ผมมี :

  • ผมมีเตี่ย (ถึงแม้ตายไปแล้วยังคงคิดถึง) มีแม่...ผู้เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของผม ผมมีพี่สาว พี่ชาย และน้องสาว ตอนเล็ก ๆ ยังไม่รู้ว่า รักกันเท่าไรนัก แต่วันนี้ รับรู้ว่า พวกเรารักกันมากกว่าเดิม
  • ผมมีภรรยา ผู้เป็นที่รัก และให้กำลังใจผมทุก ๆ เรื่อง
  • ผมมีลูกชาย ที่เป็นของขวัญล้ำค่า ผมรักลูกมาก ๆ
  • ผมมีพลัง ชอบช่วยเหลือคนอื่น และมีแรงบันดาลใจในการทำงานเสมอ ๆ

ผมเป็น :

  • ผมเป็นลูกที่น่ารักสำหรับแม่ เป็นเหมือนลูกแมวที่ชอบคลอเคลียแม่ แม้ความเป็นจริงผมต้องเป็นผู้ใหญ่หนักแน่นและจริงจัง ผมเป็นน้องที่น่ารักของพี่ ๆ และเป็นพี่ที่ดีของน้องสาวสองคน ผลงานที่น่าภูมิใจ สามารถส่งเขาสองคนจบปริญญาตรี
  • ผมมีสติในการครองคู่ จึงไม่คิดว่า จะนอกใจภรรยา (ไม่เคยบอกเลย) ผมมองเห็นปลายทางของการนอกใจว่า จะอะไรขึ้นรายล้อมตัวผมบ้าง มันคงผสมปนเประหว่างความรักกับสมองหรือเปล่านะ
  • ผมเป็นพ่อ ที่ไม่เคยคาดหวังหรืออยากให้ลูกเป็นอะไรเลย ผมสนับสนุนความฝันและความรักของลูกทุกอย่าง (ที่ผมไม่หวังเพราะตอนลูกเกิดมา เขาเกือบตายตอนคลอด เกือบพัฒนาการช้า และเกือบตาบอด หูหนวก และเป็นใบ้ ในขวบปีแรก ผมหอบหิ้วลูกไปพบแพทย์ ประจำ พวกเราผ่านความสุข ความทุกข์มาด้วยกัน )
  • ผมเป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุข (หมออนามัย) เป็นงานที่ทำให้ผมมีกินมีใช้ ถึงแม้งานจะมีมากมายให้ทำทุก ๆ วัน แม้แต่วันหยุด เครียดบ้าง แต่ผมคิดว่าผมรักงานตนเอง จึงทำให้ผมสนุกและมีความสุข

ผมทำ :

  • ผมมีโอกาสได้ดูแลตอนแม่เฉียดตายหลายครั้ง เข้าใจชีวิตของแม่ ทำให้ผมเข้าใจตนเอง และเข้าใจและยอมรับคนอื่น แม้เขาจะทำไม่ดีกับผม แม่เป็นคนใจบุญ ผมได้อะไรหลายอย่างจากเตี่ยและแม่ แม่เรียนจบปอสอง อ่านหนังสือออก แต่เขียนเกือบไม่ได้เลย แต่แม่ทำทุกวิถีทาง แม้จะเป็นหนี้สิน เพื่อให้ลูก ๆ ได้เรียนหนังสือ
  • ผมเป็นเพื่อน เป็นพี่ กับภรรยา ผมชอบดูแลและช่วยเหลือ
  • ผมเป็นเพื่อนกับลูก ผมอยากเล่าให้ลูก และให้ลูกเล่าให้ผมฟัง ทุก ๆ เรื่อง
  • งานของผม เหมือนได้ทำบุญทุกวัน ผมรู้สึกว่า ตนเองมีประโยชน์และคุณค่า

หมายเหตุ : วันนี้ผมมาประชุมที่กรุงเทพฯ เรื่อง เสริมสร้างจิตวิญญาณงานสาธารณสุข สู่ 100 ปี การสาธารณสุขไทย โดยผู้จัด คือ สำนักวิจัยสังคมและสุขภาพ ผมเข้าห้อง บรรยาย “ความตายในสังคมไทย การเปลี่ยนแปลงในรอบศตวรรษโดย ดร.นพ.สกล สิงหะ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ท่านได้เล่าอย่างประทับใจมาก ๆ ผมชอบทุกสิ่งที่ท่านเล่า...ผมชอบตอนความทรงจำเล็ก ๆ ที่มีความสุขก่อนตาย ด้วยการดึงศักยภาพความเป็นมนุษย์ของผู้ป่วยระยะสุดท้าย ด้วย Life Story : ฉันมี – ฉัน – ฉันทำ…ผมจึงลองใช้กับผมก่อน ก่อนจะลงสนามจริง...