตระหนักได้ว่า....เราจะลบมุมบางมุม...เหลี่ยมบางเหลี่ยม ภาพบางภาพที่เราพบเจอนั้นออกจากใจของเราได้อย่างไร?

ภาพที่ถูกเก็บไว้ในจิตนั้น ...มันลบเท่าไหร่...มันก็ลบไม่หมด....เสียที

..

แล้วจะทำอย่างไร?...ดีละทีนี้

แต่หากเราเอาภาพที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับเรานั้น... มาเป็นภาพใต้จิตสำนึก....มันก็คงจะดีอยู่ไม่น้อยนะ

..


แลต่อจากนี้ไป...ภาพที่จะถูกฉายเก็บไว้ในดวงจิตของเราเพิ่มเติมเข้าไปนั้น....เราก็จะมีทางเลือกได้มากขึ้น

..

และเมื่อเราเลือกได้....สิ่งดี ดี ภาพดี ดี ต่าง ๆ นั้น...มันจะทยอยเข้ามา...ของมันเอง

เมื่อภาพดี ดี ที่ถูกฉายออกมานั้น ....ถูกเก็บไว้.... มากเข้า...มากเข้า

..

..

..

ผู้เขียนเชื่ออยู่อย่างหนึ่งครับว่า..หากจิตของเราได้ฉายภาพดีดี ที่ทำให้เรารู้สึกอบอุ่นในหัวใจ...ทุกครั้งที่เราสัมผัส....

ภาพเหล่านี้นั้น...มันจะมีกลไกของมันเองเสมอ...ที่ทำให้จิตของเราใจของเราสัมผัส...ถึงความฝัน...กำลังใจ และแรงบันดาลใจ..ที่จะทำเราก้าวเดินต่อไป...สู่แสงทองที่สอดส่อง ณ ปลายฝันชีวิต..ของเรา

ผู้เขียนเชื่อเช่นนั้นครับ

..

และนี่คือ....ภาพหนึ่งในนั้น

..

ผู้เขียนขอกราบขอบพระคุณกัลยาณมิตร gotoknow ท่านนี้.. อาจารย์ดร.วิรัตน์ คำศรีจันทร์ มากนะครับที่ทำให้ผู้เขียนรู้สึกเช่นนี้